UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBLACK MIDO COMMANDER GRADIENT - ผู้การมาดเดิร์น

BLACK MIDO COMMANDER GRADIENT – ผู้การมาดเดิร์น

by: ‘TomyTom’

 

เมื่อนึกถึงนาฬิกาตระกูลเก่าแก่อย่าง Commander (คอมมานเดอร์) ของ Mido (มิโด) ภาพที่ปรากฎขึ้นในหัวจะเป็นนาฬิกาดีไซน์เรียบๆ สำหรับผู้ใหญ่อย่างที่เคยเป็นมาหลายทศวรรษ แต่กับ Commander Gradient (คอมมานเดอร์ กราเดียนท์) ที่เพิ่งเผยโฉมออกมาใหม่นี้เป็นอะไรที่เห็นแล้วแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะมาในมาดสปอร์ตสไตล์โมเดิร์นในเรือนร่างอารมณ์คลาสสิก ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลักษณะของดีไซน์การตกแต่งหลายประการพร้อมกัน เริ่มจากการเคลือบดำให้กับตัวเรือนสเตนเลสสตีลด้วยเทคนิค PVD หน้าปัดที่ใช้เป็นแผ่นอคริลิกโปร่งแสงซึ่งมีการรมดำในลักษณะไล่เฉด จากสีอ่อนบริเวณส่วนกลาง ไล่เข้มขึ้นไปจนดำรอบบริเวณส่วนริม การใช้สีส้มตกแต่งรายละเอียดต่างๆ และใช้สายผ้าสีดำเย็บแต่งด้วยด้ายสีส้ม

 

จุดเด่นที่สุดของ Commander Gradient ก็คือ แผ่นหน้าปัดอคริลิกย้อมสีที่มีพื้นที่บริเวณส่วนกลางเป็นสีเทาโปร่งแสง แล้วค่อยๆ ไล่เฉดเข้มขึ้นไปยังส่วนริม เหนือจานวงแหวนวันที่จรดกับวงแหวนสีดำในส่วนของวงหลักชั่วโมงเพื่อให้มองเห็นจานวันที่และกลไก แล้วจึงล้อมด้วยวงขอบหน้าปัดสีเทาดำอันเป็นตำแหน่งที่ถูกพิมพ์ด้วยสเกลนาทีสีขาว ชิ้นหลักชั่วโมงกับเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีใช้เป็นสีเทาดำสลับสีดำ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะอ่านค่าเวลาลำบาก เพราะทั้งหมดนี้ถูกเสริมความเด่นด้วยแถบสารเรืองแสงที่แต้มเป็นสีส้ม ขณะที่เข็มวินาทีใช้เป็นสีส้มทั้งชิ้น ส่วนบริเวณกรอบหน้าต่างสำหรับอ่านค่าวันที่ก็เว้นไว้ให้เป็นช่องโปร่งแสงที่ปราศจากการย้อมสี เพื่อให้อ่านตัวเลขสีดำบนจานวันที่สีขาวได้อย่างชัดเจน ส่วนข้อความบนหน้าปัดก็ถูกพิมพ์ด้วยสีขาวให้สอดคล้องกับสีสเกลบนขอบหน้าปัด

 

Mido Commander Gradient ใช้ตัวเรือนขนาด 40.0 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 50 เมตร ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลแผ่นกว้าง และฝาหลังแบบกรุกระจกใส เช่นเดียวกับรุ่น Commander Chronometer (คอมมานเดอร์ โครโนมิเตอร์) และ Commander Datoday (คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์) แต่ความเพรียวบางของตัวเรือนที่ 10.84 มิลลิเมตร นั้นบางกว่าของ 2 รุ่นนั้นอยู่เล็กน้อย ส่วนกลไกที่ใช้ในรุ่นนี้เป็นเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติ ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ทับทิม 25 ชิ้น พลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง Mido Cal.80 เวอร์ชั่นแสดงเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่ ซึ่งปรับแต่งมาจากกลไก ETA C07.611

 

ราคาจำหน่ายของ Mido Commander Gradient Ref.M021.407.37.411.00 ซึ่งมากับสายผ้าสีดำเย็บตะเข็บด้วยด้ายสีส้มเวอร์ชั่นนี้อยู่ที่ 34,100 บาท นอกจากนี้ก็ยังมีเวอร์ชั่น Ref.M021.407.33.411.00 ซึ่งใช้สายสเตนเลสสตีลเคลือบดำด้วยเทคนิค PVD ให้เลือกด้วย แต่จะลดความเปรี้ยวลงโดยใช้สารเรืองแสงสีขาว และใช้เข็มวินาทีสีเทาดำ โดยค่าตัวจะเพิ่มขึ้นไปเป็น 38,200 บาท แต่หากอยากได้นาฬิกาลุคเรียบหรูแต่แฝงความเป็นโมเดิร์นก็ยังมี Ref.M021.407.11.411.00 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นตัวเรือนพร้อมสายสเตนเลสสตีล แมทช์กับชิ้นหลักชั่วโมงและเข็มสีเงินสลับดำ แต้มสารเรืองแสงสีขาว พร้อมเข็มวินาทีสีเงินล้วน ราคา 32,400 บาท และ Ref.M021.407.36.411.00 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบทองกุหลาบด้วยเทคนิค PVD แมทช์กับชิ้นหลักชั่วโมงและเข็มสีทองกุหลาบสลับดำ แต้มสารเรืองแสงสีขาว และเข็มวินาทีสีทองกุหลาบ จับคู่มากับสายหนังสีดำปั้๊มลายผิวหนังจระเข้ ราคา 34,100 บาท ให้เลือกด้วย

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up