UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBIG BANG GMT ALL BLACK YOHJI YAMAMOTO - ดำแบบนัวร์นัวร์

BIG BANG GMT ALL BLACK YOHJI YAMAMOTO – ดำแบบนัวร์นัวร์

by: ‘Mr.Big’

 

ต้นเดือนที่ผ่านมา Hublot (อูโบลท์) ได้เฉลิมฉลองการเปิดตัวบูติกแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนถนน ‘Chuo-Dori’ (ชูโอโดริ) ในย่านกินซ่าของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และในงานดังกล่าวก็ได้เปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ ที่เป็นการร่วมมือกับ Yohji Yamamoto (โยจิ ยามาโมโตะ) ท็อปดีไซเนอร์ตัวพ่อชาวญี่ปุ่นผู้สร้างสรรค์ผลงานสั่นสะเทือนวงการแฟชั่นมาตั้งแต่ปี 1976 ด้วยคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าสไตล์โอเวอร์ไซส์ในโทนสีโมโน หรือที่เรียกในคอนเซ็ปต์ ‘Noir’ (นัวร์) และก็เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์รับเชิญที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ดังระดับโลกหลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น Hermès (แอรฺเมส) Markimoto (มาร์กิโมโตะ) Mandarina Duck (แมนดารินา ดั๊ก) รวมถึงการเป็นผู้ออกแบบแถบ 3 ขีดที่มีชื่อเสียงของ Addidas (อาดิดาส) ด้วย ด้วยชื่อเสียงและความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์ จึงออกมาเป็นนาฬิกาเรือนพิเศษที่สะท้อนไอเดียและอัตลักษณ์ของยอดดีไซเนอร์เลือดอาทิตย์อุทัยในรุ่น Big Bang GMT All Black Yohji Yamamoto (บิ๊ก แบง จีเอ็มที ออล แบล็ก โยจิ ยามาโมโตะ)

Yohji Yamamoto

 

นาฬิการุ่นนี้รังสรรค์ขึ้นโดยที่ Yohji Yamamoto มีส่วนร่วมในการออกแบบ รูปลักษณ์ที่ออกมาจึงสะท้อนลายเซ็นของเขาอย่างชัดเจน และจากคอนเซ็ปต์การออกแบบในสไตล์ ‘Noir’ ที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของ Yohji Yamamoto นาฬิกาเรือนนี้จึงถูกสร้างสรรค์ในรูปแบบ ‘All Black’ ที่ดำสนิทตลอดทั้งเรือน โดยตัวเรือนได้รับการผลิตจากเซรามิกสีดำ เคลือบขัดผิวด้วยเทคนิค ‘Micro-blasted’ (ไมโครบลาสเตด) ขนาด 45.0 มิลลิเมตร หนา 15.85 มิลลิเมตร ยึดขอบตัวเรือนด้วยหมุดไทเทเนียมสีดำ เพิ่มเติมรายละเอียดด้วยสเกลเวลา 12 ชั่วโมง ปกป้องหน้าปัดด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน พร้อมยิงเลเซอร์เป็นลายเซ็นของ Yohji Yamamoto เหนือตำแหน่ง 6 นาฬิกา และโลโก้ Hublot ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา กันน้ำได้ 100 เมตร

 

พื้นหน้าปัดได้รับการออกแบบในสไตล์กึ่งเปลือย โดยเคลือบพื้นผิวและสะพานจักรเป็นสีดำด้วยเทคนิค PVD พร้อมวางพื้นทับด้วยแซพไฟร์คริสตัลสีเขม่าดำ ทำให้มองเห็นชิ้นส่วนกลไกภายในเป็นสีดำ จัดวางมาร์คเกอร์บอกเวลาสลับกับตัวเลขอารบิกดีไซน์ทันสมัย เคลือบด้วยสารเรืองแสงสีดำอย่างกลมกลืน บอกเวลาแบบ 3 เข็ม โดยติดตั้งเข็มบอกเวลาไทม์โซนที่ 2 แบบหัวลูกศรก้านโปร่ง และวงล้อสลักข้อความ ‘Day’ (เดย์) และ ‘Night’ (ไนท์) ระบุช่วงกลางวัน-กลางคืน โดยสามารถปรับตั้งเวลาไทม์โซนได้สะดวกเพียงกดปุ่มที่ 2 หรือ 4 นาฬิกา เพื่อเลื่อนเวลาเดินหน้าถอยหลังอย่างง่ายดาย ทั้งนี้เป็นไปตามความต้องการของ Yamamoto ที่ต้องการรู้เวลาของโตเกียวและปารีส  ซึ่งเป็น 2 เมืองที่ดีไซเนอร์คนนี้พักอาศัยอยู่บ่อยที่สุดนั่นเอง

 

ด้านการทำงานใช้กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก ‘Unico’ (ยูนิโค) Cal.HUB 1251 สร้างสรรค์ขึ้นจากส่วนประกอบทั้งสิ้น 328 ชิ้น ทับทิมกันสึก 41 เม็ด อัตราความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ความสามารถในการสำรองลานสูงสุด 72 ชั่วโมง ประกอบกับสายยางสีดำ ผลิตขึ้นในแบบเอ็กซ์คลูซีพเพียง 50 เรือน ในราคา 2,750,000 เยน หรือราวๆ 825,000 บาท จัดจำหน่ายเฉพาะที่บูติก Hublot สาขาใหม่ในย่านกินซ่า กรุงโตเกียวเท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up