UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (2)

ย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (2)

15 ChronographWWI

เปิดฉากโศกนาฏกรรม

สงครามโลกครั้งที่ 1 หรือเป็นที่รู้จักกันว่า ‘มหาสงคราม’ หรือ ‘สงครามเพื่อยุติสงครามทั้งมวล’ เป็นสงครามที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1914-1918 โดยประเทศมหาอำนาจทั้งหมดของโลกเข้าร่วมสงคราม แบ่งออกเป็นฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง โดยพบว่ามีทหารกว่า 70 ล้านคนมีส่วนร่วมในการรบ ผลจากสงครามทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายรวมกันไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคน ถือเป็นสงครามที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ลำดับที่ 2 (ลำดับที่ 1 คือสงครามโลกครั้งที่ 2)

สาเหตุหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่ 1 คือการลอบปลงพระชนม์อาร์คดยุค ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่งออสเตรีย (Archduke Franz Ferdinand of Austria) รัชทายาทราชบัลลังก์แห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี โดย Gavrilo Princip (กัฟรีโล ปรินซีป) ชาวเซิร์บบอสเนีย ก่อเกิดการแก้แค้นของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีต่อราชอาณาจักรเซอร์เบีย จนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่กลายเป็นสงครามครั้งใหญ่ปะทุขึ้นทั่วทวีปยุโรปภายใน 1 เดือน เยอรมนีประกาศสงครามกับรัสเซียเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม และกับฝรั่งเศสในอีก 2 วันต่อมา จากนั้นเยอรมนีได้ฝ่าฝืนต่อความเป็นกลางของเบลเยี่ยมโดยการเดินทัพผ่านเพื่อไปโจมตีกรุงปารีส ส่งผลให้จักรวรรดิอังกฤษเข้าสู่สงคราม ด้วยสาเหตุนี้ 5 ใน 6 ประเทศมหาอำนาจของยุโรปจึงเข้ามาพัวพันอยู่ในความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรปนับตั้งแต่สงครามนโปเลียน (Napoleonic War)

14 Chronograph
Archduke Franz Ferdinand of Austria (1863 – 1914)

สงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร และความปราชัยของฝ่ายมหาอำนาจกลาง จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และจักรวรรดิออตโตมันได้แตกเป็นประเทศเกิดใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรปกลาง การสิ้นสุดของจักรวรรดิรัสเซียนำไปสู่การก่อตั้งสหภาพโซเวียตอันเป็นผลมาจากการปฏิวัติรัสเซีย ต่อมาได้มีการก่อตั้งสันนิบาตชาติ เพื่อเป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีจุดประสงค์เพื่อการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศด้วยวิธีการทางการทูต

ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 1918 ออสเตรียขอทำสัญญาสงบศึก และในวันที่ 11 พฤศจิกายน 1918 เยอรมนีลงนามในสัญญาสงบศึก สงครามโลกครั้งที่ 1 จึงยุติลง มีการลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายล์สในปี 1919 ณ พระราชวังแวร์ซายล์ส เป็นการยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างเป็นทางการ

Aftershock

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1

อุตสาหกรรมนาฬิกาของเมืองกลาสฮุตเตอและทั่วทั้งเยอรมนีประสบความยากลำบากอย่างมากหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งยังเพิ่มวิกฤติด้วยการเข้ามาตีตลาดของนาฬิกาข้อมือที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากใช้งานสะดวกและมีราคาถูกกว่า ผู้คนจึงละวางความสนใจจากนาฬิกาพก ผนวกกับวิกฤติทางเศรษฐกิจที่ถดถอยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และการตกอยู่ในภาวะตึงเครียดจากการแผ่ขยายของลัทธิชาตินิยม การที่หลายประเทศทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการทหารและสร้างความเตรียมพร้อม รวมถึงปัญหาของสนธิสัญญาแวร์ซายล์สอันเป็นหนึ่งในชนวนที่ก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามมาในอีกไม่นาน ทั้งหมดนี้ทำให้บริษัทนาฬิกาหลายแห่งล้มละลายและปิดกิจการลง ที่ยังอยู่รอดก็จำต้องผันตัวไปรังสรรค์นาฬิกาเพื่อการค้นคว้าวิจัย สังเกตการณ์ การทหาร และทางด้านวิทยุ

เพื่อให้อุตสาหกรรมนาฬิกาเยอรมันที่กำลังย่ำแย่กลับมาแข่งขันต่อไปได้บนเวทีโลก จึงเกิดการควบรวมกิจการหลายบริษัทที่มีความชำนาญรวมถึงที่ล้มละลายด้วยการช่วยเหลือจากภาครัฐ ตั้งเป็นบริษัทใหม่ขึ้นมา 2 รายคือ UFAG (Uhrenfabrik Aktiengesellschaft Glashütte – อูเรนฟาบริก อัคทีนเกเซลชาฟท์ กลาสฮุตเตอ) และ UROFA (Uhren-Rohwerke-Fabrik Glashütte AG – อูเรน-โรแวร์ก-ฟาบริค กลาสฮุตเตอ อาเก) ก่อตั้งในวันเดียวกันคือวันที่ 7 ธันวาคม 1926 ที่เมืองไลป์ซิก (Leipzig) โดย Dr. Ernst Kurtz (ดร.เอิร์นสต์ คูร์ตซ์) ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 28 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษีและเป็นทนายความให้กับผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมนาฬิกา และเขามีความสนใจในสมาคมกลางของช่างนาฬิกาเยอรมันซึ่งก่อตั้งในปี 1918 โดยเกิดจากการรวบรวมช่างนาฬิกาและผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับนาฬิกาที่ล้มละลายจากผลกระทบของภัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ สิ้นสุดในปี 1918

วัตถุประสงค์ของทั้ง UFAG และ UROFA คือการผลิตและจำหน่ายนาฬิกาและชิ้นส่วนนาฬิกาที่เปี่ยมคุณภาพ ยึด ‘ความแม่นยำ’ เป็นหัวใจสำคัญ ทั้งยังเป็นการผลิตแบบคราวละมากๆ (Mass Production) ซึ่งต้องสามารถแข่งขันกับนาฬิกาจากสวิสได้ และเพื่อให้ธุรกิจนาฬิกาในเยอรมนีมีความต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก ทั้งยังเป็นการเริ่มต้นผลิตนาฬิกาข้อมือเพื่อแข่งกับนาฬิกาจากสวิสอีกด้วย โดยในปี 1927 เกิดนาฬิการะดับ ‘ท็อปไลน์’ คุณภาพสูงเพื่อวางตำแหน่งให้เป็นผลิตภัณฑ์เรือธง โดยใช้ชื่อไลน์ว่า Tutima  (ตูติมา) นับเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Tutima ในเวลาต่อมา โดยคำว่า ‘Tutima’ มาจากภาษาละติน ‘Tutus’ (ติตัส) หมายถึง ‘ปลอดภัย’ หรือ ‘ได้รับการปกป้อง’ จากทิศทางที่ชัดเจนนี้ทำให้นาฬิกาจากเยอรมนีเป็นที่รู้จักในแง่คุณภาพและความแม่นยำสูงในระดับนานาชาติ จนขึ้นมาเป็นแหล่งผลิตนาฬิการายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ตีขนาบสวิตเซอร์แลนด์ได้ในที่สุด

หลังสิ้นสงคราม 1 ปี ค.ศ. 1919 นับเป็นปีสำคัญของชาวเยอรมัน บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนต่างถกเถียงกันถึงรูปแบบประชาธิปไตยสำหรับประเทศ ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเริ่มต้นยุคอุตสาหกรรมใหม่และการมุ่งสู่ความทันสมัย ในปีเดียวกันนี้มีการถือกำเนิดขึ้นของสถาบันศิลปะ ‘Bauhaus’ (เบาเฮาส์) ที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า ‘The Bauhaus School of Art, Craft, and Design’ (เดอะ เบาเฮาส์ สกูล ออฟ อาร์ต คราฟต์ แอนด์ ดีไซน์) ก่อตั้งโดยสถาปนิกชื่อ Walter Gropius (วอลเตอร์ โกรปิอุส) ที่เมืองไวมาร์ (Weimar) โดย Gropius ได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจาก ‘Deutscher Werkbund’ (ดอยต์เชอร์ แวร์กบุนด์) สมาคมศิลปินและช่างฝีมือชาวเยอรมันที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1907 สถาบัน ‘Bauhaus’ สอนทั้งการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิจิตรศิลป์ โดยฉีกรูปแบบการสอนศิลปะของโลกที่เคยเป็นมา จนเป็นต้นแบบอันทรงอิทธิพลต่อแนวการสอนศิลปะและแนวทางศิลปะให้กับทั่วโลกจวบจนปัจจุบัน รูปแบบศิลปะหนึ่งของ ‘Bauhaus’ ที่โด่งดังและมีอิทธิพลต่อการออกแบบและประดิษฐ์นาฬิกาเยอรมันคือรูปแบบทันสมัยที่เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงด้วยฟังก์ชันที่ใช้ได้จริง อันเป็นที่มาของรูปแบบศิลปะแนว ‘Minimalist’ (มินิมัลลิสต์) ที่มุ่งเน้นภาพลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความวิจิตรบรรจงในชิ้นงาน นำเสนอฟังก์ชันที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้จริง และให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่แนวคิดทันสมัยสุดโต่งที่สถาบัน ‘Bauhaus’ นำเสนอกลับสวนทางกับแนวคิดอนุรักษนิยมของคนจำนวนมากในประเทศ จนที่สุดสะดุดกับความคิดของท่านผู้นำ Adolf Hitler (อดอล์ฟ  ฮิตเลอร์) เข้า สถาบัน ‘Bauhaus’ จึงจำต้องปิดตัวลงในปี 1933 แต่อิทธิพลทางศิลปะของ ‘Bauhaus’ ยังคงอยู่ตราบจนปัจจุบัน

26 Chronograph
Walter Gropius (1883 – 1969)
27 Chronograph
Bauhaus

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง Walter Lange (วอลเตอร์ ลังเงอ) ถือกำเนิดขึ้นในนครเดรสเดน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 1924 นับเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูล Lange ซึ่งจะเติบใหญ่มาเป็นผู้กอบกู้ศักดิ์ศรีของตระกูลในเวลาต่อมา ถัดมา 3 ปีในปี 1927 แบรนด์ Stowa (สโตวา) ถือกำเนิดขึ้นโดย Walter Storz (วอลเตอร์ สตอร์ซ) เขาตัดสินใจแยกสาขาออกจากโรงงานนาฬิกาขนาดใหญ่ของบิดาในฮอร์นแบร์ก (Hornberg) และก่อตั้งบริษัทของตนเองขึ้น โดยชื่อ ‘Stowa’ มีที่มาจากชื่อและนามสกุลของเขาเอง โดยตัวอักษร S, T และ O มาจากตัวอักษร 3 ตัวแรกของนามสกุล และ W และ A มาจากตัวอักษร 2 ตัวแรกของชื่อ จากนั้นปี 1935 Walter Storz ขยายขอบเขตของธุรกิจของเขาและเริ่มต้นผลิตนาฬิกาภายใต้ชื่อ Stowa ในพื้นที่เช่าเล็กๆ ในฟอร์ซไฮม์ (Pforzheim) แบรนด์ Stowa ประสบความสำเร็จจนสามารถสร้างโรงงานของตนเองขึ้นในปี 1938 โดยใช้เวลาเพียง 11 ปีนับจากก่อตั้งบริษัทจนสามารถสร้างชื่อเสียงทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ตอนที่ 1: ย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (1)

ตอนที่ 3: ย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (3)

ตอนที่ 4: ย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (4 – ตอนจบ)

4 COMMENTS

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up