UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPocket Oneเลอเลิศ

เลอเลิศ

Pocket One ok

Jaeger-LeCoultre

Hybris Artistica Duometre Spherotourbillon Pocket Watch

Hybris Artistica (อีบรีส์ อาร์ติสติกา) ถือเป็นคอลเลกชั่นที่รวบรวมความเป็นเลิศระดับ ‘Masterpiece’ (มาสเตอร์พีซ)ž ของ Jaeger-LeCoultre (เชแฌร์-เลอคูลทร์) ที่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมการประดิษฐ์นาฬิกาที่โรงงานใน ‘Vallee de Joux’ (วัลเล เดอ ฌูซ์) การรังสรรค์เรือนเวลาของ Jaeger-LeCoultre นั้นแสดงออกมาในหลายรูปแบบ อาทิ กลไกสลับซับซ้อน ประณีตศิลป์ในการสร้างตัวเรือน และการพัฒนาวัสดุใหม่ๆ ของชิ้นส่วน ซึ่งในคอลเลกชั่นนี้นักสะสมจะได้เห็นการหลอมรวมกันตั้งแต่ความคิดสร้างสรรค์ของการออกแบบ โครงสร้างทางด้านเทคนิค ศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกา และความประณีตในการผลิต เพื่อไปให้ถึงจุดสุดยอดของโรงงานที่มีเกียรติประวัติมายาวนานของ Jaeger-LeCoultre

Hybris Artistica Duometre Spherotourbillon Pocket Watch (อีบรีส์ อาร์ติสติกา ดูโอแมตร์ สเฟียโรทูร์บิญอง พ็อกเก็ต วอทช์) เรือนนี้ คือนาฬิกาพกที่ได้รับแรงบันดาลใจการรังสรรค์มาจากนาฬิกาพกกลไกสลับซับซ้อนของ Jaeger-LeCoultre Grande Complication (เชแฌร์-เลอคูลทร์ กรองด์ กอมพลิกาซิยง) ในอดีตที่ผลิตขึ้นในปี 1928 โดยนาฬิกาพกเรือนนี้เป็นนาฬิกากลไกสลับซับซ้อนที่งดงามมาก เป็นนาฬิกาที่ใช้กลไกทูร์บิญองแบบที่หมุน 3 มิติ โดยวงรอบนอกหมุน 1 รอบต่อ 30 วินาที วงรอบในหมุน 1 รอบต่อ 15 วินาที การเคลื่อนไหวของกรงทูร์บิญองระบบนี้ถ้าเปรียบเทียบก็คล้ายกับโคมไฟสปอตไลท์ที่ฉายแสงขึ้นไปเป็นลำบนท้องฟ้าเวลากลางคืน คือหมุนรอบตัวเองไปทั้ง 2 แกน ชุดกลไกทูร์บิญองนั้นมีการเคลื่อนไหวอันน่าทึ่ง และเพื่อลดการบดบังของสะพานจักร ทาง Jaeger-LeCoultre จึงใช้สะพานจักรที่ผลิตด้วยคริสตัลแซพไฟร์ ทำให้ดูเหมือนกรงทูร์บิญองกำลังเคลื่อนคล้อยลอยอยู่ในอากาศ

Duometre-Spherotourbillon-Pocket-Watch_Jaeger-LeCoultre-Hybris-Artistica_8

สายใยของนาฬิกาเรือนนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะไม่ใช่แบบแบนเรียบ แต่กลับใช้แบบรูปทรงกระบอก ส่วนตลับลานนั้นใช้แบบตลับคู่ที่แยกอิสระสำหรับกลไกภาคการเดินของทูร์บิญอง 1 ชุด และแยกอีกชุดไปเพื่อใช้กับฟังก์ชันไทม์โซนที่ 2 การแยกตลับลานดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการเพิ่มความเที่ยงตรงของนาฬิกาโดยลดความคลาดเคลื่อนของแอมปลิจูดของกลไกที่มีการสูญเสียพลังงานจากการเริ่มใช้งานฟังก์ชันอื่นๆ ทาง Jaeger-LeCoultre จึงใช้พลังงานจาก 2 แหล่ง

นาฬิกามีตัวเรือนขนาดความกว้าง 48.0 มิลลิเมตร มีพลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง ตัวเรือนผลิตจากทองขาว 18K ขอบลงยาสีน้ำเงินโดยช่างต้องนำตัวเรือนมาลงยาสีแล้วนำไปเผาที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส การลงยานั้นถ้าทำแล้วมีส่วนเกินต้องนำมาขจัดออกและถ้าน้อยเกินไปก็ต้องลงยาเพิ่มซึ่งแปลว่าต้องเริ่มกระบวนการผลิตใหม่อีกครั้งนั่นเอง นาฬิกามีหน้าปัดย่อยเป็นกระเบื้อง 3 หน้าปัด หน้าปัดแรกบนสุดบอกชั่วโมงและนาที หน้าปัดล่างด้านขวาบอกวินาที หน้าปัดล่างด้านซ้ายบอกเวลาไทม์โซนที่ 2 เป็นแบบ 24 ชั่วโมง มีเข็มบอกพลังงานสำรองลาน 2 ชุด ชุดทางขวาบอกพลังงานลานของเรกูเลเตอร์ ทางด้านซ้ายบอกพลังงานลานของไทม์โซนที่ 2 มีปุ่มกดเพื่อรีเซตเข็มวินาทีให้กลับไปที่ตำแหน่ง 0 วินาทีโดยไม่ต้องไปหยุดจักรกลอก ลดการสูญเสียพลังงานตอนตั้งเวลา กลไกทั้งหมดมีชิ้นส่วนมากถึง 450 ชิ้น

Duometre-Spherotourbillon-Pocket-watch_Jaeger-LeCoultre-Hybris-Artistica_7

นาฬิกาพกเรือนนี้ถ่ายทอดวัฒนธรรมการสร้างนาฬิกากลไกสลับซับซ้อนชั้นสูงจากอดีตมาได้อย่างครบถ้วนและยังต่อยอดด้วยนวัตกรรมสุดเลิศเข้าไปอีก ทำให้เกิดความภาคภูมิใจของนักสะสมที่ได้ครอบครองผลงานชั้นครูนี้ในจำนวนจำกัดไม่เกิน 3 เรือนในโลกเท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up