UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMean Timeทายาทแห่งตำนาน Jaeger-LeCoultre Polaris

ทายาทแห่งตำนาน Jaeger-LeCoultre Polaris

เอ่ยถึงฟังก์ชันปลุกเตือนหรือ ‘Alarm’ (อลาร์ม) หลายคนคงนึกถึงเสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเสียงที่เปล่งออกมาจากกลไกนาฬิกาจักรกล โดยเฉพาะผลงานระดับตำนานรุ่น Memovox (เมโมว็อกซ์) ของยอดแบรนด์ Jaeger-LeCoultre (เฌแฌร์-เลอคูลทร์) ซึ่งมอบเสียงกริ๊งยาวอันคลาสสิกมาตั้งแต่ ค.ศ. 1950 ในระดับความดังยามอยู่บนข้อมือที่ไม่มากจนทำให้คนรอบข้างตกใจ แต่ดังและสร้างแรงสะเทือนบนข้อมือมากพอที่จะให้ผู้สวมใส่ทราบทันทีว่าถึงเวลาที่ตั้งเตือนไว้แล้ว และเมื่อถอดวางไว้บนโต๊ะหัวเตียง เสียงเตือนรวมทั้งการสั่นของนาฬิกาก็มากพอที่จะปลุกให้ตื่นจากหลับใหล นี่คือเสน่ห์จากการทำงานร่วมกันของกลไกชิ้นเล็กๆ อันเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์

 

ค.ศ. 1956 ยอดแบรนด์ Jaeger-LeCoultre ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวระบบกลไกอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันตั้งปลุกเป็นครั้งแรกของโลก ก่อนจะนำไปใช้กับนาฬิกาดำน้ำ Memovox Deep Sea (เมโมว็อกซ์ ดีพ ซี) หรือ Deep Sea Alarm (ดีพ ซี อลาร์ม) ในปี 1959 เพื่อให้นักดำน้ำใช้ตั้งเตือนเวลาที่ต้องขึ้นสู่ผิวน้ำ ก่อนที่ปี 1968 จะเปิดตัวผลงานสำหรับนักดำน้ำรุ่นดัง Memovox Polaris (เมโมว็อกซ์ โพลาริส) ซึ่งมาพร้อมการแสดงวันที่ และใช้ฝาหลังแบบ 3 ชั้นที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้เสียงปลุกดังชัดเจนยิ่งขึ้นแม้ขณะอยู่ใต้น้ำ

แบบร่าง Polaris Memovox ที่ผลิตจำนวนจำกัด 1,000 เรือน

 

และในปี 2018 ที่เป็นวาระ 50 ปีแห่งการถือกำเนิดของ Memovox Polaris นี้ Jaeger-LeCoultre ก็ได้เปิดตัวคอลเลกชั่นนาฬิกาสปอร์ตล่าสุด Polaris แบบเต็มคอลเลกชั่น โดยอ้างอิงมาจาก Memovox Polaris ที่โด่งดัง แน่นอนว่าผลงานรุ่นสำคัญก็คือ Polaris Memovox ที่ผลิตจำนวนจำกัด 1,000 เรือน โดยถอดแบบดีไซน์จากเรือนต้นแบบมาอย่างครบถ้วน พร้อมคุณสมบัติในการกันน้ำ 200 เมตรของตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.0 มิลลิเมตร หนา 15.9 มิลลิเมตร จับคู่มากับหน้าปัดสีดำปลอดแสงสะท้อน เคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีเบจวานิลลาลงบนหลักชั่วโมงและเข็มชี้ขนาดใหญ่ เพื่อการอ่านค่าที่ชัดเจนแม้ในที่มืด ย้ำวาระฉลอง 50 ปีด้วยภาพสลักรูปหมวกดำน้ำตรงกลางฝาหลัง พร้อมข้อความ ‘50th Anniversary – 1968-2018’ สวมคู่กับสายยางสีดำ ขับเคลื่อนด้วยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ Cal.JLC 956 ที่ติดตั้งลวดเสียงและค้อนของระบบปลุกไว้ด้านในของฝาหลังซึ่งออกแบบมาให้สะท้อนเสียงได้ก้องกังวาน ทั้งยังพัฒนากลไกให้ทำงานยอดเยี่ยมขึ้นด้วยเทคโนโลยีของวัสดุ เทคนิคการประดิษฐ์ และการออกแบบแห่งยุคปัจจุบัน ทำให้เสียงเคาะปลุกกังวานใสและดังมากกว่า Memovox รุ่นที่ผ่านๆ มา

Cal.JLC 956 มีความถี่ในการทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ราว 45 ชั่วโมง ประกอบขึ้นจาก 268 ชิ้นส่วน ใช้ทับทิมกันสึก 23 เม็ด มีเม็ดมะยม 3 ชุด โดยหากดึงเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกาขึ้น แล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกาจะเป็นการตั้งเวลาปลุกให้สัญลักษณ์สามเหลี่ยมบนแผ่นดิสก์ขนาดใหญ่กลางหน้าปัดหมุนไปยังตำแหน่งเวลาที่ต้องการ หากหมุนในทางตรงข้ามจะเป็นการปรับวันที่ โดยการหมุนตามเข็มนาฬิกาขณะที่เม็ดมะยมอยู่ในตำแหน่งปกติจะเป็นการขึ้นลานให้กับระบบปลุก ซึ่งเมื่อขึ้นลานจนสุดก็จะล็อกจนหมุนไม่ได้อีก และเมื่อต้องการหยุดการเตือนของฟังก์ชัน ‘Alarm’ ในทันทีก็ทำเพียงดึงเม็ดมะยมนี้ขึ้น ส่วนเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกาจะใช้ในขึ้นลานกลไก และเมื่อดึงขึ้นจะเป็นการตั้งเวลาตามปกติ ในขณะที่เม็ดมะยมที่ 3 ใช้หมุนวงแหวนขอบหน้าปัดที่ระบุสเกลกำหนดเวลาดำน้ำแบบหมุนได้ทิศทางเดียว

 

นอกจากนี้คอลเลกชั่น Polaris ยังมีสมาชิกอีกหลายรุ่น เริ่มจาก Polaris Automatic (โพลาริส ออโตเมติก) ที่แสดงเวลาแบบ 3 เข็มด้วยกลไกอัตโนมัติ Cal.JLC 898E/1 พร้อมความสามารถในการกันน้ำ 100 เมตร Polaris Date (โพลาริส เดท) ที่เพิ่มการแสดงวันที่ ทำงานด้วยกลไก Cal.JLC 899A/1 พร้อมความสามารถในการกันน้ำ 200 เมตร ต่อด้วย Polaris Chronograph (โพลาริส โครโนกราฟ) ที่อวดการทำงานของกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ Cal.JLC 751H อยู่ใต้ฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ กันน้ำได้ 100 เมตร ทั้ง 3 รุ่นใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.0 มิลลิเมตร โดย Polaris Automatic และ Polaris Chronograph มาพร้อมพื้นหน้าปัดสีดำหรือสีน้ำเงิน และทางเลือกสายหนังลูกวัว สายหนังจระเข้ หรือสายสเตนเลสสตีล ในขณะที่ Polaris Date มีเพียงพื้นหน้าปัดสีดำที่แต้มด้วย ‘Super-LumiNova’ สีวานิลลาให้อารมณ์วินเทจ จับคู่มากับสายยาง นอกจากนี้ Polaris Chronograph ยังมีความหรูของรุ่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K ที่ตัดกันอย่างสวยงามกับพื้นหน้าปัดสีเทาและสายหนังจระเข้สีน้ำตาลไหม้เป็นอีก 1 ทางเลือก

Polaris Chronograph WT

 

ปิดท้ายด้วยรุ่นสูงสุดที่สรรค์สร้างเพื่อนักเดินทาง Polaris Chronograph WT (โพลาริส โครโนกราฟ ดับเบิลยูที) ที่รวมระบบจับเวลาเข้าไว้กับการแสดงเวลาของทั้ง 24 ไทม์โซนทั่วโลก ทำงานด้วยกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ Cal.JLC 752A ที่บรรจุอยู่ใต้ฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ในตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 44.0 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 100 เมตร พร้อมทางเลือกสีพื้นหน้าปัดน้ำเงินหรือดำ และสายหนังลูกวัวหรือสายหนังจระเข้ ผลงานทุกรุ่นในคอลเลกชั่นนี้ผ่านมาตรฐานการทดสอบอันเข้มงวดถึง 1,000 ชั่วโมงตามธรรมเนียมของแบรนด์

จากตำนานบทสำคัญสู่คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด นี่คืออีกหนึ่งความยอดเยี่ยมจาก Jaeger-LeCoultre

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up