UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticles50TH ANNIVERSARY QUARTZ ASTRON - ลิมิเต็ดเอดิชั่นฉลองวาระ 50 ปี

50TH ANNIVERSARY QUARTZ ASTRON – ลิมิเต็ดเอดิชั่นฉลองวาระ 50 ปี

by: ‘TomyTom’

 

ค.ศ. 1969 เป็นปีสำคัญของวงการนาฬิกาข้อมือโลก เพราะนอกจากจะมีการผลิตนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟจักรกลขึ้นลานอัตโนมัติออกมาจำหน่ายเป็นครั้งแรกของโลกจากฝีมือของ 2 กลุ่มผู้ผลิตนาฬิกาสวิส และ 1 ผู้ผลิตนาฬิกาญี่ปุ่นอันได้แก่ Seiko (ไซโก) แล้ว ผู้ผลิตญี่ปุ่นรายนี้ยังสร้างนาฬิกาข้อมือที่เป็นผลงานระดับพลิกโลกขึ้นมาด้วย นั่นคือความสำเร็จในการย่อขนาดอันใหญ่โตของเครื่องควอตซ์ในนาฬิกาขนาดใหญ่ลงมาสู่นาฬิกาข้อมือที่สามารถผลิตออกจำหน่ายได้อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกของโลก นาฬิการุ่นนั้นก็คือ Seiko Quartz Astron 35 SQ (ไซโก ควอตซ์ แอสตรอน 35 เอสคิว) โดย Seiko เลือกวันคริสต์มาสของปี 1969 เป็นวันเปิดตัวด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดไว้แค่ 200 เรือน และมีจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ด้วยราคาที่สูงลิบอันสืบเนื่องมาจากต้นทุนในการพัฒนาและผลิตสิ่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อนขึ้นมา ตลอดจนการเลือกเพิ่มมูลค่าด้วยการใช้ตัวเรือนทอง 18K โดยเครื่องควอตซ์ของ Seiko Quartz Astron 35 SQ รุ่นต้นฉบับนั้นจะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่กันทุกปี อันเป็นผลมาจากข้อจำกัดของเทคโนโลยีในยุคนั้น แต่ในเรื่องของความเที่ยงตรงแม่นยำแล้วกลับน่าประทับใจยิ่ง ด้วยอัตราความคลาดเคลื่อนของเวลาเพียง +/-0.02 วินาที/วัน ซึ่งเหนือกว่ากลไกจักรกลทุกรูปแบบ สิ่งนี้เป็นโดมิโนตัวแรกที่ก่อให้เกิดวิกฤตควอตซ์ในเวลาต่อมา ซึ่งเกือบทำให้กลไกนาฬิกาชนิดจักรกลสูญสิ้นไปจากโลกแห่งเครื่องบอกเวลา

Seiko Quartz Astron 35 SQ รุ่นต้นฉบับ นาฬิกาข้อมือเครื่องควอตซ์ที่ผลิตจำหน่ายจริงรุ่นแรกของโลก เปิดตัวในวันคริสต์มาส ค.ศ. 1969

 

ปี 2019 ซึ่งเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองห้วงเวลา 50 ปีนับจากการถือกำเนิดของ Seiko Quartz Astron 35 SQ ทาง Seiko จึงไม่พลาดที่จะสร้างนาฬิการุ่นพิเศษขึ้นมา ให้ชื่อว่า Seiko 1969 Quartz Astron 50th Anniversary Limited Edition (ไซโก 1969 ควอตซ์ แอสตรอน เดอะ ฟิฟตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี ลิมิเต็ด เอดิชั่น) โดยผสานรวมเอาอีกขีดขั้นพัฒนาการสำคัญของระบบควอตซ์ อันได้แก่ระบบการปรับตั้งเวลาและวันที่โดยอัตโนมัติจากการเชื่อมสัญญาณเวลากับเครือข่ายดาวเทียม GPS ซึ่งเป็นมาตรฐานเวลาที่เที่ยงตรงแม่นยำที่สุด ร่วมด้วยระบบการรับพลังงานจากแสงอาทิตย์มาแปรเปลี่ยนเป็นกำลังในการขับเคลื่อนอันเป็นมาตรฐานของนาฬิกาตระกูล Astron ยุคปัจจุบันมาไว้ในนาฬิการุ่นนี้ด้วย หากแต่เป็นการแสดงศักยภาพที่เหนือชั้นยิ่งขึ้นของ Seiko ด้วยเครื่องควอตซ์ระบบ ‘GPS Solar’ (จีพีเอส โซลาร์) Cal.3X22 ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ให้มีขนาดบางยิ่งขึ้นกว่าคาลิเบรอใดๆ ที่เคยสร้างมา แม้จะยังคงมาพร้อมกับฟังก์ชันประหยัดพลังงาน ระบบแสดงวันที่ และความสามารถในการปรับตั้งเวลาตามเขตเวลาด้วยระดับความเร็วสูงก็ตาม โดยสร้างสถิติใหม่ในการเป็นเครื่องควอตซ์พร้อมระบบ GPS และระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่บางที่สุดในโลก และถึงแม้จะไม่ได้รับสัญญาณ GPS เครื่องควอตซ์ชุดนี้ก็ยังรักษาความเที่ยงตรงได้ถึงระดับ +/-15 วินาที/เดือน (เมื่ออยู่ในอุณหภูมิระหว่าง 5-35 องศาเซลเซียส) เลยทีเดียว ความบางของเครื่องชุดนี้ทำให้สามารถบรรจุไว้ในตัวเรือนขนาด 40.9 มิลลิเมตร ที่มีความหนา 12.8 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 100 เมตร ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้มีลักษณะคล้ายกับรุ่นต้นฉบับปี 1969 ทั้งวัสดุทอง 18K และรูปทรง แต่ในด้านลักษณะการตกแต่งตัวเรือนแล้ว พื้นผิวตกแต่งลายขรุขระด้านบนตัวเรือนของรุ่นต้นฉบับถูกแทนที่ด้วยลายเส้นประสุดละเอียดที่เกิดจากการสลักอย่างพิถีพิถันด้วยมือ โดยยังคงรักษารูปแบบขอบตัวเรือนขัดเงาอันเรียวบาง แท่งหลักชั่วโมงและเข็มชั่วโมงกับนาทีสีทอง มีการเคลือบดำไว้ที่ส่วนบน เข็มวินาทีสีดำ พื้นหน้าปัดสีทองตกแต่งลายเส้นในแนวดิ่ง และฟอนต์กับตำแหน่งของชื่อแบรนด์และชื่อรุ่น ตามแบบอย่างรุ่นต้นฉบับเอาไว้ ซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะรูปแบบหน้าปัดอันงดงามที่เห็นอยู่นี้ยังสามารถปล่อยให้แสงผ่านเข้าไปถึงเซลล์แสงอาทิตย์ภายในได้อย่างเพียงพอต่อการให้กำเนิดพลังงานสำหรับขับเคลื่อน นี่อาจเป็นเหตุที่ต้องมีแผ่นกระจกใสยึดลอยอยู่เหนือพื้นหน้าปัดสีทองอีกชั้นหนึ่ง

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากต้นฉบับอย่างเห็นได้ชัดก็คือระดับของพื้นหน้าปัดที่อยู่ลึกลงไปจากเดิม แต่สร้างความกลมกลืนด้วยความลาดเทของขอบหน้าปัดวงใหญ่ที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งนอกจากจะเป็นตำแหน่งของสเกลนาทีแล้ว ยังมีสัญลักษณ์สำหรับบ่งชี้ถึงผลของการรับสัญญาณ GPS ซึ่งจะแสดงด้วยเข็มวินาทีแทรกตัวอยู่อย่างแนบเนียนด้วย และการเพิ่มกรอบหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกามาให้ ซึ่งรุ่นต้นฉบับไม่มี นอกจากนี้บนหน้าปัดยังมีการระบุข้อความ ‘GPS Solar’ ไว้เพื่อบ่งบอกคุณลักษณะของนาฬิกา และตัดคำว่า ‘Quartz’ ที่อยู่หน้าคำว่า ‘Astron’ ออกไป ส่วนการทำงานของฟังก์ชันรับสัญญาณและปรับตั้งเวลายังคงรับการสั่งการจากปุ่มกดบริเวณด้านข้างตัวเรือนเช่นเดียวกับ Astron GPS Solar รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน แต่ถูกออกแบบให้เป็นทรงกลมและลดขนาดลงจนดูคล้ายกับแป้นกดปรับตั้งฟังก์ชันของนาฬิกาจักรกล ซึ่งดูสอดคล้องกับรูปทรงสไตล์วินเทจของตัวเรือนได้เป็นอย่างดี ฝาหลังซึ่งแน่นอนว่าเป็นแบบแผ่นทึบนั้น สลักด้วยข้อความสำหรับบ่งบอกความพิเศษของนาฬิการุ่นนี้เอาไว้อย่างเต็มพิกัดว่า ‘Commemorating the 50th anniversary of Quartz Astron, released on Dec 25, 1969’ ร่วมด้วยข้อความระบุหมายเลขประจำเรือน ‘Limited Edition XX/50’

 

Seiko 1969 Quartz Astron 50th Anniversary Limited Edition Ref.SBDX002 ตัวเรือนทอง 18K สลักลาย จับคู่มากับสายหนังจระเข้สีน้ำตาลงามหรูพร้อมตัวพับล็อกทอง 18K รุ่นนี้ผลิตในจำนวนที่จำกัดไว้แค่ 50 เรือน เท่ากับอายุของรุ่นต้นฉบับเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่า Seiko Quartz Astron 35 SQ รุ่นต้นฉบับเมื่อปี 1969 เสียอีก โดยจะมาพร้อมกล่องนาฬิกาไม้ที่สร้างพิเศษเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ ราคาจำหน่ายกำหนดไว้ที่ 38,000 ยูโร หรือราว 1.4 ล้านบาท สมฐานะการเป็นทายาทสายตรงของรุ่นต้นฉบับเป็นอย่างยิ่ง เพราะรุ่นต้นฉบับที่วางจำหน่ายในปี 1969 นั้นว่ากันว่าตั้งราคาไว้สูงกว่า Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลลา) ในสมัยนั้นเสียอีก ดังนั้นราคาของรุ่น 50 ปีที่ตั้งไว้สูงกว่า Corolla Altis (โคโรลลา อัลติส) ในสมัยนี้ก็น่าจะเหมาะสมแล้ว ไม่ว่าจะมองในแง่ของวัสดุ การตกแต่ง จำนวนการผลิต หรือในแง่ของคุณลักษณะทางเทคนิคที่เป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยีก็ตาม โดยจะเริ่มวางจำหน่ายเฉพาะที่บูติกของ Seiko ในเดือนธันวาคม 2019 ซึ่งเป็นเดือนที่รุ่นต้นฉบับจะมีอายุครบ 50 ปีบริบูรณ์ในวันคริสต์มาส

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up