UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBIVOUAC 9000 BLACK EDITION - เหนือชั้นกับฟังก์ชันวัดความสูง

BIVOUAC 9000 BLACK EDITION – เหนือชั้นกับฟังก์ชันวัดความสูง

by: ‘Mr.Big’

 

คงมีไม่มากนักหรอกที่นาฬิกาจักรกลจะติดตั้งฟังก์ชันวัดความสูงหรือ ‘Altimeter’ (อัลติมิเตอร์) เพราะเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะนำโมดูลสำหรับวัดความสูงเข้าไปติดตั้งในกลไก และไม่ง่ายเลยที่จะประดิษฐ์โมดูลนั้นให้มีเสถียรภาพพอที่จะใช้งานได้จริง แต่นั่นคงไม่ใช่ปัญหาสำหรับ Favre-Leuba (ฟาฟร์-ลิวบา) เพราะสามารถสร้างสรรค์นาฬิกาจักรกลที่ผนวกฟังก์ชันวัดความสูงได้ตั้งแต่ปี 1960 และนาฬิกาเรือนใหม่ที่นำมาฝากกันนี้ก็นำรูปแบบฟังก์ชันดังกล่าวกลับมาอีกครั้ง นั่นคือ Bivouac 9000 Black Edition (บิวูแอค 9000 แบล็ก เอดิชั่น)

 

ปี 2017 ที่ผ่านมา Favre-Leuba ได้เผยโฉม Bivouac 9000 เรือนเวลาที่ได้ต้นแบบมาจากนาฬิกาปี 1960 ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชัน ‘Altimeter’ นำเสนอสู่สายตาผู้รักนาฬิกาเป็นครั้งแรก ผ่านมา 2 ปีก็แนะนำอีกหนึ่งสมาชิกใหม่ในมาดที่เข้มขรึมขึ้นกว่าเดิมใน ‘Black Edition’ ซึ่งปรากฏกายในตัวเรือนไทเทเนียมเคลือบสีเทาดำ น้ำหนักเบา ขนาด 48.0 มิลลิเมตร กันน้ำ 30 เมตร คงคอนเซ็ปต์ในการเป็น ‘Tool Watch’ (ทูล วอทช์) เหมือนดังเช่นรุ่นที่ผ่านๆ มา ซึ่งแน่นอนว่าไฮไลต์ของนาฬิกาเรือนนี้อยู่ที่ฟังก์ชันวัดระดับความสูงที่สามารถแสดงระดับความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 0-9,000 เมตร ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก โดยสามารถอ่านค่าได้อย่างง่ายดายผ่านเข็มกลางสีแดงซึ่งจะชี้ค่าระดับความสูงร่วมกับสเกลความสูงบนขอบตัวเรือนที่แสดงค่าความสูงปลีกย่อยสูงสุด 3,000 เมตร สัมพันธ์กับหน้าปัดย่อย 3 นาฬิกาที่แสดงค่าความสูงในระดับ 0-3,000-6,000 และ 9,000 เมตร โดยที่วงแหวนขอบตัวเรือนที่สามารถหมุนได้ 2 ทิศทาง จะใช้หมุนเพื่อรีเซตฟังก์ชันวัดความสูง รวมถึงเป็น ‘Barometer’ บารอมิเตอร์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

 

ในส่วนของการแสดงเวลายังคงเหมือนรุ่นก่อน คือแสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่งบนพื้นหน้าปัดสีดำ โดยแยกการแสดงค่าวินาทีไปไว้ในหน้าปัดย่อยที่ 9 นาฬิกา แสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และมีเข็มตีกลับแสดงค่าพลังงานสำรองที่ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทั้งหมดทำงานด้วยกลไกไขลาน Cal.FL311 ซึ่งพัฒนาจากเครื่องฐาน Cal.EMC 3903M (Cal.Eterna 39) โดยเสริมโมดูลสำหรับฟังก์ชัน ‘Altimeter’ ในรูปแบบแคปซูล ‘Aneroid’ (อนีรอยด์) ประกอบด้วยโลหะผสมทองแดงที่สามารถขยายหรือหดตัวด้วยแรงกดอากาศภายนอก ติดตั้งเข้ากับชุดเกียร์เพื่อแสดงค่าผ่านเข็มชี้บนหน้าปัด สามารถสำรองพลังงานได้นาน 65 ชั่วโมง ประกอบกับสายหนังละมั่ง หรือสายผ้าใบติดแท็ปสะท้อนแสงของ ‘Recco®’ (เรคโค) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับการกู้ภัยสำหรับช่วยค้นหาผู้ที่หลงป่าหรือเกิดอันตรายจากหิมะถล่ม โดยมีอายุการใช้งานที่ไม่จำกัด

 

สุดยอดนาฬิกาเพื่อการผจญภัยเรือนนี้ตั้งราคาอยู่ที่ 7,500 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 2.5 แสนบาท) ส่วนใครที่ยังข้องใจในระบบการทำงาน สามารถเข้าไปดูวิธีการใช้ฟังก์ชัน ‘Altimeter’ แบบชัดๆ ได้ที่ลิงค์นี้ >>> https://www.youtube.com/watch?v=zwgyZQHJNhE

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up