UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBOVET RÉCITAL 28 'PROWESS 1' - เรือนจักรกลผู้พิชิตเวลาออมแสง

BOVET RÉCITAL 28 ‘PROWESS 1’ – เรือนจักรกลผู้พิชิตเวลาออมแสง

by: ‘TomyTom’

 

แบรนด์นาฬิกาสวิสรายเก่าแก่ Bovet (โบเวต์) เปิดตัว Récital 28 ‘Prowess 1’ (เรซิทัล ทเวนตีเอจธ์ ‘โพรเวส วัน’) นาฬิกา ‘World Time’ (เวิลด์ ไทม์) บอกเวลารอบโลกรุ่นใหม่ที่คิดค้นการชดเชยเวลาออมแสงขึ้นใหม่ให้สามารถปรับตั้งเพื่อบอกเวลาของเขตเวลาต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงเวลาฤดูร้อนของอเมริกา เวลาฤดูร้อนของยุโรปและอเมริกา และเวลาฤดูหนาวของยุโรป พร้อมทั้งลักษณะกลไกลูกกลิ้งแบบใหม่ที่น่าทึ่งด้วยความซับซ้อน ทั้งยังมาพร้อมความเที่ยงตรงของจักรกลทูร์บิญองแบบ ‘Flying’ (ฟลายอิง) ที่ขยายขนาดให้ใหญ่เป็นพิเศษ และความซับซ้อนของระบบกลไกปฏิทินถาวรที่มีการใช้ลูกกลิ้งในการแสดงค่า อีกทั้งตัวกลไกยังสามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 10 วันโดยใช้ตลับลานเพียงชุดเดียว ที่สำคัญคือสามารถทำความเข้าใจและใช้งานได้ไม่ยากด้วย

MITSUBISHI

 

ประวัติศาสตร์โลกแห่งเครื่องบอกเวลาก่อนหน้านี้นั้น ‘DST’ (ดีเอสที) หรือ ‘Daylight Saving Time’ (เดย์ไลท์ เซฟวิง ไทม์) หรือ ‘เวลาออมแสง’ ไม่เคยมีนาฬิกา ‘World Time’ กลไกจักรกลรุ่นไหนแบบใดที่สามารถปรับตั้งให้ตรงกับช่วงเวลาเริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดของเวลาออมแสงได้ นั่นหมายถึงราว 70 ประเทศ ที่ใช้เวลาออมแสงจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากฟังก์ชัน ‘World Time’ ได้ เพราะหากเจ้าของนาฬิกาปรับตั้งเอง ก็จะทำให้เวลาของประเทศที่ไม่มีการใช้เวลาออมแสงผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

 

Pascal Raffy (ปาสกาล ราฟฟี) เจ้าของแบรนด์ Bovet ในปัจจุบัน ได้อรรถาธิบายถึงนาฬิการุ่นนี้ว่าเกิดจากการที่เขาอยากได้นาฬิกาบอกเวลาสากลที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความไม่แน่นอนของเวลาโลกได้ เช่น ทุกปีระหว่างช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวจะมีเวลาของหลายสัปดาห์ที่ไม่ตรงกัน

 

เพื่อให้บรรลุความปรารถนาของเจ้าของบริษัท นักประดิษฐ์ของ Bovet ใช้เวลาทุ่มเทพัฒนานานกว่า 5 ปี กว่าจะได้รูปแบบการบอกเวลา ‘World Time’ ที่สมบูรณ์ที่สุดเช่นนี้มา โดยใช้ระบบลูกกลิ้งอัจฉริยะที่สามารถปรับตั้งว่าจะให้แสดงค่าเวลาใดก็ได้ จาก ‘UTC’ (ยูทีซี) หรือ ‘Universal Time Coordinated’ (ยูนิเวอร์แซล ไทม์ โดออร์ดิเนเต็ด) เวลาสากลเชิงพิกัด ต่อด้วย ‘AST’ (เอเอสที) หรือ ‘Atlantic Standard Time’ (แอตแลนติก สแตนดาร์ด ไทม์) เวลาฤดูร้อนของอเมริกา ‘EAS’ (อีเอเอส) หรือ ‘Europe and America Summer Time’ (ยุโรป แอนด์ อเมริกา ซัมเมอร์ ไทม์) เวลาฤดูร้อนของยุโรปและอเมริกา และ ‘EWT’ (อีดับเบิลยูที) หรือ ‘European Winter Time’ (ยูโรเปียน วินเทอร์ ไทม์) เวลาฤดูหนาวของยุโรป โดยเขตเวลาทั้ง 24 เขต ของนาฬิการุ่นนี้จะแสดงผ่านชื่อเมืองตัวแทนด้วยลูกกลิ้ง 24 ชุด ณ บริเวณโดยรอบของหน้าปัดบอกเวลาซึ่งอยู่ชิดมาทางตำแหน่ง 6 นาฬิกา ขณะที่จักรกลทูร์บิญองซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างเป็นพิเศษจะอยู่ชิดไปทางตำแหน่ง 12 นาฬิกา เมื่อกดชิ้นหลังเบี้ยที่อยู่บนเม็ดยอดมะยม จะเป็นการปรับตั้งเวลาของ 4 ค่าเวลา คือ UTC, AST, EAS และ EWT ลูกกลิ้งทั้ง 24 ชุด นี้ แต่ละชุดจะมี 4 ตำแหน่ง ด้วยกัน โดยการกดปุ่มจะทำให้ลูกกลิ้งแต่ละลูกเคลื่อนหมุนไป 90 องศา นอกจากนี้ยังบอกให้ทราบว่าขณะนี้นาฬิกาถูกปรับตั้งไว้ที่ค่าเวลาใด ด้วยการแสดงอักษรย่อบนลูกกลิ้งอีก 1 ชุด ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ของหน้าปัด อีกทั้งยังมีเข็มอยู่ข้างเม็ดมะยมสำหรับทำหน้าที่บอกว่าขณะนี้เม็ดมะยมอยู่ในตำแหน่งการทำงานใด ขึ้นลาน ปรับตั้งเวลา ‘World Time’ หรือปรับตั้งเวลาปกติ

 

ส่วนฟังก์ชันปฏิทินถาวร ‘Perpetual Calendar’ (เพอร์เพทชวล กาเลนดาร์) ที่ใช้กลไกคาลิเบรอนี้ ก็ถูกออกแบบรูปแบบการแสดงผลขึ้นมาใหม่ให้เป็นลูกกลิ้งเช่นกัน ทั้งการบอกวันที่ ลำดับปีอธิกสุรทิน และเดือน ให้อ่านค่าผ่านกรอบหน้าต่าง ซึ่งด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ลักษณะจึงคล้ายกับลูกกลิ้งในเครื่องสล็อตแมชีนอยู่ไม่น้อย โดยลูกกลิ้งบอกวันที่ซึ่งเป็น 2 ลูก ติดกันจะหมุนถอยหลัง ส่วนลูกกลิ้งบอกเดือนและปีอธิกสุรทินจะหมุนไปข้างหน้า และมีเพียงการบอกวันเท่านั้นที่บอกด้วยจานแฉกผ่านกรอบหน้าต่าง สำหรับการปรับตั้งค่าปฏิทินจะกระทำด้วยแป้นกดที่อยู่ด้านข้างของตัวเรือน

 

ทุกส่วนของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ไขลาน ในโครงสร้างแบบ ‘Open-worked’ (โอเพนเวิร์กด์) Cal.R28-70-00X ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 38.0 มิลลิเมตร หนา 13.3 มิลลิเมตร ความถี่การทำงาน 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 240 ชั่วโมง (10 วัน) เครื่องนี้ถูกออกแบบสร้างขึ้นมาใหม่เป็นการเฉพาะ โดยจับทูร์บิญองชนิด ‘Flying’ แบบ 2 ด้าน อันเป็นสิทธิบัตรของ Bovet มาใส่ แถมยังขยายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางให้ใหญ่ขึ้นด้วย โดยออกแบบตัวกรงขึ้นใหม่เพื่อให้มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่ Bovet เคยสร้างมา ส่วนสายใยจักรกลอกก็ผลิตขึ้นเองแบบ ‘In-house’ ด้วยนั้น มีน้ำหนักเพียง 0.35 กรัม เท่านั้น และความซับซ้อนของกลไกทั้งหมดก็ทำให้มีชิ้นส่วนรวมมากถึง 744 ชิ้น กับทับทิมจำนวน 51 เม็ด

 

แน่นอนว่าเมื่อเป็นกลไกของ Bovet การตกแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยมือจึงเป็นคุณสมบัติและคุณลักษณะประจำตัว อาทิ ลายขัดวนก้นหอยและลายแถบริ้ว ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) บนแท่นเครื่อง การปาดขอบของชิ้นส่วนต่างๆ และลายสลักอันวิจิตรงดงามบนสะพานจักรซึ่งน่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ Bovet เผยให้เห็นกลไกทำงานของฟังก์ชันปฏิทินถาวร โดยสามารถมองเห็นได้จากฝั่งด้านหลังของกลไก

 

กลไกอันแสนยอดเยี่ยมคาลิเบรอนี้ ถูกจับมาวางในตัวเรือนแบบ ‘Dimier’ (ดิมิเยร์) ของ Bovet ในรูปแบบ ‘Writing Desk’ (ไรติง เดสก์) หรือโต๊ะเขียนหนังสือที่ด้านบนจะมีขนาดหนากว่าและเทลาดมาสู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรูปแบบตัวเรือนที่โด่งดังของ Bovet หากขนาด 46.3 มิลลิเมตร ของตัวเรือนนั้นเป็นขนาดใหม่ที่ยังไม่เคยสร้างขึ้นมาก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อให้บรรจุกลไกขนาดใหญ่โตซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ให้กับการแสดงผลและทูร์บิญองขนาดใหญ่ ส่วนขนาดความหนารวมบานแซพไฟร์คริสตัลทั้งฝั่งด้านหน้าและด้านหลังจะวัดได้ที่ 17.85 มิลลิเมตร ความสามารถในการกันน้ำอยู่ที่ 30 เมตร สำหรับแผ่นหน้าปัดนั้นถูกสร้างขึ้นจากอะเวนจูรีน ขณะที่ลูกกลิ้งทั้งหลายเป็นสีดำที่ได้มาจากการเคลือบด้วยเทคนิค PVD ก่อนจะประทับพิมพ์เลขหรือตัวอักษรลงไป

 

Bovet เปิดตัวนาฬิการุ่นนี้ด้วย 3 วัสดุตัวเรือน คือแพลทินัม ทองชาด 18K หรือไทเทเนียมเกรด 5 ทั้งหมดจับคู่มากับสายหนังจระเข้ที่เย็บด้วยด้ายแพลทินัม ล็อกด้วยบานพับ จำนวนการผลิตนั้นเป็นแบบ ‘Limited Production’ (ลิมิเต็ด โปรดักชั่น) ที่จำกัดรวมกันไว้แค่ 8 เรือน ต่อปีเท่านั้น เพราะกลไกแต่ละเครื่องต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการประกอบ จึงถือเป็นผลงานที่หาชมได้ยากยิ่ง ราคาของนาฬิการุ่นนี้อยู่ที่ 650,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 26.376 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าตัวของตัวเรือนไทเทเนียม เกรด 5 ส่วนอีก 2 วัสดุนั้น ทาง Bovet ยังมิได้แจ้งราคาไว้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up