UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBELL & ROSS BR 05 CHRONO GREY STEEL & GOLD - โดดเด่นในสไตล์ทูโทน

BELL & ROSS BR 05 CHRONO GREY STEEL & GOLD – โดดเด่นในสไตล์ทูโทน

by: ‘Mr.Big’

 

นับตั้งแต่ที่คอลเลกชั่น BR 05 (บีอาร์ ซีโรไฟว์) จาก Bell & Ross (เบล แอนด์ รอส) ปรากฏสู่สายตาคนรักนาฬิกา ก็สามารถสร้างความประทับได้ตั้งแต่แรกเห็น ด้วยดีไซน์เรือนเหลี่ยมที่พัฒนามาจากคอลเลกชั่นเก่าก่อน ให้มีรูปแบบที่ไหลลื่น ให้อารมณ์สปอร์ตหรู และสามารถสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส Bell & Ross จึงมุ่งมั่นพัฒนาคอลเลกชั่นนี้ให้มีรูปแบบที่หลากหลาย ตอบสนองต่อความต้องการของผู้รักนาฬิการวมถึงเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลก และวันนี้ก็ได้เผยอีกหนึ่งรูปแบบที่จะมาสร้างเทรนด์นิยมกับสไตล์ทูโทนภายใต้ดีไซน์สปอร์ตอันเฉียบขาด กับ BR 05 Chrono Grey Steel & Gold (บีอาร์ ซีโรไฟว์ โครโน เกรย์ สตีล แอนด์ โกลด์)

MITSUBISHI

 

เรือนเวลารุ่นนี้เผยโฉมออกมาในฐานะคอลเลกชั่นมาตรฐาน นำเสนอมาในเอกลักษณ์ด้านดีไซน์ที่โดดเด่นของตัวเรือนทรงถังเบียร์เน้นขอบสัน ผิวลายปัดด้าน พร้อมปุ่มกดจับเวลาและเม็ดมะยมขันเกลียวขัดเงาภายในบ่าปกป้อง และมีขอบตัวเรือนในเอกลักษณ์ทรงสี่เหลี่ยมมุมมนที่ประกบผิวหน้าตัดด้วยทองกุหลาบ 18K เสริมความหรูหราให้ดูตัดกัน และยึดด้วยสกรูสเตนเลสสตีลสีเงินวาวที่มุมทั้ง 4 ผนึกหน้าปัดด้วยคริสตัลแซพไฟร์ใส เคลือบสารกันการสะท้อน โดยมีความสามารถในการกันน้ำที่ระดับ 100 เมตร

 

หน้าปัดยังคงเน้นดีไซน์แบบ BR 05 Chrono เปิดตัวมาในทางเลือกเดียว คือพื้นสีเทาที่สร้างสรรค์จากการเคลือบรูธีเนียม ปัดลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) เพื่อสร้างประกายของแสง ขณะที่หลักชั่วโมง ตัวเลข และกรอบหน้าปัดย่อย หุ้มด้วยทองกุหลาบ โดยมีเข็มทรงกระบองที่สร้างสรรค์จากทองกุหลาบ 18K ซึ่งเพิ่มความชัดเจนให้กับการอ่านค่าในทุกสภาวะแสงด้วยการเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova®’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวทั้งบนเข็มและหลักชั่วโมง ส่วนการบอกเวลาเป็นแบบ 2 เข็มครึ่ง โดยแยกค่าวินาทีมาไว้ในหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 9 นาฬิกา และแสดงค่าจับเวลาผ่านเข็มวินาทีหลัก ร่วมกับการแสดงค่าจับเวลาสูงสุด 30 นาที ภายในหน้าปัดย่อยที่ 3 นาฬิกา เสริมด้วยการแสดงวันที่ด้วยตัวเลขอารบิกสีขาวบนดิสก์สีเทาที่ดูกลมกลืนกับพื้นหน้าปัด ภายในช่องหน้าต่างทรงกลมระหว่าง 4-5 นาฬิกา

 

การทำงานของเรือนเวลาโครโนกราฟรุ่นนี้ ยังใช้บริการกลไก Cal.BR-326 อันพัฒนาขึ้นโดย ‘Sellita’ (เซลลิตา) โดยมีความถี่การทำงานที่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และยกระดับความสามารถในการสะสมพลังงานไปจนถึง 60 ชั่วโมง สร้างพลังงานจากการหมุนแกว่งของโรเตอร์ที่ดีไซน์คล้ายกงล้อ สามารถชื่นชมจักรกลชุดนี้ได้ทางฝาหลังที่กรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์ เติมความสมบูรณ์ในแบบฉบับสปอร์ตหรูด้วยการประกอบกับสายทูโทนที่ผลิตจากสเตนเลสสตีลปัดลาย สลับกับข้อกลางทองกุหลาบ 18K ขัดเงา พร้อมตัวล็อกแบบพับทบ นอกจากนี้ก็ยังมีสายยางสีดำปั๊มลายทางมาไว้ให้สลับใช้งาน สามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยราคา 13,500 ฟรังก์สวิส หรือคิดเป็นเงินไทยที่ราว 550,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up