BVLGARI ทำลายสถิติอีกครั้ง !

Bvlgari (บุลการี) กับความมุ่งมั่นในการสร้างนาฬิกาเรือนบางเฉียบซึ่งหนนี้เป็นสถิติใหม่ในฐานะนาฬิกาโครโนกราฟที่บางที่สุดในโลกด้วยความหนาของตัวเรือนเพียง 6.9 มิลลิเมตร

RETRO FOR RACER

Breitling (ไบร์ทลิ่ง) แบรนด์นาฬิกาสายพันธุ์สปอร์ต ได้ประกาศความร่วมมือกับ Norton (นอร์ตัน) ค่ายรถจักรยานยนต์ชื่อดังแห่งเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ

AGE OF ASTRON !

ปี ค.ศ. 1969 Seiko (ไซโก) ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมนาฬิกา ด้วยการเผยโฉมนาฬิกาที่ทำงานด้วยเครื่องควอตซ์รุ่นแรกของโลก นั่นคือ Quartz Astron

SPEEDMASTER เรือนทอง ฉลอง 50 ปีพิชิตดวงจันทร์

by: ‘TomyTom’   นับจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษยชาติเมื่อปี 1969 ที่ยาน ‘Apollo 11’ (อพอลโล 11) พาก้าวเล็กๆ ของมนุษย์โลกเหยียบย่างลงบนพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรก มาจนถึงปี 2019 นี้ก็นับได้ 50 ปีพอดี คนรักนาฬิกาทราบดีอยู่แล้วว่ามนุษย์อวกาศในภารกิจครั้งนั้นคาดนาฬิกา Omega Speedmaster (โอเมก้า สปีดมาสเตอร์) อยู่บนข้อมือด้วย ฉะนั้นในปีที่ 50 แห่งเหตุการณ์สำคัญนี้ Omega จึงไม่พลาดที่จะสร้างนาฬิการุ่นพิเศษสุดๆ ขึ้นมาเพื่อดำรงเกียรติประวัติให้คงอยู่สืบไป ซึ่งก็คือ Speedmaster Apollo 11 50th Anniversary Limited Edition (สปีดมาสเตอร์ อพอลโล 11 เดอะ ฟิฟตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ใช้รหัสรุ่น Ref.310.60.42.50.99.001   ความพิเศษของเรือนฉลองนี้คือการนำ Speedmaster รุ่นพิเศษ ตัวเรือนและสายทอง 18K พร้อมขอบตัวเรือนสีแดงเบอร์กันดี และหลักชั่วโมงทองคำประดับออนิกซ์…

LONGINES เซรามิก !

by : TomyTom   ไม่บ่อยครั้งนักที่แบรนด์เก่าแก่อย่าง Longines (ลองจินส์) จะก้าวออกจากกรอบของตน นาฬิกาสปอร์ตเรือนดำสนิทรุ่นนี้คือเวอร์ชั่นใหม่ของนาฬิกาแนวดำน้ำ HydroConquest (ไฮโดรคองเควสต์) ซึ่งสีดำเงางามของตัวเรือนที่เห็นนี้เด่นสะดุดตาเกินกว่าจะเป็นการทำ PVD หรือ DLC บนสเตนเลสสตีล เพราะนี่คือเซรามิกขัดเงา และขอบตัวเรือนก็เป็นเซรามิกสีดำด้าน แถมด้วยแผ่นหน้าปัดก็เป็นเซรามิกสีดำ ย้ำด้วยคำ ‘ZrO2’ ซึ่งหมายถึงเซอร์โคเนียมออกไซด์ (Zirconium Oxide) อันเป็นชนิดเซรามิกที่มีความแข็ง น้ำหนักเบา และทนต่อปฏิกิริยาทางเคมีและการแตกร้าวได้ดี ผลงานนี้เป็นการต่อยอดที่เกินกว่าใครจะคาดคิดว่า Longines จะทำนาฬิกาเซรามิกทั้งเรือนเช่นนี้ หลังจากที่ออกเวอร์ชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลพร้อมขอบตัวเรือนสีน้ำเงินมาแล้วก่อนหน้า   นอกจากนี้ ตัวเรือนขนาด 43.0 มิลลิเมตรของ HydroConquest All-Black Ceramic (ไฮโดรคองเควสต์ ออลแบล็ก เซรามิก) ยังกันน้ำได้ถึง 300 เมตร และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO-6425 ของนาฬิกาดำน้ำทุกประการ จึงเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ไว้ทั้งบนหลักชั่วโมงและเข็มชี้เพื่อความชัดเจนในการอ่านค่าแม้ขณะอยู่ใต้น้ำที่มีแสงน้อย สำหรับการขับเคลื่อนเป็นหน้าที่ของกลไกอัตโนมัติ Cal.L888.3 แสดงเวลาแบบ…

HYT: TIME IS FLUID

Time Is Fluid by : ‘SunDial’   มนุษยชาติรู้จักการนำพลังงานจากน้ำมาใช้ประโยชน์เพื่อการคำนวณเวลาด้วย ‘Clepsydra’ (เคลปซีดรา) หรือ ‘นาฬิกาน้ำ’ เป็นเวลากว่า 3,400 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่สมัยอารยธรรมไอยคุปต์และจีนโบราณ ในขณะที่ภูมิปัญญาโบราณของคนไทยเราก็มีวิธีวัดค่าเวลาโดยคร่าวด้วยการสังเกตการไหลของน้ำจากวัสดุหรือภาชนะที่เจาะรูไว้ด้านล่างแล้วนำไปวางบนผิวน้ำ น้ำจะไหลเข้าไปในรูที่เจาะเอาไว้อย่างต่อเนื่องตามกฎฟิสิกส์ ในการแทนที่ของของเหลวและแรงดึงดูดของโลก จนกว่าจะเต็มภาชนะแล้วจมลงไป เห็นได้จากวิธีจับเวลาการแข่งขันกีฬาหรือการละเล่น เช่น การชกมวย หรือตีไก่ ที่นิยมนำกะลามะพร้าวหรือกระป๋องน้ำที่เจาะรูมาใช้วัดค่าต่างนาฬิกาจับเวลา   สำหรับแนวคิดการใช้น้ำเป็นเครื่องบ่งชี้เวลาในกลไกนาฬิกาข้อมือนั้น ที่ผ่านมานั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเป็นที่รู้กันว่าน้ำกับกลไกนาฬิกานั้นไม่ควรอยู่ด้วยกัน แต่อุปสรรคคือเสน่ห์ท้าทายที่เย้ายวนมันสมองของมนุษย์เสมอ ในที่สุดเมื่อปี 2012 ที่ผ่านมาก็มีผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาสวิสที่คิดนอกกรอบ สามารถทลายกำแพงอุปสรรคนี้ด้วยการเปิดเปิดตัวนาฬิกาข้อมือที่แสดงเวลาด้วยของเหลวในนามแบรนด์ HYT (เอชวายที) ซึ่งใช้เวลานานในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนา กว่าที่จะสามารถนำเรื่องที่คาดฝันอย่างการนำกฎการแทนที่ของของเหลวมาใช้กับนาฬิกาข้อมือจนประสบผลสำเร็จ ซึ่งผลงานลำดับแรกของแบรนด์ H1 (เอชวัน) ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการคว้ารางวัล ‘Innovation Watch Prize’ (อินโนเวชั่น วอทช์ ไพรซ์) หรือรางวัลนวัตกรรมเวลายอดเยี่ยม จากการประกาศรางวัลที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเวลา ‘Grand Prix d’Horlogerie de Genève’ (กรองด์…

THE AMERICAN WAY วิถีอเมริกัน

การเฉลิมฉลองของ Ralph Lauren (ราล์ฟ ลอเรน) แบรนด์อเมริกันขนานแท้ที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งมีอายุบรรจบครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้งนั้นแสดงออกในรูปแบบเรือนเวลาคอลเลกชั่นพิเศษสุด The American Western (ดิ อเมริกัน เวสเทิร์น) ที่รังสรรค์ด้วยงานฝีมืออันประณีต จากการถ่ายทอดแรงบันดาลใจแห่งวิถีชีวิตของอเมริกันชนในถิ่นดินแดนตะวันตกอันโลดโผน พร้อมควบผสมรวมความหรูหราเต็มขั้นจากประดิษฐกรรมกลไกเวลาตามขนบสวิส เกิดเป็นผลลัพธ์แรงกล้าที่เป็นตัวแทนแห่ง 50 ปีของ Ralph Lauren ได้อย่างสมศักดิ์ศรี นาฬิกาแต่ละรุ่นในคอลเลกชั่น The American Western ได้รับการสรรค์สร้างให้มีความเฉพาะตัวอย่างมาก เพื่อสื่อให้ถึงอารมณ์และความรู้สึกและความเป็นอัตลักษณ์ของการพุ่งกระโจนไปบนท้องทุ่งของเหล่าคาวบอยท่ามกลางฝูงปศุสัตว์ และความวินเทจเข้มข้น ที่อิงมาจากเข็ดขัดแบบ ‘Concho’ (กอนโช) ที่ Mr. Lauren ชอบสวมใส่ และเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นไอเดียอันบรรเจิดงานในดีไซน์ของเขาในยุค 1980s ที่นำเอาบรรยากาศแห่งถิ่นซานตาเฟ (Santa Fe) ในรัฐนิวเม็กซิโก (New Mexico) มาตีโจทย์เป็นดีไซน์แฟชั่น และสร้างผลงานออกมาทั้งเข็มขัด กระเป๋าหนัง และเครื่องหนังต่างๆ ที่ยังคงส่งต่อความเท่มาถึงคอลเลกชั่น Double RL (ดับเบิล อาร์แอล)…