UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesAUDEMARS PIGUET ROYAL OAK PERPETUAL CALENDAR JOHN MAYER LIMITED EDITION - ปรากฏการณ์ความงามแบบ...

AUDEMARS PIGUET ROYAL OAK PERPETUAL CALENDAR JOHN MAYER LIMITED EDITION – ปรากฏการณ์ความงามแบบ ‘Crystal Sky’

by: ‘Mr.Big’

 

การประกาศคอลเลกชั่นใหม่ประจำปี 2024 ของ Audemar Piguet (โอเดอมาร์ส ปิเกต์) ณ งาน ‘AP Social Club’ (เอพี โซเชียล คลับ) ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี นอกจากไฮไลต์การเปิดตัว Royal Oak (รอยัล โอ๊ก) พร้อมวัสดุหรูชนิดใหม่อย่าง ‘Sand Gold’ (แซนด์ โกลด์) หรือทองสีทราย 18K แล้วก็ยังมีเรือนใหม่ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือเรือนพิเศษที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยการผสานไอเดียของ John Mayer (จอห์น เมเยอร์) นักร้องและมือกีตาร์ชาวสหรัฐอเมริกา เจ้าของรางวัล ‘Grammy®’ (แกรมมี) ถึง 7 สมัย ซึ่งในอีกบทบาทหนึ่ง เขาคือนักสะสมนาฬิการะดับแนวหน้าที่เป็นไอดอลของนักสะสมรุ่นน้องหลายคน ซึ่ง Mayer ปรารถนาที่จะเห็นหน้าปัดสีน้ำเงินที่มีพื้นผิวเป็นเกล็ดหยาบที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการตอกมือที่หายาก หรือที่สมัยก่อนเรียกว่าหน้าปัดแบบ ‘Tuscan’ (ทัสคาน) ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกตั้งโดยกลุ่มนักสะสมชาวอิตาเลียน มาใช้กับ Royal Oak Perpetual Calendar (รอโอ๊ก เพอร์เพทชวล กาเลนดาร์) อีกครั้ง หลังจากที่ทางแบรนด์ได้เคยสร้างชื่อเอาไว้ในช่วงยุคนีโอวินเทจ แต่การที่จะนำเสนอเพียงแค่หน้าปัด ‘Tuscan’ ก็ดูเหมือนจะเป็นแค่การนำรูปแบบเก่าๆ มาสร้างใหม่ ซึ่งไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไร ดังนั้นจึงนำหน้าปัด ‘Tuscan’ มาเป็นพื้นฐานเพื่อสร้างหน้าปัดลายใหม่ที่ตั้งชื่อเรียกเอาไว้อย่างเก๋ไก๋ว่า  ‘Crystal Sky’ (คริสตัล สกาย)

 

หน้าปัด ‘Crystal Sky’ ที่เผยโฉมมาในเรือนเวลารุ่นนี้ มีความคล้ายคลึงกับหน้าปัดแบบ ‘Tuscan’ ที่เป็นแรงบันดาลใจ แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างออกไปตรงพื้นผิวเกล็ดหยาบของรุ่นนี้จะมีรายละเอียดที่หยาบกว่า และมีความแวววาวกว่า จนดูคล้ายกับเศษแก้วหรือผลึกคริสตัลที่มารวมตัวกันเป็นหน้าปัด ซึ่งพื้นผิวที่เห็นนี้ถูกสร้างขึ้นจากแม่พิมพ์ที่ถูกสร้างขึ้นในระดับอะตอม ผ่านกระบวนการขึ้นรูปชิ้นงานโลหะด้วยเทคโนโลยีสะสมโลหะอันทันสมัย เรียกว่า ‘Electroforming’ (อิเล็กโตรฟอร์มิง) และทำการเคลือบเป็นสีน้ำเงินด้วยเทคนิค PVD สร้างเสน่ห์ภาพลักษณ์ได้อย่างโดดเด่นสมชื่อ ‘Crystal Sky’

MITSUBISHI

 

การแสดงฟังก์ชันบนหน้าปัดยังคงใช้รูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น โดยการแสดงผลปฏิทินตลอดชีพถูกจัดแสดงผ่านวงหน้าปัดย่อยผิวลายก้นหอยที่ตำแหน่ง 3, 9 และ 12 นาฬิกา ครบครันทั้งวัน วันที่ เดือน และปีอธิกสุรทิน โดยเลขวันที่ของรุ่นนี้มีความพิเศษอยู่เล็กน้อยตรงที่ทำเลข 31 ให้มีลักษณะเขย่ง เพื่อไม่ให้สับสนกับตัวเลข 1 ของวันที่ 1 ซึ่งอยู่ติดกัน และเสริมด้วยการแสดงรอบสัปดาห์ใน 1 ปี บนขอบหน้าปัด ชี้บอกด้วยเข็มทรงดอกศรสีฟ้า ส่วนวงหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ภายในเจาะเป็นช่องหน้าต่างครึ่งวงกลมเพื่อแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมบนแผ่นจานดิสก์ที่ทำเป็นลายแบบอเวจูรีน พร้อมดวงจันทร์สีเงินยวง ขณะที่การบอกเวลาปกติถูกจัดแสดงแบบ 2 เข็ม ด้วยเข็มและหลักชั่วโมงทองขาว 18K เคลือบสารเรืองแสง ส่วนข้อความ ‘Swiss Made’ (สวิส เมด) ถูกย้ายมาอยู่.นหน้าปัดย่อย เนื่องจากไม่สามารถประทับลงบนหน้าปัด ‘Crystal Sky’ ได้

 

การทำงานของรุ่นนี้ใช้กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.5134 พร้อมฟังก์ชันปฏิทินตลอดชีพ ซึ่งนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นกลไกคาลิเบรอนี้บรรจุอยู่ในเรือนเวลาของ Audemar Piguet หลังจากที่เปิดตัวรับใช้ผู้รักเครื่องบอกเวลามาตั้งแต่ปี 2015 โดยกลไกชุดนี้มีความบางเป็นพิเศษ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 29.0 มิลลิเมตร ทับทิมกันสึก 38 เม็ด ความถี่ 19,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 40 ชั่วโมง สร้างพลังงานผ่านโรเตอร์ขึ้นลานฉลุโปร่งที่ติดตั้งอยู่บนแผ่นรางรอบนอกที่ติดตั้งทับทิม 4 จุด สำหรับลดแรงเสียดทานและการสึกหรอจากการหมุน

 

ทั้งหมดนี้บรรจุมาในตัวเรือนทองขาว 18K ขนาด 41.0 มิลลิเมตร หนา 9.5 มิลลิเมตร ดีไซน์แบบคลาสสิกของ Royal Oak พร้อมแต่งพื้นผิวแบบปัดด้านแนวดิ่ง สลับกับงานลบมุมแบบขัดเงา กันน้ำ 20 เมตร ผนึกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน พร้อมฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ขันเกลียว เพื่ออวดกลไกการทำงานภายใน นอกจากนี้บนขอบฝาหลังยังสลักคำว่า ‘Royal Oak Quantieme Perpetuel’ (รอยัล โอ๊ก กังเตียม แปร์เปตือแอล) และ ‘Limited Edition of 200 Pieces’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น ออฟ ทูฮันเดรด พีเซส) ซึ่งหมายความว่าความพิเศษนี้ได้รับการผลิตมาแค่ 200 เรือนเท่านั้น โดยประกอบมากับสายทองขาว 18K พร้อมตัวล็อก ‘AP’ แบบพับทบ สามารถเป็นเจ้าของกันได้ที่ราคา 150,000 ฟรังก์สวิส คิดเป็นเงินไทยได้ประมาณ 6.1 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up