UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBRONZE & TWO-TONE FOR AIKON VENTURER - 2 เวอร์ชั่นใหม่สำหรับเรือนสปอร์ตดำน้ำ

BRONZE & TWO-TONE FOR AIKON VENTURER – 2 เวอร์ชั่นใหม่สำหรับเรือนสปอร์ตดำน้ำ

by: ‘TomyTom’

 

แม้ตระกูลนาฬิกาแนวสปอร์ตหรูนาม Aikon (ไอคอน) แห่งแบรนด์สวิส Maurice Lacroix (มอริซ ลาครัวซ์) จะเพิ่งถือกำเนิดมาแค่ไม่กี่ปี แต่ก็กลายเป็นคอลเลกชั่นสำคัญของแบรนด์สมชื่อ ‘ไอคอน’ ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยหลากปัจจัยส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นการสืบสันดานในด้านรูปลักษณ์มาจากนาฬิกาตระกูลดังในอดีตของแบรนด์อันได้แก่ Calypso (คาลิปโซ) ความนิยมในนาฬิกาแนวสปอร์ตหรูที่เพิ่มพูนยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบัน และความหลากหลายทั้งลักษณะกลไกที่มีทั้งเครื่องควอตซ์และเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติ ไปจนถึงเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติชนิดโครงสเกเลตัน ลักษณะฟังก์ชันที่มีทั้งแบบบอกเวลาปกติและแบบโครโนกราฟ และมีทั้งขนาดสำหรับผู้ชายและสำหรับผู้หญิง ตลอดจนเวอร์ชั่นสีสันและวัสดุให้เลือกกันมากมาย แถมยังต่อยอดด้วยการแตกกิ่งก้านสาขาออกมาเป็นตระกูลย่อย  เช่น Aikon Venturer 43mm Automatic (ไอคอน เวนทูเรอร์ 43 มิลลิเมตร ออโตเมติก) ที่มาในรูปแบบนาฬิกาดำน้ำที่กันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร กลไกอัตโนมัติบอกเวลา 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2019 ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลคู่กับสายสเตนเลสสตีล 5 แถว ดีไซน์แบบ ;Integrated’ (อินทิเกรเตด) ดุจเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเรือน หรือสายยางดีไซน์สวยงาม แถมบนสายยังติดตั้งระบบ ‘EasyChange’ (อีซีเชนจ์) ให้สามารถถอดสลับเปลี่ยนสายใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดายอีกด้วย โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ระหว่างรุ่นหน้าปัดและขอบตัวเรือนและสายยางสีดำ หรือสีน้ำเงิน ล่าสุดในปี 2020 นี้ ทางแบรนด์ก็ได้ต่อยอดให้กับรุ่น Aikon Venturer 43mm Automatic ด้วยการออกเวอร์ชั่นใหม่ใน 2 รูปแบบตัวเรือน คือแบบตัวเรือนบรอนซ์ และเวอร์ชั่นทูโทน สเตนเลสสตีลสลับกับชิ้นส่วนเคลือบทอง มาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติม

 

จะว่าไปแล้วการออกรุ่น Aikon Venturer ของ Maurice Lacroix ก็ดูจะเป็นการเดินตามแนวทางเดียวกับที่ต้นตำรับนาฬิกาสปอร์ตหรูของบรรดาแบรนด์ชั้นนำอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นนาฬิกาดำน้ำเหมือนกันแล้ว ยังถูกขยายดีไซน์ดั้งเดิมให้ใหญ่ขึ้น หนาขึ้น และบึกบึนขึ้น และมอบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) มาให้อย่างเต็มที่ ทั้งบนเข็มชี้และหลักชั่วโมงเหมือนกันด้วย

 

ตัวเรือนของ Aikon Venturer มีขนาด 43.0 มิลลิเมตร หนา 12.0 มิลลิเมตร โดยเป็นงานปัดลายบนพื้นที่ส่วนใหญ่ ร่วมกับงานขัดเงาบริเวณพื้นที่ตัดของขอบสันและวงขอบตัวเรือน พร้อมติดตั้งบ่าป้องกันเม็ดมะยมโดยยึดเข้ากับตัวเรือนอย่างแข็งแรงด้วยสกรู ส่วนดีไซน์ของสันบนขอบตัวเรือนจำนวน 6 ตำแหน่งอันเป็นลักษณะเด่นของตระกูล Aikon ก็ยังคงอยู่ โดยปรับเป็นตำแหน่งสำหรับสลักสเกลนาที ขณะที่พื้นที่แนวระนาบที่เหลือติดตั้งแผ่นเซรามิกพิมพ์สเกลนาทีสีขาว ซึ่งแน่นอนว่าขอบตัวเรือนนี้เป็นแบบหมุนได้ทิศทางเดียวตามคุณลักษณะของนาฬิกาสำหรับการดำน้ำ ขณะที่ฝาหลังเป็นแบบแผ่นทึบปั๊มลายคลื่นและโลโก้ของแบรนด์ ยึดด้วยสกรู และใช้เม็ดมะยมแบบขันเกลียวเพื่อประสิทธิภาพในการกันน้ำ ส่วนกระจกหน้าปัดทำจากแซพไฟร์คริสตัล

 

การขับเคลื่อนเข็มบอกเวลาทั้ง 3 และฟังก์ชันบอกวันที่ยังคงรับหน้าที่โดยกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 38 ชั่วโมง ทับทิมกันสึกรวม 26 ชิ้น Cal.ML115 ซึ่งเป็นกลไกที่ปรับแต่งบนพื้นฐานของเครื่อง SW 200-1 ของ Sellita (เซลลิตา) เช่นเดียวกับเวอร์ชั่นแรกไม่เปลี่ยนแปลง

 

เวอร์ชั่นบรอนซ์ของ Aikon Venturer ใช้บรอนซ์กับทั้งตัวเรือนและขอบตัวเรือน โดยสีตั้งต้นเป็นโทนทองอร่าม แต่จะแปรเปลี่ยนไปเป็นเจือโทนสีน้ำตาลกับเขียวมากขึ้นเมื่อผ่านการใช้งานไปช่วงหนึ่ง ขณะที่แผ่นเซรามิกบนขอบตัวเรือนใช้สีน้ำตาลเข้ม ซึ่งเหมาะกับโทนสีของตัวเรือนเป็นอย่างยิ่ง แต่สีของแผ่นหน้าปัดลาย ‘Sunbrushed’ (ซันบรัชด์) กลับเลือกใช้สีเขียว พร้อมหลักชั่วโมง กรอบหน้าต่างวันที่ โลโก้ และเข็มเคลือบทอง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นในภาพรวม แถมยังให้สายนาฬิกามาถึง 2 เส้น คือสายยางสีเขียวปั๊มลายบั้ง และสายหนังวัวสีน้ำตาลผิวฟอก เดินตะเข็บด้ายสีเบจให้อารมณ์วินเทจ เพื่อให้เจ้าของเลือกสลับใช้งานได้อย่างสะดวกจากระบบ ‘EasyChange’ ที่ติดมากับสาย สายทั้ง 2 เส้นฝังโลโก้ ‘m’ เคลือบทองมาให้ พร้อมข้อยึดตัวเรือนและตัวล็อกสายที่ทำจากบรอนซ์ ราคาจำหน่ายถูกตั้งไว้ที่ 2,490 ฟรังก์สวิส หรือราว 82,000 บาท

 

สำหรับเวอร์ชั่นสองกษัตริย์นั้นใช้ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล ร่วมกับขอบตัวเรือน เม็ดมะยม และข้อสายคู่เป็นสเตนเลสสตีลเคลือบทอง 10 ไมครอน จับคู่กับหน้าปัดสีน้ำเงินปัดลาย ‘Sunbrushed’ และแผ่นเซรามิกบนขอบตัวเรือนสีเดียวกัน และใช้เข็มชี้ หลักชั่วโมง กรอบหน้าต่างวันที่ ตลอดจนโลโก้บนหน้าปัดเป็นงานเคลือบทอง โดย Maurice Lacroix เรียกค่าตัวของเวอร์ชั่นนี้ไว้ที่ 2,700 ฟรังก์สวิส หรือราว 89,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up