UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBELL & ROSS BR 03-92 DIVER BLACK & GREEN BRONZE - เรือนดำน้ำเหลี่ยมบรอนซ์กับสีเขียว

BELL & ROSS BR 03-92 DIVER BLACK & GREEN BRONZE – เรือนดำน้ำเหลี่ยมบรอนซ์กับสีเขียว

by: ‘Mr.Big’

 

นับตั้งแต่ Bell & Ross (เบล แอนด์ รอส) เปิดตัวซีรีย์นาฬิกาดำน้ำในกลุ่มคอลเลกชั่น BR 03-92 (บีอาร์ ซีโรธรีไนน์ตีทู) ในปี 2019 ก็ได้สร้างความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์อันสมบูรณ์แบบของการผสมผสานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เข้ากับคุณสมบัติของนาฬิกาดำน้ำมาตรฐานสากล ซึ่งที่ผานมาเรือนเวลาซีรีย์นี้ถูกนำเสนอมาในหน้าปัดหลากสีสัน ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน สีน้ำตาล หรือสีกากี และในปี 2024 นี้ก็ขอเสนอสีสันใหม่ นั่นก็คือ BR 03-92 Diver Black & Green Bronze (บีอาร์ ซีโรธรีไนน์ตีทู ไดเวอร์ แบล็ก แอนด์ กรีน บรอนซ์)

 

เวอร์ชั่นล่าสุดของเรือนดำน้ำยอดนิยมจาก Bell & Ross รุ่นนี้ มาพร้อมความโดดเด่นของพื้นหน้าปัดสีเขียวที่จัดจ้านมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยมีน้ำหนักของสีน้ำเงินผสมผสานเข้าไว้ด้วย อย่างที่เรียกว่าสีเขียว ‘Pine Green’ (ไพน์ กรีน) โดยยังคงไว้ซึ่งเลย์เอาท์หน้าปัดที่ไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า ติดตั้งหลักชั่วโมงทรงเรขาคณิตที่เน้นความโค้งมน พร้อมด้วยเข็มนาทีและชั่วโมงสีดำทรง ‘Baignoire’ (เบญ์นัวร์) และเข็มวินาทีทรง ‘Lollipop’ (โลลิป๊อป) เคลือบฉาบไว้ด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวที่ส่องแสงออกมาเป็นสีเขียวในความมืด ส่วนขอบหน้าปัดติดตั้งแทร็คเวลาสีขาว จัดวางในระนาบเอียงเข้าขอบเล็กน้อย แสดงเวลาแบบ 3 เข็ม เสริมด้วยการแสดงวันที่ด้วยตัวเลขอารบิกสีขาวบนจานดิสก์ที่เลือกใช้สีเขียวเฉดเดียวกับแผ่นหน้าปัด เพื่อให้มีความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว โดยวางเอาไว้ช่วงบริเวณ 4-5 นาฬิกา

 

ด้านการทำงานยังคงควบคุมด้วยกลไกออโตเมติก Cal.BR-302 ที่พัฒนาขึ้นจากเครื่องฐาน Cal.Sellita SW300-1 ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิม 25 เม็ด โดยพัฒนาขีดความสามารถในการสำรองพลังงานให้ทำได้ถึง 54 ชั่วโมง บรรจุมาในตัวเรือนที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ด้วยทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขอบมนขนาด 42.0 x 42.0 มิลลิเมตร หนา 12.05 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 300 เมตร โดยใช้วัสดุในการผลิตเป็นบรอนซ์เกรด ‘CuSn8’ ซึ่งใช้ส่วนผสมอันประกอบไปด้วยทองแดง 92% และดีบุก 8% ทำให้เนื้อบรอนซ์มีเฉดสีที่ใกล้เคียงกับสีทองกุหลาบ และมีความสู้แสงแม้จะทำการแต่งผิวแบบปัดลาย นอกจากนี้ หากใช้งานไประยะหนึ่งก็จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับอากาศ และความเป็นกรดเป็นด่างจากผิวหนังของผู้สวมใส่ จนเกิดคราบฟิลม์ที่เรียกว่า ‘Patina’ (พาตินา) เป็นลวดลายบนพื้นผิวในแบบฉบับเฉพาะตัว ส่วนขอบตัวเรือนติดตั้งวงแหวนบรอนซ์ชนิดหมุนได้ทิศทางเดียว ประกบด้วยแผ่นอะลูมิเนียมทำอะโนไดซ์สีดำ ตัดกับสีหน้าปัด ประดับด้วยสเกลเวลา 60 นาที พร้อมจุดวงกลมที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา แต้มสารเรืองแสง ‘Bilight®’ (ไบไลท์) โดยมีขีดสเกล 20 นาที สำหรับการตั้งเวลาเพื่อการขึ้นสู่ผิวน้ำในช่วงเวลาที่ปลอดภัย พร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียวที่หุ้มด้วยยางเพื่อเพิ่มความกระชับในการปรับหมุนตั้งเวลา และ ‘Crown Guard’ (คราวน์ การ์ด) ส่วนกระจกหน้าปัดใช้คริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อนเป็นการเพิ่มความคมชัดให้กับสีสันและการดูเวลา

 

คุณสมบัติของนาฬิกาเรือนนี้ครบถ้วนในฐานะนาฬิกาดำน้ำมืออาชีพ ได้รับการรับรอง ISO 6425 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ให้กับเรือนเวลาดำน้ำที่สูจน์แล้วว่าสามารถใช้งานได้จริง และมีคุณสมบัติในการเป็นนาฬิกาดำน้ำที่ครบถ้วนตามข้อกำหนด ฝาหลังเป็นแผ่นสเตนเลสสตีลสีเงิน สลักลวดลายเกลียวคลื่นและหมวกดำน้ำไว้อย่างโดดเด่น ประกอบกับสายยางสีดำลายร่อง พร้อมตัวล็อกแบบหัวเข็มขัดที่ผลิตจากบรอนซ์ กำหนดเป็นการผลิตแบบจำกัดจำนวนเพียง 999 เรือน ในราคา 4,600 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 187,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up