UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBOVET RECITAL 23, RECITAL 27 & MONSIEUR BOVET WITH TURQUOISE GUILLOCHÉ -...

BOVET RECITAL 23, RECITAL 27 & MONSIEUR BOVET WITH TURQUOISE GUILLOCHÉ – 3 รุ่นหน้าเทอร์คอยส์บนลายกิโยเช

by: ‘Mr.Big’

 

ดูเหมือน Bovet (โบเวต์) จะสนุกกับการเติมสีสันแปลกใหม่ลงบนความหรูหราของลวดลาย ‘Guilloché’ (กิโยเช) ที่นำเสนอพร้อมเสน่ห์แห่งจักรกล โดยหลังจากที่แนะนำ Fleurier 19Thirty (เฟลอริเยร์ ไนน์ทีนเธอร์ตี) ซึ่งโดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเทอร์คอยส์ที่เคลือบบนลายสลักด้วยเทคนิค ‘Guilloché’ ไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดก็ได้นำสีสันและเทคนิคในการแกะสลักดังกล่าวมานำเสนอในอีก 3 คอลเลกชั่นพร้อมกัน ได้แก่ Récital 27 (เรซิทัล ทเวนตีเซเวน) Récital 23 (เรซิทัล ทเวนตีธรี) และ Monsieur Bovet (มงซิเออร์ โบเวต์)

MITSUBISHI

 

‘Guilloché’ เป็นเทคนิคการแกะสลักที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุคกลาง และถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 18 ซึ่ง Bovet เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใช้เทคนิคในการแกะสลักดังกล่าวมาสร้างสรรค์เรือนเวลาของตนมาช้านาน โดยช่างฝีมือจะแกะสลักลวดลายที่ซับซ้อนบนหน้าปัดด้วยมือ จากนั้นจึงเพิ่มมิติให้กับลวดลายดังกล่าวด้วยการเคลือบแลคเกอร์โปร่งแสง แล้วทำการขัดเงาเพื่อเพิ่มมิติของลวดลายเบื้องล่าง ซึ่งจะเปลี่ยนสีสันยามเมื่อแสงตกกระทบในแต่ละมุม โดยเมื่อมองจากมุมหนึ่งจะดูเหมือนเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่หากมองในมุมตรง ก็จะเป็นสีเทอร์คอยส์ที่สวยงามตระการตาอย่างน่ามหัศจรรย์

 

สำหรับเรือนเวลารุ่น Récital 27 เป็นคอลเลกชั่นที่ Bovet ตั้งใจสร้างสรรค์มาให้กับนักเดินทางที่ชื่นชอบในเครื่องบอกเวลาที่มีระดับ ด้วยความสามารถในการแสดงเวลาพร้อมกันถึง 3 โซนเวลา โดยจัดแสดงเวลาท้องถิ่นในรูปแบบ 2 เข็ม ด้วยเข็มชุดกลาง ส่วนหน้าปัดย่อย 2 วงที่ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา ระบุโซนเวลาที่ 2 และที่ 3 เพิ่มเติมในรูปแบบ 2 เข็ม ซึ่งสร้างสรรค์ส่วนกรอบหน้าปัดย่อยด้วยงานแกะสลัก ‘Guilloché’ ลายดอกบัวอันวิจิตรในสีเทอร์คอยส์อย่างโดดเด่น สอดคล้องกับชื่อเมืองของโซนเวลาที่ปรากฏอยู่ภายในช่องกรอบหน้าต่างบริเวณด้านบนของหน้าปัดย่อยทั้ง 2 พร้อมระบุช่วงกลางวัน-กลางคืนด้วยแผ่นดิสก์ที่ตกแต่งด้วยรูปดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เสริมด้วยการแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมแบบคู่ ซึ่งสมจริงตามมุมมองจากซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้

 

เพื่อสร้างโทนให้เป็นไปในทางเดียวกัน Bovet จึงนำเสนอส่วนประกอบต่างๆ ด้วยโทนสีฟ้าหรือน้ำเงินที่เข้ากันได้กับสีเทอร์คอยส์ ไม่ว่าจะเป็นเข็ม สกรูยืดหน้าปัด รวมถึงวงแผ่นดิสก์ ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลาน Cal.17DM04-3FPL ที่ติดตั้งทับทิมกันสึก 37 เม็ด อัตราความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ถึง 7 วัน พร้อมเข็มวินาทีแบบ 3 แกน และมาตรระบุค่าพลังงานสำรองติดตั้งบนแท่นเครื่องด้านหลัง บรรจุในตัวเรือนขนาด  46.3 มิลลิเมตร หนา 15.95 มิลลิเมตร ในระนาบองศาที่มีความเอียงจากด้านบนสู่ด้านล่างตามลักษณะของโต๊ะเขียนแบบ อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของรุ่น กับทางเลือกของ 2 วัสดุ ได้แก่ไทเทเนียม หรือทองชาด 18K โดยกรุกระจกหน้าปัดและฝาหลังด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน ผลิตจำนวนจำกัดแบบละ 60 เรือน ในราคา 70,000 ฟรังก์สวิส หรือราวๆ 2.5 ล้านบาท สำหรับรุ่นไทเทเนียม และ 75,000 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 2.7 ล้านบาท สำหรับเวอร์ชั่นทองชาด 18K

 

ส่วน Récital 23 เป็นคอลเลกชั่นสำหรับผู้หญิงของ Bovet ที่โดดเด่นด้วยระนาบตัวเรือนแบบลาดเอียงตามคุณลักษณะอันโดดเด่นของ Récital ได้รับการวางรูปทรงเป็นวงรีในขนาด 43.0 x 38.7 มิลลิเมตร มีให้เลือกใน 2 วัสดุหรู ได้แก่ทองชาด 18K หรือทองขาว 18K ซึ่งประดับประดาไปด้วยเพชรน้ำงามจำนวนกว่า 246 เม็ด ทั้งบริเวณข้างตัวเรือน ขอบตัวเรือน และยอดเม็ดมะยม เผยมิติแห่งความงามหรูในสีเทอร์คอยส์ผ่านแป้นหน้าปัดแบบเยื้องศูนย์ที่เตะตาด้วยงานแกะสลักแบบ ‘Guilloché’ ซึ่งจะเปลี่ยนสีสันยามเมื่อแสงตกกระทบในแต่ละมุม โดยเมื่อมองจากมุมหนึ่งจะดูเหมือนเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่หากมองในมุมตรง ก็จะเป็นสีเทอร์คอยส์ที่สวยงามตระการตา ตกแต่งด้วยเพชร 10 เม็ด แทนหลักชั่วโมง และยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการออกแบบเข็มนาทีและชั่วโมงให้มีส่วนโค้งเว้า ซึ่งเมื่อเข็มทั้ง 2 มาประกบกัน ก็จะปรากฏเป็นรูปหัวใจ

 

ที่ด้านบนของหน้าปัดเผยให้เห็นความตระการตาของโดมแซพไฟร์ที่ภายในติดตั้งดิสก์แสดงข้างขึ้น-ข้างแรมแบบคู่ซึ่งยกนูนขึ้นแบบ 3 มิติ โดยเจาะช่องหน้าต่างแสดงส่วนคราสของพระจันทร์ไว้บริเวณด้านล่าง โดยที่เคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ไว้ทั่วทั้งดิสท์ รวมถึงเข็มบอกเวลา และควบคุมการทำงานด้วยกลไกออโตเมติก Cal.11DA17-MP ที่ทำงานด้วยอัตราความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง และสามารถสำรองพลังงานได้นาน 62 ชั่วโมง ประกอบกับสายหนังจระเข้เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้า ได้รับการตั้งราคาเอาไว้ที่ 55,000 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 2 ล้านบาท

 

ปิดท้ายด้วย Monsieur Bovet คอลเลกชั่นนาฬิกาข้อมือมัลติฟังก์ชันดีไซน์คลาสสิก ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การสามารถถอดสายออกเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นนาฬิกาพก หรือนาฬิกาตั้งโต๊ะได้ ด้วยตัวเรือนแบบ ‘Amadeo®’ (อมาดีโอ) อันชาญฉลาด ทำให้สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ เพียงแค่กดปุ่มที่อยู่บนขาสายพร้อมกันทั้ง 2 ด้าน ก็จะสามารถปลดสายออกมาได้อย่างง่ายดาย เพื่อเปลี่ยนเป็นนาฬิกาพก หรือนาฬิกาตั้งโต๊ะด้วยการปลดกรอบตัวเรือนด้านหน้าเพื่อใช้วางเป็นขาตั้ง และโชว์ส่วนของหน้าปัดที่อยู่ด้านหลังแทน

 

Monsieur Bovet นำเสนอความวิจิตรตระการตาของงานแกะสลัก ‘Guilloché’ สีเทอร์คอยส์ให้ชมแบบเต็มตาบนหน้าปัดทั้ง 2 ด้าน โดยหน้าปัดด้านหน้าที่จัดแสดงในส่วนของนาฬิกาข้อมือ เผยให้เห็นงานแกะสลักแบบ ‘Guilloché’ เป็นลวดลายรัศมีโค้งจากกึ่งกลางเต็มทุกส่วนของหน้าปัด พร้อมการแสดงเวลาแบบ 2 เข็ม ด้วยเข็มชั่วโมงและนาทีแบบหยัก และตัวเลขอารบิกกำกับบนหลักชั่วโมง ส่วนด้านหลัง ความตระการแห่งงานแกะสลัก ‘Guilloché’ ในสีเทอร์คอยส์ ปรากฏอยู่บนหน้าปัดแบบเยื้องศูนย์ที่จัดแสดงเวลาแบบ 2 เข็ม ในแพทเทิร์นเดียวกัน โดยเว้นส่วนให้เห็นการทำงานของวงเฟืองจักรและจักรกลอก รวมถึงการแสดงวินาทีในรูปแบบเข็ม 3 แฉก และมาตรแสดงค่าพลังงานสำรอง จากการทำงานของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ไขลาน Cal.13BM09AI ซึ่งมีระดับความถี่อยู่ที่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 7 วัน ด้วยตลับลานเพียงชุดเดียว นำเสนอในตัวเรือนที่มีให้เลือก 2 วัสดุ ได้แก่ทองขาว 18K หรือทองชาด 18K ขนาด 43.0 มิลลิเมตร หนา 12.35 มิลลิเมตร โดยมาพร้อมกับสายหนังจระเข้เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้า และสายโซ่เงินเคลือบทอง หรือโรเดียมชุบเงินสำหรับประกอบเป็นนาฬิกาพก จำกัดจำนวนการผลิตในแต่ละแบบเอาไว้ที่ 60 เรือน ในสนนราคาตั้งที่ 56,000 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 2 ล้านบาท สำหรับรุ่นตัวเรือนทองขาว 18K ส่วนรุ่นตัวเรือนทองชาด 18K อยู่ที่ 53,000 ฟรังก์สวิส หรือราวๆ 1.9 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up