UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticles2020 JAEGER-LECOULTRE MASTER CONTROL - อัพเดทใหม่ยกสายพันธุ์

2020 JAEGER-LECOULTRE MASTER CONTROL – อัพเดทใหม่ยกสายพันธุ์

by: ‘TomyTom’

 

ปี 2020 นี้ Jaeger-LeCoultre (เชแฌร์-เลอคูลทร์) อัพเดทลุคใหม่ให้กับนาฬิกาเรือนงามดีไซน์คลาสสิกคอลเลกชั่น Master (มาสเตอร์) ในตระกูล Master Control (มาสเตอร์ คอนโทรล) ทั้งสายพันธุ์ ตั้งแต่รุ่น Date (เดท) แบบ 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น รุ่น Calendar (กาเลนดาร์) กับฟังก์ชันปฎิทิน Triple Calendar (ทริเปิล กาเลนดาร์) พร้อมการแสดงข้างขึ้น-ข้างแรม รุ่น Geographic (จีโอกราฟิก) ฟังก์ชัน ‘Dual Time’ (ดูอัลไทม์) พร้อมเมืองอ้างอิงและฟังก์ชันแสดงพลังงานสำรอง ไปจนถึงรุ่นท็อปตัวใหม่ Chronograph Calendar (โครโนกราฟ กาเลนดาร์) ที่มากับฟังก์ชันโครโนกราฟพร้อมฟังก์ชันปฏิทินแบบ ‘Triple Calendar’ และ ‘Moon-phases’ (มูนเฟเซส)

 

ลุคใหม่ที่ว่านี้มาในสไตล์โมโนโครมโทนสีเงินในส่วนของตัวเรือนสเตนเลสสตีล และองค์ประกอบโดยส่วนใหญ่บนหน้าปัด โดยออกแบบตัวเรือนขึ้นใหม่ นำลักษณะนาฬิกาเรือนกลมสมัยยุคทศวรรษ 1950s มาเป็นแรงบันดาลใจ แต่เน้นเพิ่มบุคลิกสุดเท่ด้วยสายหนัง ‘Novonappa®’ (โนโวแนพปา) หนังวัวผิวนุ่มสีแทนธรรมชาติที่ใช้หนังซึ่งทำให้เกิดสีด้วยกระบวนการที่ใช้พืชเป็นองค์ประกอบจากโรงฟอกหนังระดับยอดฝีมือในฝรั่งเศส ซึ่งหนังชนิดนี้จะเกิดคราบบนผิวเมื่อผ่านกาลเวลา นำมาซึ่งความงามที่ไม่เหมือนใครในแต่ละเส้น และที่สายยังติดตั้งแกนยึดแบบสปริงมาเพื่อให้เจ้าของสามารถสลับเปลี่ยนสายได้สะดวกด้วยมือเปล่าโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ ช่วยอีกด้วย

 

รูปแบบการดีไซน์องค์ประกอบบนหน้าปัดของทุกรุ่นในปี 2020 นี้มาในแนวทางเดียวกันคือ หน้าปัดสีเทาเงินปัดลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) ติดชิ้นหลักชั่วโมงแบบสามเหลี่ยม 3 มิติ รูปทรงเรียวแหลม ร่วมกับเลขอารบิก สเกลสีดำขีดบางไร้กรอบ เสริมความเด่นด้วยสีแดงเพียงเล็กน้อยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องการเน้น เข็มชั่วโมงกับนาทีทรง ‘Dauphine’ (ดอฟีน) เข็มวินาทีสีน้ำเงิน และใช้สารเรืองแสงเป็นขีดยาวบนเข็มชั่วโมงกับนาที และจุดกลมที่หลักชั่วโมง เช่นเดียวกับตัวเรือนที่มีดีไซน์เดียวกันทั้งหมด พร้อมฝาหลังชนิดกรุแซพไฟร์คริสตัล เพื่อให้เสพความงามของงานขัดแต่งกลไกและชิ้นโรเตอร์สีทองฉลุโปร่งได้อย่างเต็มตา ส่วนขนาดตัวเรือนจะขยายขึ้นจาก 39.0 มิลลิเมตร ของเจเนอเรชั่นก่อนมาเป็น 40.0 มิลลิเมตรโดยกันน้ำได้ 50 เมตรเช่นเดิม

Master Control Date Ref.Q4018420

Cal.899AC

 

นาฬิกา 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่แสดงผ่านช่องหน้าต่าง ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิการุ่น Master Control Date Ref.Q4018420 อันเป็นรุ่นเบสิกของตระกูล มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่มีความหนาเพียง 8.78 มิลลิเมตร อันเป็นอานิสงส์จากการใช้กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ขึ้นลานอัตโนมัติ Cal.899AC ซึ่งมีความหนาเพียง 3.7 มิลลิเมตร ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิม 32 ชิ้น จำนวนชิ้นส่วนรวม 218 ชิ้น ปรับปรุงมาจาก Cal.899 ในหลายรายละเอียด เช่น เปลี่ยนมาใช้ชิ้นส่วนระบบปล่อยจักรที่ทำจากซิลิกอน ออกแบบตลับลานขึ้นใหม่ ออกแบบเฟืองวินาทีใหม่เพื่อขจัดอาการสั่น เป็นต้น ส่งผลให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น และเพิ่มความยาวนานของกำลังสำรองจากเดิมที่มีอยู่ราว 43 ชั่วโมง เป็น 70 ชั่วโมง ราคาจำหน่ายถูกตั้งไว้ที่ 6,700 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 220,000 บาท

Master Control Calendar Ref.Q4148420

Cal.866AA

 

Master Control Calendar Ref.Q4148420 มากับตัวเรือนที่มีความหนาเพิ่มขึ้นเป็น 10.95 มิลลิเมตร และมากับการแสดงเวลาแบบ 2 เข็มกลาง ร่วมกับเข็มวินาทีขนาดเล็กพร้อมระบบปฏิทินแบบ ‘Triple Calendar’ ที่อ่านค่าง่ายด้วยเข็มแต้มปลายสีแดงสำหรับแสดงวันที่ และจานดิสก์ 2 ชุดแสดงวันและเดือนผ่านช่องหน้าต่าง 2 ช่อง พร้อมฟังก์ชัน ‘Moon-phases’ ที่แสดงด้วยพระจันทร์สีเงินบนจานสีน้ำเงินผ่านช่องหน้าต่างที่ซ้อนอยู่ในวงหน้าปัดวินาที ขับเคลื่อนด้วยกลไก ‘In-house’ ขึ้นลานอัตโนมัติ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ทับทิม 34 ชิ้น ชิ้นส่วนรวม 344 ชิ้น Cal.866AA อันเป็นเวอร์ชั่นที่ปรับปรุงมาจาก Cal.866 ซึ่งได้รับการอัพเดทชิ้นส่วนกลไกใหม่ และมีกำลังสำรองยาวนานขึ้นเป็น 70 ชั่วโมง เช่นเดียวกับ Cal.899AC ทั้งยังเพิ่มความน่าสนใจด้วยระบบขยับเข็มวันที่ให้กระโดดเหินข้ามจากวันที่ 15 ณ ตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา ไปยังวันที่ 16 ณ ตำแหน่ง 7-8 นาฬิกา เพื่อมิให้บดบังเข็มวินาทีและการแสดงข้างขึ้น-ข้างแรม รุ่นนี้ตั้งราคาไว้ 11,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 363,000 บาท

Master Control Geographic Ref.Q4128420

Cal.939

 

Master Control Geographic Ref.Q4128420 นาฬิกาบอกเวลา 3 เข็ม พร้อมการแสดงเวลาได้พร้อมกัน 2 ไทม์โซน โดยมีเข็มชั่วโมงกับนาทีขนาดเล็กบนวงหน้าปัดตำแหน่ง 6 นาฬิกา พร้อมเข็มและหน้าปัดขนาดจิ๋วสำหรับบอกกลางวัน-กลางคืนอยู่เคียงข้างอีกชุดหนึ่ง และมีจานระบุเมืองอ้างอิงสำหรับ 24 เขตเวลา แสดงผ่านช่องหน้าต่างโค้งบริเวณขอบล่างของหน้าปัด โดยเมืองที่เข็มแสดงเวลาอยู่จะเป็นเมืองที่อยู่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งทำให้ตั้งค่าไทม์โซนที่ต้องการได้อย่างสะดวกง่ายดายจากชื่อเมืองที่ใช้อ้างอิงในแต่ละไทม์โซน และมีฟังก์ชันแสดงวันที่และกำลังสำรองด้วยเข็มอยู่ฝั่งบนของหน้าปัด โดยใช้เข็มวินาที เข็มเวลาที่ 2 เข็มวันที่ และเข็มกำลังสำรองเป็นสีน้ำเงิน การทำงานเป็นหน้าที่ของกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ‘In-house’ Cal.939 เวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ ทำให้พลังงานสำรองเพิ่มขึ้นจาก 43 ชั่วโมงของ Cal.939A/1 มาเป็น 70 ชั่วโมงแน่นอนว่าเมื่ออุดมไปด้วยฟังก์ชั่นเช่นนี้ก็ย่อมมีความหนาอยู่พอตัว แต่ก็ไม่มากจนเกินไป เพราะความหนาของตัวเรือนที่ 10.96 มิลลิเมตร นั้นพอๆ กับรุ่น Calendar นั่นเอง ราคาของรุ่นนี้อยู่ที่ 12,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 400,000 บาท

Master Control Chronograph Calendar Ref.Q4138420

Cal.759

 

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ Master Control Chronograph Calendar Ref.Q4138420 ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Jaeger-LeCoultre ที่ผนวกฟังก์ชันโครโนกราฟเข้ากับit[[ปฏิทิน ‘Triple calendar’  และ ‘Moon-phases’ ทั้งยังออกแบบองค์ประกอบบนหน้าปัดได้อย่างสะอาดตาลงตัวมาก แม้จะมีตำแหน่งแสดงค่ามากมาย ทั้งเข็มจับเวลา 30 นาที ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา เข็มแสดงเวลาวินาทีที่ 9 นาฬิกา ซึ่งใช้เป็นสีน้ำเงินเช่นเดียวกับเข็มจับเวลาวินาที เข็มแสดงวันที่ ณ 6 นาฬิกา ซอนอยู่กับหน้าต่างแสดงข้างขึ้น-ข้างแรม  และหน้าต่างคู่ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกาสำหรับแสดงวันกับเดือน แต่การติดตั้งฟังก์ชันปฎิทินร่วมกับระบบโครโนกราฟแบบ ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical-clutch’ (เวอร์ติคัลคลัตช์) ซึ่งจับเวลาได้สูงสุด 30 นาที ก็ทำให้ตัวกลไก ‘In-house’ ขึ้นลานอัตโนมัติ พลังงานสำรอง 65 ชั่วโมง ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ทับทิม 41 ชิ้น จำนวนชิ้นส่วนรวม 356 ชิ้น คาลิเบรอใหม่ Cal.759 ชุดนี้มีความหนาจนทำให้ตัวเรือนต้องมีความหนาโดยรวมถึง 12.05 มิลลิเมตร เลยทีเดียว ราคาจำหน่ายของรุ่นนี้อยู่ที่ 14,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 480,000 บาท

Master Control Chronograph Calendar Ref.Q4132520 ตัวเรือน ‘Le Grand Rose Gold’

 

แต่หากไม่พึงใจกับตัวเรือนสเตนเลสสตีล คอลเลกชั่น Master Control ปี 2020 นี้ยังมีทางเลือกให้ด้วยตัวเรือนทองชมพู 18K ชนิดใหม่ที่ทางแบรนด์เติมพัลลาเดียมเพิ่มเข้าไปในส่วนผสม เพื่อให้เนื้อทองมีความเปล่งปลั่งล้ำลึก ทั้งยังช่วยป้องกันการออกซิเดชั่นเพื่อให้รักษาความกระจ่างใสของทองไว้ได้ในระยะยาวโดย Jaeger-LeCoultre ให้ชื่อทองคำชนิดนี้ว่า ‘Le Grand Rose Gold’ (เลอ กรองด์ โรส โกลด์) พร้อมชิ้นหลักชั่วโมง โลโก้ กรอบหน้าต่าง และเข็มสีทอง และจับคู่มากับสายหนังจระเข้สีน้ำตาลไหม้ โดยจะมีวัสดุชนิดนี้ให้เลือกในรุ่น Master Control Calendar Ref.Q4142520 ราคา 22,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 743,000 บาท Master Control Geographic Ref.4122520 ราคา 23,700 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 782,000 บาท และรุ่น Master Control Chronograph Calendar Ref.Q4132520 ราคา 26,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 858,000 บาท

Master Control Geographic Ref.4122520 ตัวเรือน ‘Le Grand Rose Gold’

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up