UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMean Timeกล้องขยายกับนาฬิกา

กล้องขยายกับนาฬิกา

nick-hayek-109909584-565x388

Q : จำเป็นหรือไม่ที่นักสะสมต้องไปหาซื้อกล้องขยายมาใช้เพื่อช่วยในการสะสม และวิธีใช้กล้องส่องนาฬิกาที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร

A : แวดวงนักสะสมนาฬิกาบ้านเรามักจะสะสมพระเครื่องด้วย จึงพบเห็นบรรดานักสะสมมีกล้องส่องพระพกติดตัว และนำมาส่องนาฬิกาด้วย แต่อยากจะทำความเข้าใจก่อนว่ากล้องส่องพระหรือแว่นขยายนั้น ถ้าใช้งานแบบถูกวิธีก็เป็นของที่มีประโยชน์ในการสะสม แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีทั้งยังไม่ถูกกาลเทศะก็อาจจะมีโทษได้

เดิมทีกล้องส่องพระหรือแว่นขยายแบบพกพานั้นมีไว้เพื่อส่องดูอัญมณีหรืองานสำรวจทางธรณี แต่ผู้สะสมพระเครื่องมักนิยมนำมาส่องดูตำหนิและเนื้อของพระเครื่อง ต่อมานักสะสมนาฬิกาจึงนำมาใช้ประกอบการดูนาฬิกาด้วย แว่นขยายนี้มีทั้งเลนส์แบบชิ้นเดียว 2 ชิ้น และ 3 ชิ้น ซึ่งราคาเรียงจากต่ำไปหาสูงตามลำดับ แต่คุณภาพในการหักเหแสงและคุณภาพในการมองก็เรียงตามลำดับดีมากสุดถึงน้อยสุดดังนี้คือ 3 ชิ้น 2 ชิ้น และแบบชิ้นเดียว

แว่นขยายแบบพกพาที่นิยมกันมากนั้นมีแบรนด์ Zeiss (ไซส์) Nikon (นิคอน) Bausch & Lomb (บอช แอนด์ ลอมบ์) ฯลฯ บริษัทเหล่านี้ล้วนผลิตเลนส์แว่นขยายแบบพกพาได้ดีทั้งสิ้น แต่ที่เป็นที่นิยมในแวดวงนักสะสมชาวไทยคงหนีไม่พ้นของ ‘Carl Zeiss AG’ (คาร์ล ไซส์ อาเก) บริษัทผู้ผลิตเครื่องมือที่ใช้กับสายตา เช่น เลนส์ขยาย เครื่องตรวจทางธรณีวิทยา เครื่องมือแพทย์ เลนส์กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายรูป ฯลฯ บริษัทฯ เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ ค.ศ. 1846 โดย Carl Zeiss, Ernst Abbe (เอิร์นส์ แอบบ์) และ Otto Scott (ออตโต สก็อต) ผู้ชำนาญการผลิตแก้วทนไฟคุณภาพสูง เริ่มก่อตั้งในเมืองจีนา (Jena) ประเทศเยอรมนี บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตกล้องจุลทรรศน์จำหน่ายในเชิงอุตสาหกรรมเป็นบริษัทแรกของโลก ใน ค.ศ. 1826 บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ถ่ายภาพได้ตกอยู่ในวิกฤติทางการเงินจึงมีการร่วมทุนระหว่าง ‘Carl Zeiss Jena’ และบริษัท ICA และ ‘Contessa Nettel’ (คอนเทสซา เนทเทล) ควบรวมกันเป็นบริษัท ‘Zeiss Ikon’ (ไซส์ ไอคอน) ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทได้ถูกแยกออกเป็น 2 บริษัทคือ ‘Zeiss Ikon East’ (ไซส์ ไอคอน อีสต์) อยู่ในเยอรมันตะวันออกและ ‘Zeiss Ikon West’ (ไซส์ ไอคอน เวสต์) อยู่ที่เยอรมันตะวันตก โดย ‘Zeiss Ikon West’ ปิดตัวลงลงในปี 1970 เพราะขาดทุนจากสาเหตุต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ ‘Zeiss Ikon East’ ถูกควบรวมกิจการกับบริษัทอื่นๆ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาได้ย้ายนักวิทยาศาสตร์และผู้บริหารใน Carl Zeiss จากเมืองจีนาไปยังเมืองไฮเดนไฮม์ (Heiden Heim) ในเยอรมันตะวันตก และทำการผลิตเลนส์และกล้องต่างๆ ออกสู่ตลาด ขณะที่ฝั่งรัสเซียทำการย้ายเครื่องจักรและคนงานในเมืองจีนาไปยังรัสเซีย และเริ่มผลิตสินค้าออกจำหน่ายให้แก่กลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ การแข่งขันของบริษัททั้ง 2 รุนแรงขึ้นมากจนมีการฟ้องร้องของทั้ง 2 บริษัทที่อ้างสิทธิ์ของตนต่อ ลิขสิทธิ์สินค้า และสิทธิในการใช้ตราสินค้าแบรนด์ Carl Zeiss ในที่สุดศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาตัดสินให้ Carl Zeiss ในเยอรมันตะวันตกเป็นผู้ชนะ ทำให้ Carl Zeiss ในเมืองจีนาต้องใช้เครื่องหมายการค้า ‘ASU Jena’ หรือ ‘Jenopik Jena’ (เจโนปิก จีนา) แทน ต่อมาภายหลังยุคสงครามเย็นมีการรวมประเทศเยอรมนีอีกครั้ง ทำให้ทั้ง 2 บริษัทกลับมารวมกันเป็นบริษัท Carl Zeiss เหมือนเดิม

 

เลนส์ของ Carl Zeiss ที่โด่งดังคือเลนส์แบบ ‘Aplanatic Achromatic’ (อะพลานาติก อโครมาติก) คือเป็นเลนส์ที่ช่วยลดการฟุ้งของสเปกตรัมสี ทำให้ส่องดูได้คมชัดมากขึ้น ปัจจุบันมีกล้องส่องพระ Carl Zeiss ปลอมออกมามากมาย การตรวจสอบความแท้-เทียมทำได้โดยให้เปิดเลนส์แว่นขยายแล้วนำไปไว้ใต้ไฟนีออนหลอดยาว (ไม่ใช่หลอดตะเกียบนะครับ) สังเกตุดูจะพบว่าเงาสะท้อนบนเลนส์ด้านหนึ่งจะเป็นรูปหลอดไฟ 2 รูป ยาว 1 รูป และสั้น 1 รูป เมื่อพลิกแว่นขยายกลับไปอีกด้านจะพบว่าขนาดของรูปเงาสะท้อนของหลอดไฟทั้ง 2 จะเท่ากัน ส่วนของปลอมนั้นจะเห็นเป็นหลอดไฟในเงาสะท้อนเท่ากันทั้ง 2 ด้าน

กำลังขยายของแว่นขยายมีทั้ง 10 เท่า (10x) 20 เท่า (20x) หรือ 40 เท่า (40x) ฯลฯแต่กำลังขยายที่เหมาะสมกับนาฬิกาคือ 10 เท่า (10x) เพราะเมื่อส่องดูแล้วจะไม่ปวดตาเหมือนกำลังขยายสูงๆ

SONY DSC

วิธีส่องดูนาฬิกานั้นคือแนบเลนส์แว่นขยายไว้ชิดดวงตาด้านใดด้านหนึ่ง แล้วนำนาฬิกามาเลื่อนจากใกล้กล้องมากที่สุดแล้วถอยนาฬิกาออกจนเห็นภาพขยายชัดเจน การจะดูนาฬิกานั้น ควรจะดูด้วยตาเปล่าก่อนเพื่อพิจารณาสภาพของตัวเรือนแบบทั่วๆ ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง หากมองด้วยตาเปล่าแล้วเห็นตำหนิก็ขอให้ใช้แว่นขยายส่องไปดูที่ตำหนิความเสียหาย ณ จุดนั้น ขณะที่ดูอาจจะต้องเอียงนาฬิกาเพื่อให้อยูในตำแหน่งแสงที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ดูได้ชัดเจนมากที่สุด โดยการส่องดูนั้นจะพิจารณา…

  1. ความแท้ของชิ้นส่วน เช่น หน้าปัดมีการทำสีมาใหม่หรือไม่ เข็มมีลักษณะถูกต้องหรือไม่ พิจารณาความคมชัดของ ‘Hallmark’ (ฮอลล์มาร์ค) ต่างๆ ของวัสดุตัวเรือน เช่น ตราสัญญลักษณ์ของทอง 18K เป็นต้น
  2. ความสึกหรอของชิ้นส่วน เช่น พิจารณารอยซ่อมของตัวเรือน พรายน้ำของนาฬิกายังคงสภาพดีหรือไม่ กระจกของนาฬิกามีรอยสึกหรือไม่ ตำหนิของการถอดใส่ประกอบเข็มว่ามีรอยหรือไม่

 

สำหรับมารยาทในการใช้แว่นขยายนั้น ประการแรกคือควรจะขออนุญาตเจ้าของนาฬิกาก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะนำนาฬิกาของเขามาส่อง การหยิบจับนาฬิกาต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นรอย เมื่อส่องเสร็จแล้วจะวิจารณ์สภาพนาฬิกาก็ขอให้ถนอมน้ำใจเจ้าของนาฬิกาด้วย เพราะของๆ ใครเจ้าของก็ต้องว่าดีเป็นธรรมดา และหากยืมแว่นขยายของเพื่อนก็ควรขออนุญาตก่อนและรีบคืนเมื่อใช้งานเสร็จ ทั้งการยืมต้องคำนึงเรื่องความสะอาดด้วย เพราะโรคบางโรคอาจจะติดต่อกันได้ เช่น โรคตาแดง เป็นต้น และเพื่อนบางคนอาจถือเป็นการดูถูกดูหมิ่นหากเราไปขอเขาส่องดูนาฬิกา จึงพึงระวังเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยครับ

การส่องดูนาฬิกาเพื่อตรวจสอบความแท้เทียมควรฝึกฝนบ่อยๆ ให้มีความคุ้นชินและสามารถจำตำหนิหรือรูปแบบต่างๆ ของตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ได้ เรื่องเหล่านี้ทำได้โดยส่องดูนาฬิกาของแท้บ่อยๆ จนจำได้ว่ามีตำหนิหรือสัญลักษณ์ตรงไหน รูปลักษณ์อย่างไร และอาจเพิ่มความรู้โดยการค้นหารูปต่างๆ มากมายทางโลกออนไลน์ก็ได้ครับ

การเก็บรักษาแว่นขยายแบบพกพานั้นต้องพับเก็บหลังใช้ทุกครั้งเพื่อป้องกันการขูดขีด การทำความสะอาดเลนส์ต้องใช้ผ้าหรือวัสดุที่ผู้ผลิตแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ถ้าเลนส์มีรอยขีดข่วนจนส่งผลต่อการมองของ อาจทำให้เราวิเคราะห์สภาพผิดๆ ได้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up