UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesWatch of the Dayการกลับมาของ AIR COMMAND แห่ง BLANCPAIN

การกลับมาของ AIR COMMAND แห่ง BLANCPAIN

by: ‘TomyTOM’

 

หากใครกำลังมองหานาฬิกาโครโนกราฟจากแบรนด์เลิศๆ ลองหันมามองทางนี้สักนิด ปี 2019 นี้ Blancpain (บลองแปง) ได้นำนาฬิกาโครโนกราฟแนวนาฬิกานักบินอันเป็นโปรเจ็กต์ที่เคยสร้างขึ้นเพื่อเสนอขายให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ นำไปให้นักบินใช้ในยุคทศวรรษที่ 1950s หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการขายนาฬิกาดำน้ำ Fifty Fathoms (ฟิฟตี ฟาธอมส์) ให้กับกองทัพเรือสหรัฐฯ มาแล้ว โดยตั้งชื่อนาฬิการุ่นนี้ว่า Air Command (แอร์ คอมมานด์) กลับมาผลิตใหม่อีกครา

Air Command รุ่นปี 2019 (เรือนซ้าย) เทียบชัดๆ กับรุ่นต้นฉบับจากทศวรรษที่ 1950s (เรือนขวา)

 

แต่นาฬิการุ่นต้นฉบับนั้นไปไม่ถึงฝั่งเพราะกองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้ตกลงซื้อไปใช้ แล้วก็ไม่มีหลักฐานว่ามีการผลิตออกจำหน่ายโดยทั่วไปด้วย หลักฐานที่แสดงถึงความมีตัวตนของนาฬิกาจึงมีแค่เรือนต้นแบบอยู่เพียงไม่กี่เรือน ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงมากในตลาดการประมูล ยกตัวอย่างเรือนที่มีการนำออกประมูลเมื่อปี 2016 ก็ปิดราคาไปได้สูงถึง 100,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 3.16 ล้านบาทเลยทีเดียว !

 

Blancpain Air Command รุ่นปี 2019 ที่ผลิตขึ้นมาใหม่นี้มีลักษณะดีไซน์โดยรวมที่แทบจะถอดแบบมาจากรุ่นต้นฉบับ แม้แต่ขนาดตัวเรือน 42.5 มิลลิเมตร ก็ใหญ่กว่าต้นฉบับเพียง 0.5 มิลลิเมตรเท่านั้น นอกนั้นก็แตกต่างที่สัดส่วนของรายละเอียดต่างๆ บนพื้นหน้าปัดและเข็มชี้ ตลอดจนขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ 2 ทิศทางก็ขยายขนาดขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ดูร่วมสมัย ทั้งยังใช้แผ่นวงแหวนเป็นเซรามิกสีดำพร้อมสารเรืองแสงบนสเกลแทนแหวน ‘Bakelite’ (เบคไลต์) อย่างรุ่นต้นฉบับ ใช้โลโก้แบรนด์เวอร์ชั่นปัจจุบันและเพิ่มข้อความ ‘Flyback’ (ฟลายแบ็ก) ไว้บนหน้าปัด ส่วนสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ที่พิมพ์นูนเป็นเลขอารบิกหลักชั่วโมงบนหน้าปัดสีดำ และเคลือบบนเข็มชี้ก็เลือกใช้เป็นสีครีมที่ทำให้คล้ายกับสีของเรเดียมที่ผ่านกาลเวลามานานเพื่อเสริมอารมณ์วินเทจ แถมยังใช้กระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ทรงกล่องครอบ แต่เลือกให้เป็นแบบค่อนข้างราบเพื่อลดการบิดเบือนภาพจากการหักเหของโดมกระจก ส่วนสายที่ติดตั้งมาก็เป็นหนังวัวสีน้ำตาลสไตล์ย้อนยุค

 

พลิกมาด้านหลังจะพบกับโดมคริสตัลแซพไฟร์บนฝาหลังซึ่งเป็นทรงกล่องเช่นกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Blancpain ใช้กระจกทรงกล่องกับฝาหลัง แต่ภาพที่ปรากฎเมื่อมองผ่านกระจกยิ่งน่าสนใจกว่า เพราะกลไกที่เห็นไม่ได้เป็นเครื่องไขลานโครโนกราฟที่จับเวลาได้ 30 นาที Cal.Valjoux 222 อย่างเรือนต้นฉบับ หากแต่เป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) แบบขึ้นลานอัตโนมัติ พลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลาสูงสุด 12 ชั่วโมง ควบคุมระบบจับเวลาด่้วย ‘Vertical-clutch’ (เวอร์ติคัลคลัตช์) และ ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) พร้อมระบบ ‘Flyback’ (ฟลายแบ็ก) Cal.F388B ซึ่งทำงานด้วยความถี่สูงถึง 5 เฮิร์ตซ์ หรือเท่ากับ 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง เพื่อมอบความละเอียดในการจับเวลาได้ถึงระดับ 1/10 วินาที โดยออกแบบให้สามารถมองเห็นเครื่องได้ชัดๆ ด้วยการสร้างโรเตอร์ให้เป็นรูปทรงใบพัด 3 แฉกที่คล้ายกับใบพัดเครื่องบินในสมัยก่อนโดยส่วนที่เป็นลักษณะใบพัดถูกทำเป็นสีทอง

 

Air Command Ref.AC01-1130-63A รุ่น ‘Re-edition’ (รีเอดิชั่น) ที่กลับมาผลิตใหม่ในปี 2019 นี้ เป็นการผลิตขึ้นในแบบจำนวนจำกัดแค่ 500 เรือน โดยวางราคาไว้ที่ 18,500 ฟรังก์สวิส หรือราว 584,000 บาท ซึ่งถูกกว่าราคาปิดประมูลของเรือนต้นฉบับอยู่หลายเท่าตัว !

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up