UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticles5930G WORLD TIME CHRONOGRAPH IN RED - อีกแดงหนึ่งพึงปรารถนา

5930G WORLD TIME CHRONOGRAPH IN RED – อีกแดงหนึ่งพึงปรารถนา

by: ‘TomyTom’

 

ที่งานนิทรรศการเต็มรูปแบบ ‘Watch Art Grand Exhibition’ (วอทช์ อาร์ต แกรนด์ เอ็กซิบิชั่น) ของ Patek Philippe ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน ถึง 13 ตุลาคม 2019 นั้น การจัดนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่นี้มาสอดคล้องกับวาระแห่งการเฉลิมฉลองอายุ 200 ปีของประเทศสิงคโปร์ในปี 2019 นี้ด้วย Patek Philippe จึงใช้วาระนี้ออกเรือนเวลาเอดิชั่นพิเศษมา 5 รุ่น เพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อวงการนาฬิกาโลก เพราะมีฐานะเป็นดั่งศูนย์กลางของวงการนาฬิกาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในบางรุ่นก็มีการเลือกใช้สีแดงอันเป็นสีประจำชาติของสิงคโปร์มาเป็นธีมสีหลักของนาฬิกา และเรือนพิเศษ World Time Chronograph (เวิลด์ ไทม์ โครโนกราฟ) Ref.5930G-011 ที่จำกัดจำนวนการผลิตไว้แค่ 300 เรือนนี้ก็คือหนึ่งในนั้น

 

Ref.5930G-011 เป็นนาฬิกา World Time Chronograph ตัวเรือนทองขาว 18K ที่ติดตั้งชุดหน้าปัดซึ่งถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อใช้กับเอดิชั่นพิเศษนี้เป็นการเฉพาะ ทั้งแผ่นหน้าปัดวงกลางที่สลักเป็นลวดลายด้วยเทคนิค ‘Guilloche’ (กิโยเช) ที่มาในโทนสีแดง โดยไล่เฉดจากแดงสดบริเวณศูนย์กลางให้ค่อยๆ แผ่ความเข้มของสีไปจนเป็นสีดำบริเวณขอบวง จรดแผ่นวงแหวนแสดงเวลา 24 ชั่วโมงบนพื้นแยกสีเงินขาวกับสีเทา-ดำสลับคู่สีตรงข้ามกับตัวเลขเพื่อบอกถึงช่วงเวลากลางวัน-กลางคืน กำกับด้วยสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สีทอง ถัดมาเป็นสเกลสีแดงบนพื้นสีขาว และปิดท้ายด้วยแผ่นจานวงแหวนระบุชื่อเมืองต่างๆ อันเป็นตัวแทนเขตเวลาของโลกที่ใช้เป็นอักษรกับขีดสีขาวบนพื้นวงแหวนสีดำ เว้นเพียงจุดกลมระหว่างเมืองอาซอเรส (Azores) กับปารีส (Paris) ที่เป็นสีแดง และอีกความพิเศษที่ต้องเน้นย้ำก็คือ การเปลี่ยนชื่อเมืองซึ่งเป็นตัวแทนของเขตเวลา GMT+8 จากเอดิชั่นปกติ ณ ปัจจุบันซึ่งเป็นปักกิ่ง (Beijing) มาเป็นสิงคโปร์ (Singapore) ขณะที่สายที่จับคู่มาให้นั้นเป็นสายหนังจระเข้สีดำผิวด้านที่เดินตะเข็บด้วยด้วยสีแดง เพื่อเสริมธีมแดงสิงคโปร์ พร้อมตัวล็อกชนิดบานพับทองขาว 18K ส่วนบนแผ่นแซพไฟร์คริสตัลที่กรุบนฝาหลังก็ปรากฎข้อความ ‘Patek Philippe Singapore 2019’ พิมพ์ไว้อย่างชัดเจน

สำหรับคุณสมบัติและรายละเอียดทางเทคนิคนั้น ยังคงไม่แตกต่างกับ Ref.5930G หน้าปัดสีน้ำเงินเอดิชั่นปกติที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 (เปิดตัวครั้งแรกด้วย Ref.5930G-001 ซึ่งมีชื่อเมืองของเขตเวลา GMT+8 เป็นฮ่องกง (Hongkong) ต่อมาได้เปิดตัว Ref.5930G-010 ซึ่งเปลี่ยนเมืองของเขตเวลานี้เป็นปักกิ่งแทน) นั่นก็คือตัวเรือนทองขาว 18K ขนาด 39.5 มิลลิเมตร หนา 12.86 มิลลิเมตร ซึ่งบรรจุเครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) ขึ้นลานอัตโนมัติฟังก์ชันโครโนกราฟที่จับเวลาได้ 30 นาที ควบคุมการทำงานด้วย ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical Clutch’ (เวอร์ติคัล คลัตช์) ร่วมด้วยระบบ ‘Fly-back’ (ฟลายแบ็ก) ที่ทำให้สามารถดีดเข็มกลับไปเริ่มการจับเวลาครั้งใหม่ได้ทันทีด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียวในขณะที่กลไกจับเวลากำลังทำงานอยู่ พร้อมติดตั้งโมดูลฟังก์ชัน ‘Worldtime’ สำหรับแสดงเวลา 24 ชั่วโมงของเมืองต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งปรับตั้งได้ง่ายด้วยแป้นกดเคลื่อนจานชื่อเมือง ณ ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ซึ่งเข็มชั่วโมงกับสเกล 24 ชั่วโมงก็จะขยับเคลื่อนไปข้างหน้าขั้นละ 1 ชั่วโมงต่อการกด 1 ครั้งไปพร้อมกับการเคลื่อนตำแหน่งทีละเมืองของจานดิสก์ สิ่งที่เจ้าของนาฬิกาต้องทำก็เพียงแค่ตั้งตำแหน่งของเมืองท้องถิ่น (หรือเมืองที่อยู่ในเขตเวลาเดียวกัน) ให้อยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา จากนั้นก็ปรับตั้งเข็มไปยังเวลาปัจจุบันด้วยเม็ดมะยมตามปกติ เพียงเท่านี้วงแหวน 24 ชั่วโมงก็จะบอกเวลาของเมืองต่างๆ ทั่วโลกให้ทราบได้อย่างถูกต้อง นี่คือความน่าประทับใจของกลไก Cal.CH28-520 HU ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง พลังงานสำรอง 55 ชั่วโมง ขึ้นลานด้วยโรเตอร์ทอง 21K ซึ่งดูจากรหัสเครื่องก็บ่งบอกชัดเจนว่าคือการติดตั้งโมดูล ‘Worldtime’ ลงไปบนกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ Cal.CH 28-520 และทำการปรับรายละเอียดของระบบจับเวลาให้เหมาะสมนั่นเอง แต่แน่นอนว่ายังคงครบครันด้วยบรรดาองค์ประกอบที่มีทั้งคุณสมบัติและคุณลักษณะอันยอดเยี่ยมของกลไกจาก Patek Philippe ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นจักรกลอกชนิด ‘Gyromax’ (ไจโรแม็กซ์) สายใยจักรกลอกชนิด ‘Spiromax’ (สไปโรแม็กซ์) ที่สร้างจากซิลิกอนของ Patek Philippe ที่มีชื่อว่า ‘Silinvar’ (ซิลินวาร์) ตลอดจนการรับรองคุณภาพด้วยตรามาตรฐาน ‘Patek Philippe Seal’ (ปาเต็ก ฟิลิปป์ ซีล) ที่มากไปด้วยข้อกำหนดอันเข้มงวดรวมถึงด้านความเที่ยงตรงในการทำงานด้วย

 

ราคาจำหน่ายของ Patek Philippe World Time Chronograph Ref.5930G-011 เอดิชั่นพิเศษ ‘Singapore 2019’ ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 เรือนนี้ถูกกำหนดไว้ที่ 106,700 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 2.6 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับราคาของเอดิชั่นปกติ แต่เอดิชั่น ‘Singapore 2019’ นี้จะมีจำหน่ายเฉพาะที่สิงคโปร์และประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up