UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesมาตรฐานใหม่เขย่าโลก

มาตรฐานใหม่เขย่าโลก

‘The Green Seal’

Superlative Chronometer

A - Balance Wheel
photo courtesy: Rolex SA

กว่า 90 ปีที่ผ่านมาของ ‘Rolex Perpetual’ กลไกอัตโนมัติที่สร้างชื่อด้วยมาตรฐานขั้นสูง และเป็นที่รู้จักดีในปัจจุบันในฐานะกลไกเวลาที่มีความเที่ยงตรงสูง ผ่านการทดสอบจากสถาบัน COSC (Contrôle Officiel Suisse des Chronomètres – กองโทรล ออฟฟิเซียล สวิส เดส์ โครโนแมเตรอส์) ซึ่งกลไกที่จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจะต้องผ่านกระบวนการทดสอบในหลายๆ สถานการณ์จำลองต่างๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบความเที่ยงตรงในขณะที่กลไกอยู่ในตำแหน่งต่างๆ การทดสอบภายใต้อุณหภูมิที่แตกต่าง ฯลฯ หากไม่ผ่านในขั้นตอนใดก็จะถูกคัดออกไปปรับแก้ ก่อนจะส่งกลับเข้าทำการทดสอบอีกครั้ง โดยนับตั้งแต่ช่วงปลายยุค 1950s แบรนด์ Rolex ได้เริ่มพิมพ์ข้อความ ‘Superlative Chronometer’ ลงบนพื้นหน้าปัดนาฬิกาของตน เพื่อประกาศความเที่ยงตรงซึ่ง Rolex ให้ความสำคัญสูงสุด

ล่าสุดเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา คำ ‘Superlative Chronometer’ บนหน้าปัดนาฬิกา Rolex ได้กลายเป็นคำรับรองที่สคัญมากกว่าแค่มาตรฐานความเที่ยงตรงโครโนมิเตอร์ แต่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวดของ Rolex ซึ่ง Rolex ได้พัฒนารูปแบบการทดสอบภายในโรงงานของตนขึ้นใหม่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยหลังจากที่ประกอบกลไกที่ผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงระดับมาตรฐาน COSC แล้ว นาฬิกาทั้งเรือนจะถูกทดสอบซ้ำในหลากหลายหัวข้อโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ Rolex เอง การทดสอบซ้ำอีกหลายขั้นตอนเหล่านี้เกิดภายในห้องปฏิบัติการที่ Rolex ลงทุนมหาศาลสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อการทดสอบนี้โดยเฉพาะ ซึ่งกว่าที่นาฬิกาแต่ละเรือนจะผ่านการทดสอบ ‘Superlative Chronometer’ และได้รับตราครั่ง ‘Green Seal’ เพื่อรับรองว่าเป็นนาฬิกาที่มีความสมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้าน (เดิมเป็นตราครั่งสีแดงก่ำ ‘Red Seal’) ทั้งยังยอดเยี่ยมด้วยความเที่ยงตรงสูงด้วยอัตราคลาดเคลื่อนเพียงแค่ +/-2 วินาที/วัน เหนือกว่ามาตรฐานการตรวจสอบกลไกระดับโครโนมิเตอร์ทั่วไปนั้น จะต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นดังนี้

  • การทดสอบการกันน้ำด้วยเครื่องอัดแรงดันภายใต้แรงกดอากาศเทียบเท่าระดับความลึก 100 เมตร หรือ 330 ฟุต โดยมีค่าเฉลี่ย +/- ประมาณ 10%
  • ทดสอบระบบขึ้นลานอัตโนมัติ เพื่อทดสอบการทำงานของกลไกเมื่อติดตั้งอยู่ในตัวเรือน
  • การทดสอบความเที่ยงตรงในตำแหน่งการทำงานที่แตกต่างกัน 7 ตำแหน่ง จากข้อเท็จจริงที่ว่าแรงดึงดูดของโลกมีผลต่อการรักษาความเที่ยงตรงของกลไก
  • การทดสอบการกันน้ำด้วยระบบลม นอกเหนือจากการทดสอบในถังน้ำที่มีการอัดอากาศแล้ว การทดสอบแบบแห้งในถังอัดอากาศนั้นก็เป็นมาตรฐานที่ต้องกระทำ เพื่อให้แน่ใจว่ากลไกยังคงทำงานได้สมบูรณ์ ไม่มีส่วนรั่วของลม
  • นำนาฬิกามาขึ้นทดสอบในกล่องหมุนเพื่อทดสอบระบบขึ้นลานอัตโนมัติ ทดสอบการรักษาความเที่ยงตรงเมื่อกลไกทำงานในตำแหน่งที่แปรผันคล้ายการสวมบนข้อมือ จากนั้นจึงตั้งทิ้งไว้จนลานหมดเพื่อให้ทราบว่ากลไกสามารถทำงานได้ระยะเวลาตามกำหนดหรือไม่

กระบวนการทดสอบ ‘Superlative Chronometer’ ที่มีมาตรฐานสูงนี้ จะทำกับนาฬิกา Rolex ทุกเรือนที่ออกจากโรงงานเพื่อรับรองประสิทธิภาพในการทำงานอันจำสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ครอบครอง โดย Rolex กล้าที่จะรับประกันคุณภาพระดับ ‘Green Seal’ นี้นานถึง 5 ปีเต็ม

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up