UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (4 - ตอนจบ)

ย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (4 – ตอนจบ)

 

NATO ANNIVERSARY

New Era

หลังสิ้นกำแพงเบอร์ลิน

วันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาการของเยอรมนีตะวันออกได้แถลงข่าวว่าทางการจะอนุญาตให้ชาวเบอร์ลินตะวันออกผ่านเข้าออกเขตแดนได้อย่างเสรีอีกครั้ง ทันใดนั้นผู้คนนับหมื่นที่ทราบข่าวต่างหลั่งไหลไปยังด่านต่างๆ ของกำแพงเบอร์ลิน และเกิดความโกลาหลอยู่ช่วงหนึ่ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังไม่ได้รับคำสั่งใดๆ จากทางการ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ต้องยอมปล่อยให้ฝูงชนผ่านเขตแดนไปอย่างไม่มีทางเลือก ชาวเบอร์ลินตะวันตกออกมาต้อนรับชาวเบอร์ลินตะวันออก บรรยากาศในเช้ามืดวันนั้นเสมือนเป็นงานเฉลิมฉลอง ชาวเยอรมันจึงถือกันว่าวันนี้เป็นวันล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน

สำหรับการทุบทำลายตัวกำแพงเริ่มวันที่ 13 มิถุนายน 1990 โดยคงเหลือกำแพงบางช่วงไว้เป็นอนุสรณ์ ซากกำแพงบางส่วนถูกจำหน่ายเป็นของที่ระลึก การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินเป็นขั้นตอนแรกของการรวมชาติเยอรมนีในที่สุด เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 1990 และได้ถือเอาวันนี้เป็นวันชาติวันใหม่ของเยอรมนี

1391238843-111-o

ปี 1990 จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการหวนคืนของยอดแบรนด์ชั้นนำที่ถูกปลุกฟื้นขึ้นมาสานต่อเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษในอดีต อาทิ Walter Lange ตัดสินใจปลุกชีพ A. Lange & Söhne โดยเลือกวันที่ 7 ธันวาคม วันเดียวกันกับที่ปู่ทวดของเขา Ferdinand Adolph Lange ก่อตั้งบริษัทครั้งแรกเมื่อ 145 ปีก่อน โดยใช้ชื่อบริษัทว่า ‘Lange Uhren GmbH’ (ลังเงอ อัวเรน เกเอมเบฮา) ด้วยความช่วยเหลือของ Günter Blümlein (กืนเทอร์ บลืมไลน์) แห่ง ‘VDO Adolf Schindling AG’ (เฟาเดโอ อดอล์ฟ ไชน์ดลิง อาเก) ผู้ก้าวข้ามความล้มเหลวบนโต๊ะเจรจาขอซื้อกิจการในเครือกับผู้บริหาร GUB องค์กรรัฐวิสาหกิจที่กำลังตกที่นั่งลำบากด้วยหนี้สินก้อนโตจากการขาดประสบการณ์ในการบริหารงานที่ขาดประสิทธิภาพ นักบริหารผู้มีวิสัยทัศน์และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ จึงหันมาเจรจากับทายาทธุรกิจโดยตรงแทน บริษัท ‘VEB Glashütter Uhrenbetriebe’ ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นชื่อที่นักสะสมนาฬิกาวินเทจรู้จักอย่าง GUB ย่อมาจาก ‘Glashütte Uhrenbetriebe’ ซึ่ง 4 ปีถัดมาในปี 1994 ก็เป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ Glashütte Original (กลาสฮุตเตอ โอริกินาล) ส่วน Union Glashütte ก็กลับมาผลิตนาฬิกาอีกครั้งภายใต้ชายคาของ Glashütte Original แต่ดำเนินกิจการอย่างอิสระและได้รับการสนับสนุนจาก Glashütte Original

ภายหลังการรวมชาติ ‘VEB Glashütter Uhrenbetriebe’ ได้กลายมาเป็นบริษัทเอกชนจำกัด จนกระทั่งในปี 1992 ซึ่ง Hans-Jurgen Mühle ได้ออกจาก ‘VEB Glashutter Uhrenbetriebe’ เพื่อมารื้อฟื้นธุรกิจของครอบครัวใหม่อีกครั้งภายใต้ชื่อ ‘Mühle Glashütte GmbH Nautische Instrumente und Feinmechanik’ (มือห์เล กลาสฮุตเตอ เกเอ็มเบฮา เนาติสช์ อินสทรูเมนต์ อุนด์ ไฟน์เมคานิค) และเริ่มผลิตนาฬิกาข้อมือครั้งแรกในปี 1996 และได้กลายเป็นธุรกิจหลักของบริษัทจวบจนปัจจุบัน

นอกจากนี้ ภายหลังการรวมชาติ อุตสาหกรรมนาฬิกาเยอรมันยังเกิดบริษัทนาฬิกาหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายราย อาทิ แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง Nomos Glashütte (โนโมส กลาสฮุตเตอ) ที่ยึดศิลปะแบบ ‘Bauhaus’ เป็นแม่แบบหลักในการผลิตนาฬิกาที่เรียบง่าย มีคุณภาพ มีฟังก์ชันที่มีประโยชน์ และใช้งานได้จริงในราคาที่สมเหตุสมผล เป็นต้น

48 Chronograph

Brighten Sky

ความแข็งแกร่งหลังภัยสงคราม

หลายแบรนด์เยอรมันที่ก่อตั้งมายาวนาน รวมถึงแบรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นทั้งระหว่างและหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ต้องผจญชะตากรรมราวโศกนาฏกรรมของชีวิต บางบริษัทก็ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำจากการผลิตนาฬิกาเพื่อการทหารป้อนสู่กองทัพ บางบริษัทก็ต้องยอมผลิตนาฬิกาตามคำสั่งรัฐบาล บางบริษัทที่ทายาทผู้ก่อตั้งทนทำงานภายใต้แรงกดดันต่อไปไม่ได้ก็ต้องระเหเร่ร่อนออกมา บางโรงงานก็ย่อยยับถูกเผาไหม้ทำลายจากการทิ้งระเบิด มีการยุบรวมกิจการและเปลี่ยนชื่อบริษัทกันไปมาหลายรอบ ก่อนเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็เริ่มเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 กลับต้องผจญภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อ แทนที่จะเริ่มดีขึ้นสถานการณ์ก็ตึงเครียดเข้าไปอีกจนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อในเวลาผ่านไปเพียง 20 ปี สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 อุตสาหกรรมนาฬิกาเยอรมันต้องประสบภาวะชะงักงันอยู่พักใหญ่ ยาวนานกว่าช่วงสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งยังโดนมรสุมนาฬิกาควอตซ์พัดเข้ากระหน่ำซ้ำอย่างไร้ความปรานีใดๆ แกนหลักที่ยึดเหนี่ยวอุตสาหกรรมนาฬิกาให้เป็นปึกแผ่นคงหนีไม่พ้น A. Lange & Söhne แบรนด์ที่จุดประกายให้เกิดอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างแข็งแกร่งขึ้นในเยอรมนี กอปรกับการสร้างอุตสาหกรรมนาฬิกาเยอรมันในยุคเริ่มต้นเป็นในแบบช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พอมาประสบคราวทุกข์ หลายบริษัทต่างก็เกื้อกูลกันและกัน

42 Chronograph
พิพิธภัณฑ์นาฬิกาเยอรมันในเมืองกลาสฮุตเตอ

แม้ A. Lange & Söhne จะต้องผจญสุญญากาศอยู่ช่วงหนึ่งที่แม้แต่ชื่อบริษัทและการบริหารก็ไม่ได้เป็นของทายาทผู้ก่อตั้ง แต่ทายาทคนสำคัญอย่าง Walter Lange ก็กลับมาพลิกฟื้น A. Lange & Söhne ให้คืนกลับมาได้อย่างสง่างาม ยอดแบรนด์นาฬิกาอันทรงพลังของอุตสาหกรรมนาฬิกาอีกรายอย่าง Glashütte Original ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1990 แต่แท้จริงแบรนด์นี้ได้หยั่งรากลึกมาตั้งแต่ครั้ง Ferdinand Adolph Lange ก่อตั้ง A. Lange & Söhne แล้ว โดย Glashütte Original ได้สืบทอดเจตนารมณ์และคุณลักษณะเฉพาะของการประดิษฐ์นาฬิกาตามแบบฉบับของเมืองกลาสฮุตเตอ ทั้งในระหว่างสงครามก็เป็นหนึ่งในแกนหลักของหลายบริษัทที่ถูกควบรวมจนปัจจุบัน

 

ทั้ง A. Lange & Söhne และ Glashütte Original จึงเปรียบเสมือนเป็นแบรนด์อันทรงอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมนาฬิกาเยอรมนี ที่ยึดปฏิบัติการประดิษฐ์นาฬิกาตามขนบแห่งช่างนาฬิกาเยอรมันอย่างเหนียวแน่นจนเป็นเอกลักษณ์ที่สุนทรียชนทั่วโลกให้การยอมรับ นอกจาก 2 แบรนด์ดังกล่าวยังมีการพลิกฟื้นแบรนด์จำนวนมากให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งโดยทายาทผู้ก่อตั้งและนักธุรกิจที่เล็งเห็นโอกาส ทั้งยังมีแบรนด์นาฬิกาเยอรมันใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายรายภายหลังการรวมชาติในปี 1990

มหาสงครามทั้ง 2 คราอาจเป็นบทพิสูจน์ที่หลายบริษัทมิอาจหลีกเลี่ยง แต่เมื่อผ่านบททดสอบอันโหดร้ายมาได้ กอปรกับจิตวิญญาณแห่งสกุลช่างนาฬิกาเยอรมันที่ยึดมั่นโดยไม่อ่อนล้าหรือสิ้นหวังลง และรูปแบบศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งหมดนี้ถักสานร้อยเรียงจนเกิดความแข็งแกร่ง และหาญกล้าพอจะกลับมา   แข่งขันกับอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสได้อย่างสูสี โดยมีจุดเด่นเรื่องเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเป็นอาวุธสำคัญ ทำให้โลกใบนี้ต้องจารึกไว้ว่า ใช่จะมีเพียงสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนเดียวที่เป็นศูนย์กลางของการผลิตเครื่องบอกเวลา…

 

ตอนที่ 1: ย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (1)

ตอนที่ 2: ย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (2)

ตอนที่ 3: ย้อนรอยนาฬิกาเยอรมัน (3)

3 COMMENTS

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up