UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesA. LANGE & SÖHNE DATOGRAPH PERPETUAL TOURBILLON HONEY GOLD 'LUMEN' - ฉลองปีที่...

A. LANGE & SÖHNE DATOGRAPH PERPETUAL TOURBILLON HONEY GOLD ‘LUMEN’ – ฉลองปีที่ 25 ของ ‘Datograph’ กับเรือนซับซ้อนขั้นสุด

by: ‘TomyTom’

 

เนื่องในโอกาสฉลองปีที่ 25 ของนาฬิกาจับเวลารุ่นเด่นของ  A. Lange & Söhne (อา ลังเงอ อุนด์ ซือห์เนอ) ที่มีชื่อว่า Datograph (ดาโทกราฟ) ทางแบรนด์ได้ออกนาฬิการุ่นพิเศษมาเพื่อเป็นที่ระลึกแห่งวาระนี้ ได้แก่ Datograph Up/Down (ดาโทกราฟ อัพ/ดาวน์) เรือนทองขาว 18K หน้าปัดสีน้ำเงิน ที่เรานำเสนอไปแล้วในบทความนี้ https://watchworldwide.net/a-lange-sohne-datograph-up-down-limited-edition ครั้งนี้จึงขอนำเสนออีกรุ่นหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นที่มีความซับซ้อนยิ่งกว่ามาก ๆ นั่นก็คือ Datograph Perpetual Tourbillon Honeygold ‘Lumen’ (ดาโทกราฟ เพอร์เพทชวล ทูร์บิญอง ฮันนีโกลด์ ‘ลูเมน’)

MITSUBISHI

 

นอกจากฟังก์ชันจับเวลาพร้อมระบบ ‘Flyback’ (ฟลายแบ็ก) ที่เริ่มจับเวลาครั้งใหม่ได้ทันทีเพียงกดปุ่มครั้งเดียว และเข็มจับเวลานาทีแบบ ‘Jumping Minute’ (จัมปิง มินิท) ขยับจังหวะละ 1 นาที รวมไปถึงฟังก์ชันวันที่ขนาดใหญ่ ‘Outsize Date’ (เอาท์ไซส์ เดท) ด้วยเลขบนจาน 2 ชุด แสดงผ่านกรอบหน้าต่างเหลี่ยมคู่บานใหญ่ ปรับตั้งสะดวกด้วยปุ่มกดที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา พร้อมด้วยสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) บริเวณขอบหน้าปัด เช่นเดียวกับ Datograph Up/Down แล้ว (เว้นแต่ไม่มีฟังก์ชันแสดงพลังงานสำรอง) Datograph Perpetual Tourbillon Honeygold ‘Lumen’ ยังเพิ่มฟังก์ชันปฏิทินตลอดชีพ ‘Perpetual Calendar’ (เพอร์เพทชวล กาเลนดาร์) พร้อมแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของพระจันทร์ด้วยจานรูปพระจันทร์และดวงดาว และการแสดงเวลาอย่างแม่นยำด้วยจักรกลทูร์บิญองเข้ามาด้วย

 

แถมในส่วนของรูปลักษณ์ก็มีสิ่งใหม่นั่นก็คือ การใช้ตัวเรือนที่ทำจาก ‘Honey Gold’ หรือทองน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นทอง 18K สูตรเฉพาะของทางแบรนด์ที่ให้สีไม่เหมือนกับทองสีอื่นๆ เป็นครั้งแรกสำหรับรุ่น Datograph Perpetual Tourbillon ทั้งยังมาพร้อมกับการเป็นเวอร์ชั่น ‘Lumen’ ที่ใช้หน้าปัดเป็นคริสตัลแซพไฟร์รมดำกึ่งโปร่งแสงที่เผยให้เห็นจักรกลใต้หน้าปัดแบบลางๆ อีกด้วย โดยจานวันที่สีขาวเลขดำทั้ง 2 และพื้นผิวหน้าปัดย่อยอักษรดำทั้ง 2 ถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงสีขาวที่จะเปล่งแสงสีเขียวอ่อนๆ เรืองรองขึ้นมาเช่นเดียวกับสารเรืองแสงบนเข็มชั่วโมง เข็มนาที เข็มจับเวลาวินาที และหลักชั่วโมง ณ 4 ตำแหน่งหลัก ในความมืด เข็มชั่วโมง เข็มนาที เข็มวัน และเข็มเดือน ทำขึ้นจากทองน้ำผึ้ง 18K เข็มวินาทีและเข็มจับเวลานาทีทำจากทอง 18K เคลือบโรเดียมดำ และมีเข็มจับเวลาวินาทีเป็นสเตนเลสสตีลเคลือบสารเรืองแสงสีขาว

 

ความดีเด่นดั้งเดิมของนาฬิการุ่นนี้ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน ได้แก่กรอบหน้าต่างคู่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา วงหน้าปัดย่อยทั้ง 2 ที่ฝั่งซ้ายมือแสดงค่าวินาทีด้วยเข็มโดยมีแกนกลางร่วมกับเข็มแสดงวันและจานบอกกลางวัน-กลางคืนด้วยแถบสีผ่านช่องครึ่งวงกลมครึ่งบน ให้อ่านค่าที่สัญลักษณ์สามเหลี่ยม ขณะที่ด้านขวาเป็นการแสดงค่าจับเวลา 30 นาที ด้วยเข็มขยับแบบ ‘Jumping Minute’ ที่ติดตั้งร่วมแกนเดียวกับเข็มแสดงเดือน และแสดงปีอธิกสุรทินด้วยตัวเลขบนจานผ่านช่องครึ่งวงกลมครึ่งล่าง ให้อ่านค่าที่สัญลักษณ์ 3 เหลี่ยม และมีการเปิดช่องเสี้ยว ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา สำหรับแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมด้วยจาน ซึ่งต้องการการปรับตั้งเพียง 1 วันในทุก 122.6 ปี โดยสามารถปรับตั้งข้างขึ้น-ข้างแรม วัน และเดือนกับปีอธิกสุรทิน ได้ด้วยแป้นกด 3 ตำแหน่ง ที่อยู่ด้านข้างของตัวเรือน ร่วมด้วยจักรกลทูร์บิญองพร้อมระบบหยุดการทำงานขณะทำการปรับตั้งเวลา โดยจัดตำแหน่งไว้ด้านหลังของกลไก ซึ่งชื่นชมได้พร้อมกับชิ้นส่วนต่างๆ ที่ตกแต่งมาอย่างประณีตงดงามเป็นที่สุดผ่านฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์

 

กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ไขลาน ความถี่การทำงาน 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง Cal.L952.4 ที่ประจำการอยู่ในเวอร์ชั่นนี้เป็นกลไกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยมีจำนวนชิ้นส่วนรวมถึง 684 ชิ้น ทับทิม 57 เม็ด โดย 1 เม็ด สำหรับจักรทูร์บิญองเป็นเพชร ระบบจับเวลาแบบ ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) บอกค่าจับเวลาได้ในระดับ 1/5 วินาที บอกค่านาทีจับเวลาด้วยเข็มขยับแบบกระโดดครั้งละ 1 นาที สำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง แท่นเครื่องและสะพานจักรทำจาก ‘German Silver’ (เยอรมัน ซิลเวอร์) แท่นรองทับทิมและเพชรจำนวน 5 ชิ้น ทำจากทอง และใช้สกรูสีน้ำเงินที่บางจุด โดยเป็นกลไกที่ถูกตกแต่งและประกอบด้วยมือ รวมถึงลายสลักอันงดงามบนสะพานจักรด้วย

 

ตัวเรือนทอง ‘Honey Gold’ 18K นี้ยังคงเป็นขนาด 41.5 มิลลิเมตร ผนึกกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ รวมความหนาได้ 14.6 มิลลิเมตร เช่นเดียวกับเวอร์ชั่นอื่นๆ โดยบริเวณส่วนริมของฝาหลังมีการสลักข้อความบอกความพิเศษว่า ‘Limited XX/50’ เพื่อให้ทราบว่าเป็นเรือนลำดับใดจากจำนวน 50 เรือน ที่ถูกผลิตขึ้นมา ราคาจำหน่ายของนาฬิการุ่นนี้ไม่ได้ประกาศไว้อย่างเป็นทางการ โดยให้สอบถามกันได้ที่บูติกของแบรนด์

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up