UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesAUDEMARS PIGUET (RE)MASTER01 - ฟื้นอดีตสู่ปัจจุบัน

AUDEMARS PIGUET (RE)MASTER01 – ฟื้นอดีตสู่ปัจจุบัน

by: ‘TomyTom’

 

ดูเหมือนว่า Audemars Piguet (โอเดอมาร์ส ปิเกต์) จะตั้งใจปั้นนาฬิกาแบบอื่นๆ ออกมาให้ติดตลาดให้จงได้ เพื่อกระจายความเสี่ยงออกจากความสำเร็จซึ่งเทไปอยู่ที่ตระกูลนาฬิกาสปอร์ตหรู Royal Oak (รอยัล โอ๊ก) ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นวันใดที่ความนิยมใน Royal Oak คลายตัวลงก็จะเกิดความเดือดร้อนขึ้นอย่างใหญ่หลวงเป็นแน่ ปี 2020 นี้ทางแบรนด์ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ที่เป็นการนำเอา Ref.1533 นาฬิกาโครโนกราฟในอดีตของตนมาเป็นต้นแบบสร้างขึ้นมาใหม่แล้วให้ชื่อว่า (Re)master01 Selfwinding Chronograph ((รี)มาสเตอร์ ซีโรวัน เซลฟ์วายน์ดิง โครโนกราฟ) ซึ่งเวอร์ชั่นเปิดตัวนี้ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลร่วมกับขอบตัวเรือน ปุ่มกด และเม็ดมะยมที่เป็นทองชมพู 18K ขัดเงาบนทุกพื้นผิว อร่ามด้วยหน้าปัดสีทอง สวมคู่สายหนังวัวสีน้ำตาลอ่อนเย็บตะเข็บด้ายสีขาว ล็อกด้วยหัวเข็มขัดสเตนเลสสตีล (พร้อมสายหนังจระเข้สีน้ำตาลเข้มเผื่อให้สลับใช้งาน) กำหนดเลขประจำรุ่นเป็น Ref.26595SR.OO.A032VE.01 โดยจะผลิตแบบจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือนเท่านั้น

(ซ้าย) Ref.1533 จากปี 1943 (ขวา) (Re)master01 Selfwinding Chronograph Ref.26595SR.OO.A032VE.01

 

นักสะสมนาฬิกาวินเทจต่างทราบกันดีว่านาฬิกาโครโนกราฟวินเทจของ Audemars Piguet นั้นมีความล้ำค่าและหายากเพียงไร เพราะตลอดช่วงเวลาจากทศวรรษที่ 1930s จนถึง 1950s นั้นถูกผลิตขึ้นมาทั้งหมดเพียงแค่ 307 เรือนเท่านั้น ทั้งยังมีดีไซน์ที่งามล้ำไม่เป็นรองใคร ต้นแบบของ (Re)master01 Selfwinding Chronograph รุ่นนี้ก็คือ นาฬิกาโครโนกราฟ Ref.1533 แบบตัวเรือนสเตนเลสสตีลร่วมกับทองชมพู 18K และหน้าปัดสีแชมเปญ บวกกับดีไซน์ที่งดงามตรึงใจในทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะพื้นหน้าปัดที่แผ่กว้าง กอปรกับขอบตัวเรือนที่สร้างให้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเรือน ขาตัวเรือนทรงหยดน้ำ เม็ดมะยมชิ้นใหญ่ และปุ่มกดทรงโอลีฟงามละมุน จากปี 1943 ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีการผลิตขึ้นจำหน่ายเพียงแค่ 3 เรือนเท่านั้น นอกจากความดีเด่นของคุณลักษณะเหล่านี้จะถูกบรรจงถ่ายทอดมาสู่ (Re)master01 อย่างครบถ้วนแล้ว Audemars Piguet ได้ผนวกเทคโนโลยีล่าสุดในการผลิตนาฬิกาของตนทั้งในศาสตร์การออกแบบ เทคนิคกลไก และวัสดุ เข้าไปอย่างเต็มที่ ส่วนขนาดของตัวเรือนนั้นถูกขยายขึ้นจาก 36.0 มิลลิเมตร ของเรือนต้นฉบับมาเป็น 40.0 มิลลิเมตร เพื่อให้เหมาะกับการสวมใส่ใช้งานในยุคสมัยปัจจุบัน

 

มิติของหน้าปัดและพื้นที่ระหว่างหน้าปัดกับแผ่นกระจกที่เคยดูแบบราบของเรือนต้นฉบับถูกเติมแต่งเพิ่มเข้ามาอย่างลงตัวเพื่อมอบความร่วมสมัยให้กับดีไซน์ในภาพรวม ขณะที่รายละเอียดทุกประการบนหน้าปัดไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของสเกล หลักชั่วโมง และฟอนต์ตัวเลขสไตล์ ‘Art Déco’ (อาร์ต เดโค) สีดำ ตัวเลข 4l5 สีแดงในวงนาทีจับเวลา (ซึ่งใช้เป็นจุดมาร์ค 45 นาที อันเป็นความประสงค์ของ Jacques-Louis Audemars (ฌาคส์-หลุยส์ โอเดอมาร์ส) ทายาทรุ่นที่ 3 ของผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลเพื่อเอาไว้จับเวลาในสนาม) ไปจนถึงรูปทรงและสีเข็ม (เข็มจับเวลาสีน้ำเงิน เข็มแสดงเวลาสีทองชมพู) ยังคงเป็นไปตามรูปแบบของเรือนต้นฉบับ รวมถึงชื่อแบรนด์บนหน้าปัดที่ระบุว่า ‘Audemars, Piguet & Co Genève’ เช่นเดียวกับที่เคยใช้ในระหว่างราวปี 1885 จนถึงกลางทศวรรษที่ 1970s ส่วนจุดที่ต่างไปจากต้นฉบับอย่างชัดเจนก็คือ ตำแหน่งการแสดงค่าของหน้าปัดย่อยทั้ง 3 อันเป็นผลมาจากกลไกที่ใช้ซึ่งเป็นเครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) เจเนอเรชั่นล่าสุดของยุคปัจจุบัน แต่ความต่างกลับทำให้เกิดความสมดุลย์ของสีเข็มมากยิ่งขึ้น เพราะเข็มจับเวลาชั่วโมงและนาทีของ (Re)master01 นั้นอยู่ที่ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา ขณะที่ของเดิมอยู่ที่ 6 กับ 3 นาฬิกา แถมยังเพิ่มระดับความลึกของวงหน้าปัดย่อยเพื่อให้ดูมีมิติยิ่งขึ้น และพื้นหน้าปัดที่ใช้เป็นโทนสีทองอร่ามซึ่งดูกระจ่างตากว่ารุ่นต้นฉบับ ทั้งยังปัดลายซาตินบนพื้นหลักและตกแต่งลายก้นหอยบนพื้นวงหน้าปัดย่อยทั้ง 3 เพื่อให้เกิดมิติอันงดงามยามต้องแสงอีกด้วย ส่วนสเกลและตัวเลขต่างๆ นั้น แม้ส่วนใหญ่จะใช้เป็นสีดำเหมือนกับต้นฉบับ แต่ก็เพิ่มเสน่ห์ด้วยการใช้สีน้ำเงินกับสเกล ‘Tachymetric’ (ทาคีเมตริก) รวมถึงข้อความ ‘Swiss Made’ ด้วย

 

กลไก Cal.4409 ที่บรรจุอยู่ใน (Re)master01 เป็นเครื่อง ‘In-house’ เจเนอเรชั่นล่าสุดของ Audemars Piguet ความเลิศของคาลิเบรอนี้ก็คือ การผสานกลไกโครโนกราฟจับเวลาสูงสุด 12 ชั่วโมง ระบบ ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) พร้อมฟังก์ชัน ‘Flyback’ (ฟลายแบ็ก) ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง กำลังสำรอง 70 ชั่วโมง ขึ้นลานอัตโนมัติด้วยโรเตอร์กลางที่ทำจากทองชมพู 22K รวมไว้ในโครงสร้างโดยสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อประกอบชิ้นส่วนจำนวน 349 ชิ้น และทับทิม 40 ชิ้น เข้าด้วยกันแล้ว จะเป็นคาลิเบรอที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32.0 มิลลิเมตร และหนาเพียง 6.82 มิลลิเมตรเท่านั้น โดยพื้นฐานทั้งหมดก็คือ Cal.4401 ที่ใช้อยู่ใน CODE 11.59 Selfwinding Chronograph (โค้ด 11.59 เซลฟ์ไวน์ดิง โครโนกราฟ) แต่ถอดฟังก์ชันวันที่ออก และเปลี่ยนดีไซน์ของชิ้นโรเตอร์จากแบบโครงโปร่งมาเป็นทรงคลาสสิกแผ่นทึบ ตกแต่งด้วยการปัดลายซาตินร่วมกับลายสลัก ‘Clous de Paris’ (กลูส์ เดอ ปารีส์) แทน ส่วนลักษณะงานขัดตกแต่งบนชิ้นส่วนกลไกนั้นไม่ต่างกัน ทั้งยังต่างกับรุ่นต้นฉบับตรงที่ใช้ฝาหลังกรุแซพไฟร์คริสตัลที่เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนบนผิวเพื่อให้ชื่นชมความงดงามของกลไกได้เต็มตา

 

ราคาจำหน่ายของ Audemars Piguet (Re)master01 Selfwinding Chronograph Ref.26595SR.OO.A032VE.01 ผลิตจำนวนจำกัด 500 เรือนรุ่นนี้ถูกตั้งไว้ที่ 53,100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.75 ล้านบาท ซึ่งหากผลตอบรับเป็นไปด้วยดีก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีเวอร์ชั่นอื่น หรือไม่ก็อาจจะมี (Re)master02 ตามออกมาอีกก็เป็นได้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up