UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticles16 LIMITED EDITIONS OF BULOVA - เอดิชั่นพิเศษเพื่อรำลึกถึงผู้ก่อตั้ง

16 LIMITED EDITIONS OF BULOVA – เอดิชั่นพิเศษเพื่อรำลึกถึงผู้ก่อตั้ง

by: ‘TomyTom’

 

Bulova (บูโลวา) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่ของโลกที่มีอายุกว่าศตวรรษ ซึ่งนับกันจริงๆ ก็เกือบจะศตวรรษครึ่งแล้ว เพราะชายชื่อ Joseph Bulova (โจเซฟ บูโลวา) ได้ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1875 แล้ว ในปี 2019 นี้ Bulova จึงดำริที่จะรำลึกถึงผู้ก่อตั้งแบรนด์ ด้วยการออกคอลเลกชั่นนาฬิกาสุดพิเศษผลิตจำนวนจำกัด Joseph Bulova Swiss Automatic Collection (โจเซฟ บูโลวา สวิส ออโตเมติก คอลเลกชั่น) สู่ตลาด โดยประกอบด้วยนาฬิกาทั้งหมดถึง 16 แบบด้วยกัน ทุกแบบสร้างสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานนาฬิการะดับไอคอนของ Bulova จำนวน 3 รุ่นที่เคยผลิตขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1928-1935 ได้แก่ นาฬิกาทรง ‘Tonneau’ (ตอนโน) หรือถังเบียร์รุ่น Banker (แบงเกอร์) นาฬิกาทรง ‘Tank’ (แทงก์) หรือทรงี่เหลี่ยมผืนผ้ารุ่น Breton (เบรตัน) และนาฬิกาทรงกลมรุ่น Commodore (คอมโมดอร์) ทั้งหมดเป็นนาฬิกาสไตล์อเมริกันที่ออกแบบขึ้นในมหานครนิวยอร์ก และผลิตขึ้นจากโรงงานในสวิตเซอร์แลนด์ที่ Joseph Bulova ตั้งขึ้นเมื่อปี 1912 โดยมีฐานะเป็นโรงงานผลิตนาฬิกาข้อมือแห่งแรกของเมืองเบียล (Biel) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส

แบบ Banker ตัวเรือนทรง ‘Tonneau’

 

นาฬิกา Banker แห่งปี 2019 ยังคงคลาสสิกด้วยแนววิถี ‘Art Déco’ (อาร์ต เดโค) เฉกเช่นต้นฉบับ ตัวเรือนรูปทรง ‘Tonneau’ ที่มีเส้นสายเรียบง่ายแต่งามสง่าถูกสร้างขึ้นให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 33.0 มิลลิเมตร ใกล้เคียงกับนาฬิกา Breton ตัวเรือนทรงเหลี่ยมรูปแบบ ‘Tank’ ที่มาในขนาด 32.0 มิลลิเมตร ขณะที่นาฬิกาตัวเรือนทรงกลม Commodore ที่มีขาตัวเรือนรูปทรงห่วงโค้งเป็นลักษณะเฉพาะตัว หรือที่เรียกว่า ‘หูกระทะ’ นั้นถูกสร้างขึ้นมา 2 ขนาด คือ 34.0 และ 38.0 มิลลิเมตร นาฬิกาแต่ละรุ่นแต่ละแบบใน 16 แบบนี้มากับหน้าปัดที่หลากหลาย สะท้อนความคลาสสิกของดีไซน์หน้าปัดที่เคยใช้กับรุ่นเหล่านี้ในอดีตมาแล้ว โดยลักษณะเด่นอันเป็นที่นิยมในยุค 1920-1930s ก็คือ หลักชั่วโมงเลขอารบิกขนาดใหญ่สไตล์ ‘Art Déco’ สเกลนาทีแบบรางรถไฟ และโทนสีงามสง่าอารมณ์คลาสสิกปราศจากความฉูดฉาด โดยความงดงามเหล่านี้ถูกเสริมให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิตของปัจจุบัน ทำให้งานพิมพ์บนหน้าปัดมีความคมชัดยิ่งขึ้น งานปัดลายรัศมี ‘Sunburst’ (ซันเบิร์สท์) ที่เปล่งประกายความงามได้มากขึ้น งานตกแต่งผิวแบบพ่นทราย ‘Grained’ (เกรนด์) ที่ให้มิติชัดเจนยิ่งขึ้น และงานขัดเงาบนเข็มที่แวววาวสุกปลั่งกว่างานในยุคอดีต อีกทั้งนอกจากตัวเรือนสเตนเลสสตีล (พร้อมสายสเตนเลสสตีลในบางแบบ) แล้ว บางแบบยังถูกเคลือบทองด้วยเทคนิค PVD เพื่อสะท้อนถึงความหรูหราของนาฬิกาเรือนทองในยุคสมัยนั้นอีกด้วย

แบบ Breton ตัวเรือนทรง ‘Tank’

 

 

กลไกยุคปัจจุบันที่ Bulova เลือกมาใช้ในทุกแบบของคอลเลกชั่นเชิดชูเกียรติ Joseph Bulova Swiss Automatic Collection นี้คือกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ แสดงเวลา 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ทับทิมกันสึก 26 ชิ้น พลังงานสำรอง 38 ชั่วโมง Cal.SW200 ของผู้ผลิตกลไกสัญชาติสวิส Sellita (เซลลิตา) โดยทุกแบบของคอลเลกชั่นนี้จะใช้ฝาหลังชนิดกรุกระจกใสเพื่อให้มองเห็นกลไกภายในได้ และบนฝาหลังก็มีการสลักชื่อ ‘Joseph Bulova’ และปีก่อตั้งแบรนด์ ‘1875’ เอาไว้เพื่อบ่งบอกความพิเศษ

Joseph Bulova Swiss Automatic Collection แต่ละแบบถูกจับคู่กับสายนาฬิกาที่ตั้งใจออกแบบขึ้นมาให้เหมาะกับตัวเรือนและหน้าปัดของแต่ละแบบ โดยตัวเรือนแบบ Banker จะเข้าคู่กับสายหนังลายผิวจระเข้สีดำ หรือสายสเตนเลสสตีลที่ประกอบขึ้นจากชิ้นข้อจำนวนมากดุจสร้อยข้อมือเส้นหรู ขณะที่ตัวเรือนแบบ Breton จะเป็นสายสเตนเลสสตีลแบบข้อหลายชิ้น หรือสายหนังลายผิวตะกวด (Lizard – ลิซาร์ด) สีดำหรือสีน้ำตาล ส่วนตัวเรือนแบบ Commodore จะเป็นสายสตีลแบบข้อหลายชิ้น หรือสายหนังลายผิวจระเข้สีน้ำตาลหรือสีดำ จำนวนการผลิตของนาฬิกา ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) 16 แบบในคอลเลกชั่นนี้ ทาง Bulova จำกัดเอาไว้เพียงแบบละ 350 เรือนเท่านั้น โดยวางระดับราคาไว้ระหว่าง 995-1,495 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000-50,000 บาท ซึ่งด้วยราคาที่ตั้งไว้ กับจำนวนการผลิตเพียงเท่านี้ เชื่อว่าคงจำหน่ายหมดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

แบบ Commodore ตัวเรือนทรงกลม

แบบ Commodore ขนาด 38.0 มิลลิเมตร และ 34.0 มิลลิเมตร (สังเกตช่องหน้าต่างวันที่ ไซส์ 38.0 มิลลิเมตร จะอยู่ถัดจากชิ้นหลักชั่วโมงตำแหน่ง 3 นาฬิกา ขณะที่ไซส์ 34.0 มิลลิเมตร ไม่มีหลักชั่วโมงอยู่ ณ ตำแหน่งนี้)

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up