UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBELL & ROSS BR-X1 R.S.20 & BR-X1 R.S.20 TOURBILLON - 2 จักรกลพันธุ์ดุ

BELL & ROSS BR-X1 R.S.20 & BR-X1 R.S.20 TOURBILLON – 2 จักรกลพันธุ์ดุ

by: ‘Mr.Big’

 

ปีที่ผ่านมา Bell & Ross (เบล แอนด์ รอส) ได้สร้างสรรค์ผลงานคอลเลกชั่นเครื่องบอกเวลาที่เป็นความร่วมมือระหว่างพันธมิตรแห่งสนามแข่งอย่างทีมรถแข่ง ‘Renault F1’ (เรโนลต์ เอฟวัน) ที่แนบแน่นมากว่า 5 ปี ออกมาหลากรูปแบบจากหลายคอลเลกชั่น ซึ่งล้วนโดดเด่นด้วยการผสานเสน่ห์จากสนามแข่งเข้าไว้ด้วยกัน ให้อารมณ์ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวภายใต้เอกลักษณ์ทีคุ้นตา เป็นที่ถูกใจแก่แฟนนาฬิกาสายเรซิงทั่วโลก เพื่อเป็นการสานต่อความสำเร็จ ปีนี้จึงเผยโฉมภาคต่อกันถึง 4 รุ่น ทั้งแบบออโตเมติกโครโนกราฟ และรุ่นจักรกลซับซ้อน ซึ่ง ‘Watch of the Day’ วันนี้ขอโฟกัสไปที่ 2 เรือนซับซ้อนที่สุดของซีรีย์ นั่นก็คือ  BR-X1 R.S.20 (บีอาร์เอ็กซ์วัน อาร์เอส ทเวนตี) และ BR-X1 R.S.20 Tourbillon (บีอาร์เอ็กซ์วัน อาร์เอส ทเวนตี ทูร์บิญอง)

 

โดยซีรีย์ R.S.20 ทั้ง 4 รูปแบบได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์มาจากรถ F1 รุ่นใหม่ของทีม ‘Renault F1’ นั่นคือคอนเซ็ปต์คาร์รุ่น R.S.2027 ที่ยกระดับสมรรถนะทางด้านเทคนิคและดีไซน์ให้เหนือกว่ารุ่นเดิม อวดโฉมด้วยรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวตามหลักแอโร่ไดนามิก ในโทนสีดำตัดกับสีเหลืองอย่างโดดเด่น และอัตลักษณ์อันแสนสะดุดตาดังกล่าวได้ถูกถ่ายทอดเป็นนาฬิกาสปอร์ตเรือนเข้มโทนสีดำ-เหลือง ในตัวเรือนที่สะท้อนดีไซน์อันโดดเด่นของคอลเลกชั่น BR-X1 ในทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 45.0 x 45.0 มิลลิเมตร ที่สร้างสรรค์แบบมัลติแมทีเรียล โดยผลิตฐานตัวเรือนจากไทเทเนียม ประกบด้วยเซรามิก และเสริมด้วยยางเพื่อรองรับแรงกระแทก พร้อมเคลือบสีเข้มให้ดูดุดันเป็นหนึ่งเดียวด้วยเทคนิค PVD ติดตั้งวงแหวนขอบตัวเรือนแบบหมุน 2 ทิศทาง พร้อมกำกับตำแหน่ง ‘Time Marker’ (ไทม์ มาร์คเกอร์) พกพามาด้วยความสามารถในการกันน้ำลึก 100 เมตร

Renault R.S.2027 concept car

 

ทั้ง 2 รุ่นวางคอนเซ็ปต์หน้าปัดแบบ ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) โดยรองพื้นหน้าปัดด้วยคริสตัลแซพไฟร์สีควัน เพิ่มเสน่ห์เข้มและดุดันให้แก่จักรกลภายใน โดย BR-X1 R.S.20 ตกแต่งขอบหน้าปัดวงนอกด้วยสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) สีเหลือง และลายธงตารางหมากรุกของสนามแข่งบนขอบหน้าปัดวงใน แสดงเวลาด้วยตัวเลขอารบิกสไตล์เรซิง เคลือบด้วยสารเรืองแสง แสดงค่าเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง โดยแยกการแสดงวินาทีไปไว้ในกรอบหน้าปัดย่อยที่ 3 นาฬิกา ส่วนเข็มวินาทีหลักสีเหลืองสดทำหน้าที่จับเวลาร่วมกับการแสดงค่าจับเวลา 30 นาทีที่ 9 นาฬิกา เสริมด้วยการแสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่าง ณ 6 นาฬิกา ควบคุมการทำงานด้วยกลไกออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.BR-CAL.313 ซึ่งพัฒนาขึ้นจากเครื่องฐาน ETA 2894-2 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 28.0 มิลลิเมตร ติดตั้งทับทิมกันสึก 56 เม็ด อัตราความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง ประกอบกับสายยางสีดำ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 250 เรือน ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 19,900 ยูโร หรือประมาณ 740,000 บาท

 

ส่วน BR-X1 R.S.20 Tourbillon เผยโฉมในหน้าปัดที่แสดงความซับซ้อนของวิศวกรรมจักรกลมากขึ้น วงขอบหน้าปัดสีเหลืองถูกลดรายละเอียดให้กลายเป็นสเกลบอกเวลาปกติ และตกแต่งด้วยมาร์คเกอร์แบบแท่ง เคลือบด้วยสารเรืองแสง แสดงค่าเวลาแบบ 2 เข็ม โดยยังคงฟังก์ชนโครโนกราฟเอาไว้เหมือนกับ BR-X1 R.S.20 แต่ปรับเปลี่ยนเลย์เอาท์การแสดงค่าโดยให้การแสดงค่าจับเวลาในหน่วยวินาทีมาอยู่ที่หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 2 นาฬิกา พร้อมกับแสดงค่าจับเลา 30 นาที ผ่านหน้าปัดย่อยบริเวณตำแหน่ง 10-11 นาฬิกา ส่วนพื้นที่ด้านล่างสงวนไว้สำหรับแสดงจักรกล ‘Flying Tourbillon’ (ฟลายอิง ทูร์บิญอง) ที่สร้างสรรค์เอกลักษณ์ด้วยการประดิษฐ์สะพานจักรเป็นรูปเครื่องหมาย ‘&’ ที่อยู่ในโลโก้ Bell & Ross ส่วนฟังก์ชนวันที่ในรุ่นนี้ถูกตัดออกไป แต่เสริมด้วยเข็มแสดงค่าพลังงานสำรองตำแหน่ง 9 นาฬิกา เข้ามาแทน

 

BR-X1 R.S.20 Tourbillon ติดตั้งการทำงานแบบไขลานโครโนกราฟ Cal.BR-CAL.283 ซึ่งบังคับฟังก์ชนจับเวลาด้วยปุ่มเดียวหรือในรูปแบบ ‘Monopusher’ (โมโนพุชเชอร์) พร้อม ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) สร้างสรรค์และพัฒนาโดย ‘Manufacture Haute Complication SA’ (มานูฟาคตูร์ โอต คอมพลิกอาซิยง แอสอา) หรือ ‘MHC SA’ ผู้ผลิตจักรกลระดับสูงแห่งนครเจนีวา ติดตั้งทับทิมกันสึก 35 เม็ด อัตราความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง และเหนือชั้นด้วยค่าพลังสำรองลาน 100 ชั่วโมง ประกอบกับสายยาง กำหนดจำนวนผลิตไว้ที่ 20 เรือนเท่านั้น โดยเสนอราคาที่ 169,000 ยูโร หรือประมาณ 6,253,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up