UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticles2021 ROLEX OYSTER PERPETUAL EXPLORER - ลดขนาดแต่เพิ่มอานุภาพด้วยขุมกำลังใหม่

2021 ROLEX OYSTER PERPETUAL EXPLORER – ลดขนาดแต่เพิ่มอานุภาพด้วยขุมกำลังใหม่

by: ‘TomyTom’

 

ปี 2021 นี้ Rolex (โรเล็กซ์) มอบเจเนอเรชั่นใหม่ของ Oyster Perpetual Explorer (ออยสเตอร์ เพอร์เพทชวล เอ็กซ์พลอเรอร์) สู่ข้อมือผู้คนด้วยการหันกลับไปใช้ตัวเรือนขนาด 36.0 มิลลิเมตร เท่ากับไซส์ต้นกำเนิดใน ค.ศ. 1953 อันเป็นปีเดียวกับที่ Sir Edmund Hillary (เซอร์ เอดมุนด์ ฮิลลารี) และ Tenzing Norgay (เทนซิง นอร์เก) ปีนขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ กลายเป็นคนกลุ่มแรกของโลกที่พิชิตยอดเขานี้ได้ ซึ่งนาฬิกาที่ Norgay สวมใส่ในภารกิจสำคัญนี้ก็คือ Rolex Oyster Perpetual Ref.6098 ทาง Rolex จึงตั้งชื่อนาฬิการุ่นใหม่ที่ออกในปี 1953 ว่า ‘Explorer’ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในการสร้างนาฬิกาที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมอันทรหดและสมบุกสมบันกระทั่งสร้างประวัติศาสตร์โลกได้สำเร็จ และ Rolex ก็ใช้ตัวเรือนขนาด 36.0 มิลลิเมตร กับ Explorer มาเป็นเวลากว่า 5 ทศวรรษ ก่อนที่จะสร้างขนาด 39.0 มิลลิเมตร มาใช้กับ Ref.214270 ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา แต่ในที่สุดปี 2021 นี้ก็ตัดสินใจขึ้นเจเนอเรชันใหม่ด้วยการกลับมาใช้ขนาด 36.0 มิลลิเมตร อีกครั้ง โดยเปิดตัวออกมาพร้อมกัน 2 เวอร์ชั่น คือตัวเรือนและสาย ‘Oystersteel’ (ออยสเตอร์สตีล) ล้วน Ref.124270 กับตัวเรือนและสายแบบสองกษัตริย์ Ref.124273 ที่ใช้ ‘Oystersteel’ ร่วมกับทอง 18K ซึ่งเรียกว่า ‘Rolesor’ (โรเลซอร์) และยุติการผลิต Ref.214270 ขนาด 39.0 มิลลิเมตรลง

MITSUBISHI

 

ความเห็นจากหลายคนบอกไว้ว่า ขนาด 39.0 มิลลิเมตร ของ Ref.214270 ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่แล้วนั้นทำให้องค์ประกอบบนหน้าปัดซึ่งมีเพียงหลักชั่วโมง 12 ชิ้น และเข็มชี้ กับพื้นที่ของหน้าปัดและขอบตัวเรือนดูไม่สมดุล การกลับมาของไซส์ 36.0 มิลลิเมตร ใน Explorer Ref.124270 และ Ref.214273 ที่ออกมาใหม่นี้จึงทำให้ข้อกังขานี้กลายเป็นอดีตไป ตัวเรือนของ Explorer ใหม่ดูจะเป็นตัวเรือนเดียวกับ Oyster Perpetual ขนาด 36.0 มิลลิเมตร ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2020 เห็นได้จากขอบตัวเรือนขัดเงาที่มีขนาดไม่หนานัก และดีไซน์ขาตัวเรือนที่สอบลู่ดูสะโอดสะอง ชวนให้นึกถึงดีไซน์นาฬิกาจากยุค 90s ขณะที่ด้านหน้าของตัวเรือนถูกปัดลายทั้งหมด ส่วนด้านข้างเป็นการขัดเงา โดย Ref.124270 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่น ‘Oystersteel’ ล้วนทั้งตัวเรือนและสายแบบ ‘Oyster’ ใช้หลักชั่วโมงกับเข็มทองขาว 18K ตามมาตรฐานปัจจุบัน หากแต่ Ref.124273 นั้นจะใช้ทอง 18K ขัดเงาในส่วนของขอบตัวเรือน เม็ดมะยม และข้อกลางของสาย รวมถึงใช้หลักชั่วโมงและเข็มชี้เป็นทอง 18K ด้วยเช่นกัน และต้องบอกว่านี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Explorer เวอร์ชั่นสองกษัตริย์หรือ ‘Rolesor’ ที่ใช้หน้าปัดพร้อมตัวเลข 3, 6 และ 9 เช่นนี้ ทั้งนี้เพราะ Ref.5501 ในอดีตซึ่งมีข้อความ ‘Explorer’ บนหน้าปัดนั้นยังคงมีพื้นฐานเป็น Oyster Perpetual ที่ไม่ได้ใช้หน้าปัดแบบหลักชั่วโมง 3, 6 และ 9

 

หน้าปัดของ Explorer เจเนอเรชั่นใหม่ยังคงมากับพื้นสีดำอย่างที่คุ้นตา โดยหนนี้เป็นการเคลือบแลคเกอร์เพื่อความเงางาม ส่วนดีไซน์หลักชั่วโมงก็รักษารูปแบบการผสมผสานระหว่างชิ้นสามเหลี่ยมตำแหน่ง 12 นาฬิกา ตัวเลขอารบิก 3, 6 และ 9 นาฬิกาตามตำแหน่งของตน และแท่งสี่เหลี่ยมอีก 8 แท่ง ตลอดจนดีไซน์ของเข็มซึ่งใช้เข็มชั่วโมงแบบ ‘Mercedes’ (เมอร์เซดีส) อันเป็นดีไซน์เฉพาะตัวไว้ ส่วนสารเรืองแสง ‘Chromalight’ (โครมาไลท์) ของ Rolex ที่เคลือบบนหลักชั่วโมงและเข็มทุกชิ้นนั้นเลือกใช้สีขาวที่ให้แสงเรืองเป็นสีฟ้า

 

สิ่งที่ใหม่จริงๆ ของ Explorer เจเนอเรชันนี้คือขุมกำลังภายในตัวเรือนกันน้ำได้ 100 เมตร ที่ผนึกแซพไฟร์คริสตัล (ที่เพิ่งได้แบบที่มีการเคลือบสารกันแสงสะท้อนมาให้เป็นครั้งแรกของ Explorer) ฝาหลังชนิดล็อกเกลียว และเม็ดมะยมล็อกเกลียวกันน้ำ 2 ชั้นชนิด ‘Twinlock’ (ทวินล็อก) ติดตั้งสายโลหะพร้อมตัวล็อกบานพับนิรภัยแบบ ‘Oysterlock’ (ออยสเตอร์ล็อก) ร่วมด้วยระบบ ‘Easylink’ (อีซีลิงก์) ที่ปรับเพิ่มความยาวสายได้ 5.0 มิลลิเมตร นั้นคือกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ Cal.3230 จำนวนทับทิม 31 ชิ้น ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง เช่นเดียวกับที่ Oyster Pepetual ขนาด 41.0 และ 36.0 มิลลิเมตร เจเนอเรชั่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2020 ใช้นำร่องมาก่อนแล้ว จุดเด่นของคาลิเบรอนี้ก็คือการใช้ชุดปล่อยจักรแบบ ‘Chronergy’ (โครเนอร์จี) ซึ่งประกอบด้วยพัลเลทฟอร์กและจักรเหล็กที่ทำจากนิกเกิล-ฟอสฟอรัส เพื่อให้ปลอดผลกระทบจากสนามแม่เหล็ก ร่วมด้วยสายใยจักรกลอกแบบโอเวอร์คอยล์ที่ทำจาก ‘Parachrom’ (พาราครอม) ซึ่งให้ความเที่ยงตรงมากขึ้น เนื่องจากปลอดผลกระทบจากสนามแม่เหล็กและการกระเทือน และใช้จักรกลอกชนิดแปรผันแรงเฉื่อยได้ ทั้งยังติดตั้งชุดจักรกลอกบนชุดซับแรงสะเทือน ‘Paraflex’ (พาราเฟล็กซ์) และใช้ตลับลานขนาดใหญ่ที่สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 70 ชั่วโมง อีกด้วย ส่วนอัตราความเที่ยงตรงนั้นทำได้ที่ระดับ +/-2 วินาที/วัน จากการทดสอบหลังประกอบในตัวเรือนแล้ว ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ‘Superlative Chronometer’ (ซูเปอร์ลาทีฟ โครโนมิเตอร์) อันเข้มงวดของ Rolex

 

ราคาจำหน่ายของ Rolex Oyster Perpetual Explorer เวอร์ชั่น ‘Oystersteel’ Ref.124270 ถูกกำหนดไว้ที่ 219,600 บาท ส่วนเวอร์ชั่น ‘Rolesor’ Ref.124273 นั้น สนนราคาอยู่ที่ 370,800 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up