UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBENTLEY MULLINER BACALAR - สู่จุดเริ่มต้นงานประกอบตัวถัง

BENTLEY MULLINER BACALAR – สู่จุดเริ่มต้นงานประกอบตัวถัง

by: ‘AutoMania’

 

ไฮไลต์สำคัญในปี 2020 นี้ของซูเปอร์ลักชัวรีแบรนด์ Bentley (เบนท์ลีย์) เป็นผลงานของแผนกจัดทำรถยนต์รุ่นพิเศษที่ขึ้นชื่อด้านการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มพิกัด เรียกว่าสามารถพัฒนารถยนต์ได้ตามความปรารถนาประหนึ่งตัดเสื้อสูท และคันสำคัญในปีนี้คือ Mulliner Bacalar (มุลลิเนอร์ บาคาลาร์) ซึ่งมาพร้อมรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สะท้อนความคลาสสิกที่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ แบบเต็มอณู

 

ย้อนอดีตไปก่อนหน้านี้นับร้อยปี Bentley Mulliner คือผู้ผลิตตัวถังรถยนต์รายแรกของโลก และเพิ่งฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ไปเมื่อปีที่ผ่านมาด้วยรถยนต์ต้นแบบ EXP 100 GT (อีเอ็กซ์พี 100 จีที) อันงามสง่าน่าหลงใหล การเปิดตัว Bacalar คือการผสานแนวคิดของการเป็นต้นกำเนิดการประกอบตัวถังรถยนต์ แฝงด้วยเทคโนโลยีอันหรูเลิศของรถต้นแบบชั้นนำ ผสานออกมาเป็นงานแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ของค่ายรถเจ้าของโลโก้ตัว B ติดปีก ด้วยจำนวนการผลิตจำกัดเพียงแค่ 12 คัน และแน่นอนว่าทั้งหมดถูกจับจองไปเป็นที่เรียบร้อยก่อนการเปิดตัวแล้ว

 

ชื่อของ Bacalar นั้นมาจากชื่อทะเลสาบ ‘Laguna Bacalar’ (ลากูนา บาคาลาร์) ในเม็กซิโก ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเลือกใช้ชื่อของสถานที่สำคัญมาตั้งเป็นชื่อรุ่นตามแนวทางที่ Bentley ใช้มาตั้งแต่ปี 2015 โดยรุ่นแรกคือ Bentayga (เบนเทย์กา)

 

การรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ก่อเกิดการสร้างรถในแบบการสร้างตัวถังในอดีต ดีไซน์รถเปิดประทุนแบบ ‘Barchetta’ (บาร์เชตตา) ที่มาพร้อมโครสร้างตัวถังรุ่นใหมที่บึกบึนกว่าเดิม ผสานกันอย่างลงตัวกับประสิทธิภาพต่างๆ และการเลือกใช้วัสดุภายในรถ ซึ่งเจ้าของเลือกได้ทั้งหมด ทำให้รถแต่ละคันมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ยังถือเป็นการเปิดตัว Bentley Mulliner อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยนำรถต้นแบบฉลองครบรอบ 100 ปี มาสร้างสรรค์เพื่อจำหน่ายจริง และไม่แปลกใจที่จะสวยงามเข้าขั้น เพราะ EXP 100 GT คว้ารางวัลรถต้นแบบที่สวยงามที่สุดแห่งปีจากงานแสดงรถยนต์ในฝรั่งเศสมาก่อนหน้านี้ โดยเน้นความโดดเด่นด้วยเส้นสายที่ชัดเจน สง่างาม และแข็งแกร่ง เสริมด้วยกระจังหน้าและกันชนขนาดใหญ่ ไฟหน้าที่ติดตั้งที่ตำแหน่งของมุมรถ เข้ากันดีกับฝากระโปรงหน้า และมาพร้อมล้อแม็กซ์ขนาดใหญ่ลายใหม่ ที่แน่นอนว่าลูกค้าสามารถเลือกเปลี่ยนได้ตามใจปรารถนา

 

ด้านท้ายมีลักษณะกระดกขึ้นเล็กน้อยหากมองจากด้านข้าง มีการเล่นเส้นสายที่ต่อเนื่องมาจากด้านหน้า จบลงที่กรอบโคมไฟท้ายกว้างแบน ระบบส่องสว่างทำงานได้อย่างดีเยี่ยมในเวลากลางคืน มาพร้อมท่อไอเสียแบบคู่ ที่พร้อมให้เสียงคำรามกระหึ่มเร่งเร้าผู้ขับขี่ให้กดคันเร่งไปอย่างต่อเนื่อง

 

ห้องโดยสารภายในได้รับการออกแบบสไตล์เรโทรนิดๆ อย่างเรียบง่าย เน้นการออกคำสั่งด้วยคนขับเป็นหลัก พวงมาลัยหนังแบบ 3 ก้านปลายตัด เบาะหนังที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ใช้วัสดุเพื่อให้ได้สัมผัสที่ยอดเยี่ยมตลอดการเดินทาง มาตรวัดในรถทั้งหมดใช้ทรงกลมเพื่อเน้นความคลาสสิก และบริเวณคันเกียร์เต็มไปด้วยปุ่มควบคุมต่างๆ มากมาย

 

Bacalar เลือกใช้หัวใจสุดทันสมัยที่ให้สมรรถนะระดับโหดอย่างเครื่องยนต์ W12 TSI ขนาด 6.0 ลิตร เครื่องยนต์ 12 สูบที่ทันสมัยที่สุดในโลก ให้กำลังดุเดือดสูงสุด 659 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 900 นิวตัน-เมตร เรียกว่าไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่สมรรถนะในการขับขี่ก็ให้มาอย่างเหลือล้น

 

แน่นอนว่าการควบคุมรถยนต์ระดับนี้ต้องใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบแอคทีฟที่พยายามให้รถใช้งานระบบขับเคลื่อนล้อหลังเพียงอย่างเดียวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความประหยัดที่เหมาะสมในการใช้งานปกติ และจะเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเต็มรูปแบบเมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานจริงๆ เท่านั้น

 

“ถ้าคติของ Bentley คือคำว่า ‘จงทำตัวเหนือกว่ามาตรฐาน’ (Be Extraordinary) คติของพวกเราก็คือ ‘เหนือกว่านั้นไปอีกขั้น’ (Beyond Extraordinary)” Tracy Crump (เทรซี ครัมป์) หัวหน้าฝ่ายพาณิชย์ Bentley Mulliner กล่าว “Bacalar จะทำให้ลูกค้าที่มีจำนวนจำกัดนี้ได้รับโอกาสที่จะแสดงถึงรสนิยมส่วนตัวผ่านรถแกรนด์ ทัวเรอร์อย่างดีที่สุด”

 

ก็เล่นทำออกมาแค่โหลเดียว ลูกค้าเก่าก็แย่งกันจองหมดไวสินะ !

Sompol Mingkhuan
Sompol Mingkhuan
บรรณาธิการบริหาร นิตยสารนาฬิกา Watch World-Wide ผู้คร่ำหวอดในวงการนาฬิกามายาวนานกว่า 20 ปี จนได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up