UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBIG BANG MP-11 RED MAGIC - รีเสิร์ฟ 2 อาทิตย์ในเรือนเซรามิกสีแดงสด

BIG BANG MP-11 RED MAGIC – รีเสิร์ฟ 2 อาทิตย์ในเรือนเซรามิกสีแดงสด

by: ‘TomyTom’

 

อีกหนึ่งดาวเด่นจากแบรนด์สปอร์ตหรู Hublot (อูโบลท์) ที่เปิดตัวในงาน ‘LVMH Watch Week’ (แอลวีเอ็มเอช วอทช์ วีค) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองดูไบ เมื่อต้นปี 2020 ก็คงต้องยกให้กับนาฬิกาตัวเรือนสีแดงสดรุ่น Big Bang MP-11 Red Magic (บิ๊ก แบง เอ็มพีอีเลเวน เรด เมจิก) ผลิตจำนวนจำกัด 100 เรือน เอดิชั่นใหม่ของ MP-11 ที่ Hublot เลือกนำ ‘High-tech Ceramic’ (ไฮเทค เซรามิก) สีแดงสดผิวเงางามมาใช้สร้างตัวเรือนอีกครั้ง หลังจากที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกในโลกกับ Big Bang Unico Red Magic (บิ๊ก แบง ยูนิโค เรด เมจิก) ที่เปิดตัวเมื่อปี 2018 ส่วนตัวเรือนด้านข้างนั้นยังคงเป็นแผ่นแซพไฟร์คริสตัลเพื่อเปิดให้แสงสาดส่องเข้าสู่ภายในเช่นเดียวกับ MP-11 เอดิชั่นอื่นๆ

 

Big Bang MP-11 เป็นนาฬิกาซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ในทันทีตั้งแต่แรกเปิดตัว 2 เอดิชั่นแรกในปี 2018 (ตัวเรือน 3D Carton และตัวเรือนแซพไฟร์คริสตัลใส) ด้วยความที่เป็นนาฬิกาสายพันธุ์ตัวเรือน Big Bang ที่มาพร้อมกับความแปลกใหม่ของกลไกซึ่งเห็นได้ชัดเจนเต็มตาจากฝั่งด้านหน้าของนาฬิกา ความแปลกใหม่นั้นคือขบวนตลับลานต่ออนุกรมที่วางขวางพาดตามแนวนอน ซึ่งทำให้ต้องยกทั้งวงขอบตัวเรือนและกระจกหน้าปัดให้นูนเป็นสันโค้งขึ้นมา และการที่ Hublot จัดให้ Big Bang รุ่นนี้มีชื่อต่อท้ายว่า ‘MP’ อันย่อมาจาก ‘Masterpiece’ (มาสเตอร์พีซ) ซึ่งหมายความถึงผลงานชิ้นเอก ก็เพราะว่ากลไกไขลาน ‘In-house’ (อินเฮาส์) พลังงานสำรอง 14 วันที่ใช้กับรุ่นนี้ถูกต่อยอดพัฒนามาจากกลไกไขลานพลังงานสำรอง 50 วัน ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดในโลก ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2013 ในฐานะขุมกำลังของรุ่น MP-05 LaFerrari (เอ็มพีซีโรไฟว์ ลา เฟอร์รารี) และกลไกพลังงานสำรอง 42 วัน ของรุ่น MP-07 (เอ็มพีซีโรเซเวน) ที่เปิดตัวในปี 2016 นาฬิกา Big Bang MP-11 จึงมีศักดิ์ศรีเข้าขั้นเป็น ‘Masterpiece’ แม้จะไม่ได้สังกัดอยู่ในคอลเลกชั่น MP แท้ๆ ก็ตาม

 

กลไกไขลาน ‘In-house’ ทับทิม 39 ชิ้น จำนวนชิ้นส่วนรวม 270 ชิ้น ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง Cal.HUB9011 ของ Big Bang MP-11 เป็นการปรับลดความล้ำทั้งในด้านดีไซน์และความซับซ้อนทางเทคนิคจากกลไกของ MP-05 และ MP-07 ลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะกับการสวมใส่ใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงไม่มีการใช้จักรกลทูร์บิญอง และปรับลดจำนวนตลับลานจาก 11 ชุดของ MP-05 และ 9 ชุดของ MP-07 ให้เหลือแค่ 7 ชุด ซึ่งทำให้สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุด 14 วัน โดยส่งกำลังผ่าน ‘Helical Worm Gear’ (เฮลิคัล วอร์ม เกียร์) อันเป็นระบบขบวนเฟืองลานแบบตัวหนอนวางในแนวฉาก 90 องศา ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยากจะได้พบเห็นในจักรกลเวลา และใช้จักรกลอกแบบปกติซึ่งทำจาก ‘Anthracite Ruthenium’ (แอนทราไซต์ รูเธเนียม) ติดตั้งอยู่ ณ ตำแหน่ง 2 นาฬิกา ทำหน้าที่ควบคุมความเที่ยงตรง ขณะที่กลไกแสดงเวลาก็มาแบบเรียบง่ายด้วยการใช้เข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีชี้แสดงบนวงหน้าปัดขนาดเล็ก ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ที่แม้แต่ส่วนล่างของวงแหวนนี้ก็ต้องยกเป็นแนวโค้งเพื่อเปิดทางให้กับตลับลานด้วย ส่วนระบบบ่งชี้พลังงานสำรองนั้นออกแบบเป็นการหมุนวงกระบอกที่ติดตั้งอยู่ที่ส่วนปลายของชุดตลับลาน ซึ่งมอบความประทับใจด้วยการพิมพ์ข้อความต่อจากตัวเลขไว้บนกระจกหน้าปัดให้รวมกันเป็น ‘XX – Day Power Reserve’ ในขณะที่ตัวโครงสร้างกลไกแม้จะไม่ได้มีลักษณะคล้ายเครื่องยนต์หรือเครื่องจักรอย่าง MP-05 และ MP-07 แต่ทั้งแท่นเครื่องและสะพานจักรก็ถูกออกแบบให้มีรูปแบบเป็นโครง ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) ให้เห็นระบบจักรกลได้มากที่สุด ทั้งยังเคลือบดำเพื่อขับเน้นความเด่นให้กับเฟือง สกรู และจักรกลอกสีเงิน ไม่ว่าจะมองจากด้านหน้าหรือมองผ่านฝาหลังแซพไฟร์คริสตัล ส่วนการขึ้นลานก็กระทำได้โดยตรงทั้งจากการหมุนเม็ดมะยมขนาดใหญ่ หรือการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ‘Torx Stylus’ (ทอร์กซ สไตลัส) เสียบเข้าไปในร่องกลางเม็ดมะยมเพื่อทุ่นแรงในการขึ้นลาน มิได้ต้องใช้ไขควงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเหมือนกับ MP-05 หรือ MP-07

 

เพื่อให้สามารถสวมใส่ใช้งานได้อย่างจริงจัง กลไกชุดนี้จึงถูกติดตั้งลงในตัวเรือนขนาด 45.0 มิลลิเมตร หนา 14.4 มิลลิเมตร แบบ ‘Big Bang’ อันเป็นซิกเนเจอร์ที่โด่งดังที่สุดของ Hublot ทั้งยังมาพร้อมกับระบบสลักยึดสายที่แน่นหนาแต่ปลดล็อกได้สะดวกเพียงกดแป้นบริเวณขาตัวเรือนเพื่อให้เจ้าของสลับเปลี่ยนสายใช้งานได้อย่างง่ายดายตามแบบฉบับของตัวเรือน Big Bang เจเนอเรชั่นปัจจุบันด้วย โดยเอดิชั่น Red Magic ที่ออกมาใหม่ซึ่งใช้ตัวเรือนเซรามิกสีแดงสดผิวเงางามร่วมกับชิ้นหลักชั่วโมง เลขนาที ข้อความ ตราสัญลักษณ์ และเข็มสีแดงนี้ ติดตั้งมาพร้อมกับสายยางสีดำที่มีลายดอกยางเป็นแนวเฉียง ล็อกด้วยตัวล็อกแบบบานพับปีกผีเสื้อไทเทเนียมเคลือบดำ สำหรับราคาจำหน่ายของนาฬิกา ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ที่ผลิตจำนวนจำกัด 100 เรือน รุ่นนี้ Hublot เรียกค่าตัวไว้ที่ 2.691 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up