UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMean Timeเจ้าของสถิติโลกแห่งนาฬิกากลไกทูร์บิญองที่บางเฉียบที่สุด

เจ้าของสถิติโลกแห่งนาฬิกากลไกทูร์บิญองที่บางเฉียบที่สุด

หลายคนคงอยากรู้ว่ากลไกทูร์บิญองอันสุดซับซ้อนนั้นสามารถออกแบบให้บางที่สุดได้มากขนาดไหน และนี่เป็นคำถามจากผู้อ่าน watch world-wide ที่เราจะมาไขความลับครั้งนี้ครับ

Q : อยากทราบว่าแบรนด์ใดเป็นเจ้าของสถิติโลกนาฬิกากลไกทูร์บิญองที่บางเฉียบที่สุดในปฐพีเวลานี้ครับ ?
นโม / ดอยแม่ปั๋ง

A : หลังจากมีการจุดพลุเขย่าบัลลังก์เจ้าแห่งนาฬิกาทูร์บิญองกันอย่างดุเดือด ล่าสุด ! ตำแหน่งนาฬิกาจักรกล ทูร์บิญองและกลไกทูร์บิญองที่บางเฉียบที่สุดในโลกตกเป็นของ Bvlgari Octo Finissimo Tourbillon (บุลการี อ็อกโต ฟินิสสิโม ทูร์บิญอง) ซึ่งแต่เดิมตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้เคยตกอยู่ในมือของ Audemars Piguet 25643 Ultra Thin Automatic Tourbillon Caliber 2870 (โอเดอมาร์ส ปิเกต์ 25643 อัลตรา ธิน ออโตเมติก ทูร์บิญอง คาลิเบอร์ 2870) ผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมที่ทาง Audemars Piguet หรือ AP ภูมิใจนำเสนอในปี 1986 และได้สร้างสถิติโลกให้ผู้คนฮือฮาไว้มากมาย อาทิ สายการผลิตนาฬิกาข้อมือกลไกทูร์บิญองเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลก นาฬิกาจักรกลทูร์บิญองรุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งกรงทูร์บิญองไทเทเนียม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์นาฬิกาที่นำวัสดุยุคอวกาศอย่างไทเทเนียมมาผลิตชิ้นส่วนทูร์บิญอง แถมวงการนาฬิกายังยกย่องให้เป็นนาฬิกาข้อมือกลไกออโตเมติกทูร์บิญองรุ่นแรกของโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้รับการบันทึกสถิติความเป็นสุดยอดอีกอย่างหนึ่งคือ นาฬิกาจักรกลทูร์บิญองและกลไกทูร์บิญองที่บางเฉียบที่สุดในโลก โดยกลไก Cal.2870 มีความหนารวมเพียง 4.8 มิลลิเมตร กรงทูร์บิญองวัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ 7.2 มิลลิเมตร หนาเพียง 2.5 มิลลิเมตร และหนักเพียง 0.134 กรัมเท่านั้น ทำให้ระบบจักรกลทูร์บิญองกินพลังงานน้อยลง เปิดทางให้ช่างนาฬิกาสามารถย่อความหนาของขดสปริงลานให้แบนบางเข้ากับสถาปัตย์โครงสร้างกลไกได้อย่างพอดิบพอดี Cal.2870 ใช้ระบบขึ้นลานแบบ Hammer Winding Systemž (แฮมเมอร์ ไวน์ดิง ซิสเต็ม) ที่ขึ้นลานอัตโนมัติให้กลไกด้วย Hammerž หรือ จานเหวี่ยงž (Rotor) ที่ผลิตจากแพลทินัมอิริเดียม (Platinum-Iridium) ที่จะแกว่งขึ้นลานเป็นวงโค้งแคบๆ แทนที่จะเป็นแบบเต็มวงเหมือนโรเตอร์ของกลไกนาฬิกาออโตเมติกทั่วไป โดยสามารถเห็น ค้อนž ขึ้นลานนี้ผ่านทางช่องเจาะบนพื้นหน้าปัดตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา ผลงานนาฬิกากลไกทูร์บิญองอัตโนมัติรุ่นนี้ไร้เม็ด-มะยม โดยย้ายเม็ดมะยมจากข้างตัวเรือนมาติดตั้งไว้บนฝาหลังแทน

Audemars Piguet 25643 Ultra Thin Automatic Tourbillon Caliber 2870

 

Audemars Piguet 25643 Ultra Thin Automatic Tourbillon Caliber 2870 ถือเป็นชัยชนะทางเทคโนโลยีที่สำคัญเหตุการณ์หนึ่งของโลก ต้องไม่ลืมว่า ในห้วงเวลานั้น ทีมช่างของ AP สามารถประดิษฐ์นาฬิกากลไกออโตเมติกทูร์บิญองที่บางเฉียบที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมาได้โดยปราศจากวิทยาการความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สุดล้ำอย่าง CAD, CNC หรือ LIGA ค่อยช่วยเหลือเหมือนช่างนาฬิกาสมัยนี้ ความเหนือชั้นทางวิศวกรรมนี้ส่งให้แม้วันนี้ประดิษฐกรรมเรือนประวัติศาสตร์นี้จะตกบัลลังก์มือ 1 ของโลกไปแล้วเรียบร้อย แต่ก็คงความเป็นผลงานอมตะในความทรงจำของผู้คนไปอีกนานแสนนาน ตามบันทึกประวัติศาสตร์ Audemars Piguet 25643 Ultra Thin Automatic Tourbillon Caliber 2870 รักษาเจ้าแห่งความบางเฉียบของกลไกนาฬิกาทูร์บิญองไว้ได้นานถึง 27 ปี จนกระทั่งผลงานคลื่นลูกใหม่อย่าง Arnold & Son UTTE (อาร์โนลด์ แอนด์ ซัน ยูทีทีอี) ที่เปิดตัวในปี 2013 ถือกำเนิดขึ้น โดย UTTE ซึ่งย่อมาจาก Ultra Thin Tourbillon Escapementž (อัลตรา ธิน ทูร์บิญอง เอสเคปเมนท์) ได้สร้างสถิติโลกใหม่ในฐานะนาฬิกาจักรกลทูร์บิญองที่บางเฉียบที่สุดในท้องตลาด ด้วยความหนาของตัวเรือนที่วัดได้เพียง 8.34 มิลลิเมตร ขณะที่กลไกไขลาน Flying Tourbillonž (ฟลายอิง ทูร์บิญอง) รุ่น Cal.A&S 8200 ซึ่งเป็นฝีมือการสร้างของหัวหน้าทีมพัฒนากลไกคนเก่งของแบรนด์ Sebastian Chaulmontet (เซบาสเตียง โชลมงเต็ต) นั้นวัดความหนารวมได้เพียง 2.97 มิลลิเมตรเท่านั้น (ไม่รวมความสูงของกรงทูร์บิญองที่หมุนลอยอยู่เหนือหน้าปัด) ทั้งที่มาพร้อมขุมพลังสำรองลานนาน 90 ชั่วโมงด้วยตลับลานแฝด

 

Arnold & Son UTTE

 

แม้ตลาดนาฬิกาทูร์บิญองจะแข่งขันกันอย่างรุนแรงและเกิดคลื่นลูกใหม่ฝีมือดีๆ ที่ไม่อาจมองข้ามได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกาชื่อ Breguet (เบรเกต์) ซึ่งเป็นผู้ต้นคิดประดิษฐ์จักรกลทูร์บิญองขึ้นเมื่อกว่า 200 ปีก่อนออกจากทำเนียบแชมป์นาฬิกาทูร์บิญองไปได้ง่ายๆ เมื่อแชมป์เก่าในปี 2013 อย่าง Arnold & Son UTTE ต้องพลาดท่าเสียเบอร์ 1 ของโลกให้แก่ต้นตำรับนาฬิกาทูร์บิญองเมื่อ Breguet ปล่อยทีเด็ด Classique Tour- billon Extra-Plat Automatic 5377 (กลาสสีค ทูร์บิญอง เอ็กซ์ตราปลาต ออโตเมติก 5377) ในงาน BASELWORLD 2014ž (บาเซิลเวิลด์ 2014) และวางจำหน่ายในปีถัดมา Breguet 5377 โชว์จุดเด่นที่สะกดสายตาทุกคู่ด้วยตัวเรือนที่เพรียวบางเพียง 7.0 มิลลิเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน 42.0 มิลลิเมตร เท่ากับ UTTE โดยกลไก Cal.581DR ระบบออโตเมติกทูร์บิญองชุดนี้มีความหนาเมื่อรวมกับความสูงของกรงทูร์บิญองแล้วเพียง 3.0 มิลลิเมตร ขึ้นลานด้วย Peri- pheral Rotorž (เพอริเฟอรัล โรเตอร์) ที่ผลิตจากแพลทินัม ขับเคลื่อนด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์ ซึ่งถือว่าสูงสำหรับกลไกนาฬิกาทูร์บิญองซึ่งปกติทำงานด้วยความถี่เพียง 2.5-3 เฮิรตซ์เท่านั้น ที่สำคัญคือระบบสำรองพลังงานที่สูงถึง 90 ชั่วโมง โดดเด่นเป็นสง่าด้วยชุดกลไกทูร์บิญองที่วางตำแหน่งเยื้องศูนย์ พรั่งพร้อมด้วยนวัตกรรมอย่างชิ้นส่วนกรงทูร์บิญองและจักรกลอกที่ทำจากไทเทเนียม ส่วนสปริงสายใยจักรกลอก ผลิตจากซิลิกอน ซึ่งได้รับความคุ้มครองผลงานด้วยสิทธิบัตร 2 ฉบับ

 

Breguet Classique Tourbillon Extra-Plat Automatic 5377

 

ทว่า Breguet กลับครองความเป็นเจ้านาฬิกาทูร์บิญองเรือนบางเฉียบได้เพียงช่วงสั้นๆ ก่อนจะถูก Bvlgari โค่นแชมป์ในปี 2015 ด้วยผลงานสะท้านโลก Octo Finissimo Tourbillon สุดยอดนาฬิกาที่สร้างสถิติโลกใหม่ขึ้นมา โดยสัดส่วนความหนาของตัวเรือนที่วัดได้เพียง 5.0 มิลลิเมตร ในขณะที่หัวใจ Cal.BVL 268 ระบบไขลานพร้อมจักรกล Flying Tourbillonž ที่ประกอบด้วย 249 ชิ้นส่วนนั้นวัดความบางเฉียบได้เพียง 1.95 มิลลิเมตร (เมื่อรวมความสูงของกรงทูร์บิญองแล้ว) ซึ่งบางกว่าเหรียญ 5 ฟรังก์สวิสที่หนา 2.35 มิลลิเมตรเสียอีก !

 

ความหนาของกลไก BVL 268 เมื่อเปรียบเทียบกับเหรียญ 5 ฟรังก์สวิส

 

ส่วนประกอบของกลไก BVL 268

 

เพื่อพิชิตความสำเร็จอันแสนท้าทายทางวิศวกรรมนี้ พื้นที่ทุกมิลลิเมตรของ Cal.BVL 268 จึงต้องผ่านการคำนวณละเอียดยิบ ทีมช่าง Bvlgari ทุ่มเทแรงกายแรงใจค้นหาเทคนิคใหม่ๆ และพัฒนานวัตกรรมมาช่วยรีดความหนารวมของกลไกให้ออกมาแบนบางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ระบบปรับแต่งเวลาหรือ Regulatorž (เรกูเลเตอร์) ที่ถูกถอดออกไป เปลี่ยนเป็นการปรับแต่งโดยตรงกับจักรกลอกแทน การแยกชุดสะพานจักรออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกสำหรับเฟืองขับเข็มนาที ชุดหลังสำหรับระบบเกียร์ถ่ายกำลังของกรงทูร์บิญอง การประยุกต์ใช้ลูกปืนแทนทับทิมกันสึกบนแท่นเครื่อง โดยเฉพาะตรงแกนหมุนกรงทูร์บิญองที่ใช้มากเป็นพิเศษ รวมถึงแกนหมุนกระปุกลานที่หล่อลื่นขับเคลื่อนด้วย 3 ตลับลูกปืน วิธีการนี้ช่วยให้สามารถเพิ่มความหนาของขดสปริงลานได้เป็นเท่าตัว ผลลัพธ์ก็คือ Cal.BVL 268 สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 55 ชั่วโมง ซึ่งนับว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับกลไกนาฬิกาที่บางเฉียบขนาดนี้ คุณภาพคับเรือนขนาดนี้ สมแล้วที่คว้าตำแหน่ง The Worldžs Thinnest Tourbillon and Tourbillon Movementž ไปครอง

Bulgari Octo Finissimo Tourbillon
SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up