UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBMW Vision M Next Concept - ต้นแบบซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า

BMW Vision M Next Concept – ต้นแบบซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า

by: ‘AutoMania’

 

แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์เดินมาสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงค่ายตราใบพัดฟ้า-ขาว BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ที่สร้างความฮือฮาให้โลกยานยนต์อย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี ผสานกับการออกแบบที่ยอดเยี่ยม พร้อมคำสัญญาว่านี่คือรถยนต์ที่จะช่วยสนับสนุนการขับขี่แก่เจ้าของอย่างแท้จริงด้วย Vision M Next Concept (วิชั่น เอ็ม เน็กซ์ คอนเซ็ปต์) ที่หลายคนระบุว่าคืออนาคตของ M ซึ่งเป็นแบรนด์รถแรงของค่าย

 

Adrian van Hooydonk (เอเดรียน ฟาน ฮอยดองก์) รองประธานอาวุโสฝ่ายออกแบบ ‘BMW Group’ (บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป) บอกว่า “BMW Vision M Next แสดงถึงเทคโนโลยีสูงสุดที่สามารถสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นธรรมชาติ และมีส่วนร่วมทางด้านอารมณ์มากยิ่งขึ้น เป็นการกำหนดทิศทางของการพัฒนาความสนุกสนานแห่งการขับขี่แห่งโลกอนาคต” นั่นเพราะมีการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงมอบประสบการณ์แบบ ‘Ease’ (อีส) และ ‘Boost’ (บูสต์) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดย ‘Ease’ และ ‘Boost’ คือโหมดการขับขี่ 2 รูปแบบ ประกอบด้วยระบบควบคุมรถแบบอัตโนมัติ ที่พร้อมจะพาไปถึงที่หมายได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงโหมดการขับขี่ที่จะช่วยให้ผู้ขับสามารถควบคุมรถได้อย่างที่ต้องการ เพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจ อันเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนารถคันนี้

 

รูปลักษณ์ของรถโดดเด่นด้วยการออกแบบและการเล่นสีสันที่สวยงามเตะตา โดยได้รับอิทธิพลมาจากรุ่นพี่สุดจี๊ดจ๊าดอย่าง BMW Turbo (บีเอ็มดับเบิลยู เทอร์โบ) และรถสปอร์ตไฟฟ้าอย่าง BMW i8 (บีเอ็มดับเบิลยู ไอเอจธ์) ตัวรถออกแบบในแนวสปอร์ตที่ดูเตี้ยแบนกว่ารถทั่วไป และแน่นอนว่ามาพร้อมประตูเปิดแบบปีกนกสุดเซ็กซี่ ตำแหน่งของกระจังหน้าของรถ ล้อแม็กซ์หลัง และพื้นที่ของรถตอนหลังถูกสาดด้วยสีส้มอิฐ ‘Thrilling Orange’ (ทริลลิง ออเรนจ์) ที่ดุดัน ตัดกับตัวถังสีเงิน ‘Cast Silver’ (คาสต์ ซิลเวอร์) และสีดำที่มีอีก 2 เฉดสี เมื่อรวมๆ กันแล้วก็ทำให้รถมีความสปอร์ตและดุดันในแบบของตัวเอง

 

ตัวรถติดตั้งงานดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวเอาไว้มากมาย ทั้งไฟหน้าและไฟท้ายแบบ ‘Laser Wire’ (เลเซอร์ ไวร์) ช่องดักอากาศทรงใบมีดที่ติดตั้งต่ำลงมาจากกระจังหน้าแบบไตคู่ พร้อมสเกิร์ตรอบคันที่พัฒนาจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบรีไซเคิล ล้ออัลลอยดีไซน์ 3 มิติ พร้อมกระจกบังลมหลังที่ถ่ายทอดมาจากรถยนต์ระดับตำนาน BMW M1 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็มวัน)

 

ห้องโดยสารที่ดูมินิมอลนั้น มีเหตุผลเพื่อให้ผู้ขับขี่โฟกัสไปที่การขับอย่างเต็มที่ แต่ก็แฝงด้วยเทคโนโลยีเพียบ ไม่ว่าจะเป็นระบบจดจำใบหน้าที่สามารถปลดล็อกประตูเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้ามาใกล้ การเปิดประตูด้วยการสัมผัสเซนเซอร์ที่ติดตั้งบนตัวถัง วัสดุที่ใช้ในห้องโดยสารเป็นไฟเบอร์สังเคราะห์และไทเทเนียมอะโนไดซ์เป็นส่วนใหญ่ เล่นสีน้ำเงินและส้มสะดุดตา

 

การขับขี่เป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์ ‘Power PHEV’ (พาวเวอร์ พีเอชอีวี) ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ เลือกได้ระหว่างการขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือการขับเคลื่อนแค่ล้อหลัง ด้วยสมรรถนะสูงสุด 600 แรงม้า วิ่งจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลา 3 วินาทีเท่านั้น พร้อมทำความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง และวิ่งด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ถึง 100 กิโลเมตร

แน่นอนว่าเมื่อยอดเยี่ยมขนาดนี้ คำถามที่ตามมาก็คือ BMW จะผลิตรถคันนี้ออกจำหน่ายหรือไม่ ซึ่งน่าเสียดายว่าคำตอบคือยังไม่ใช่เวลานี้แน่นอน

 

แต่ก็ไม่ได้บอกว่าในอนาคตจะไม่มีโอกาสเสียหน่อย ใช่ไหมล่ะ !

Sompol Mingkhuan
Sompol Mingkhuan
บรรณาธิการบริหาร นิตยสารนาฬิกา Watch World-Wide ผู้คร่ำหวอดในวงการนาฬิกามายาวนานกว่า 20 ปี จนได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up