UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBULOVA CHRONOGRAPH A 'SURFBOAD' - หน้ากระดานโต้คลื่นกลับมาแล้ว

BULOVA CHRONOGRAPH A ‘SURFBOAD’ – หน้ากระดานโต้คลื่นกลับมาแล้ว

by: ‘TomyTom’

 

ดูเหมือนว่า Bulova (บูโลวา) จะยังสนุกอยู่กับการเลือกหยิบนาฬิการุ่นเด่นดังในอดีตของตนมาเป็นต้นแบบในการสร้างใหม่รุ่นแล้วรุ่นเล่า และก็ดูเหมือนว่าผลตอบรับของผู้คนจะเป็นไปในทิศทางบวก ซึ่งก็ดีต่อทั้งยอดขายและเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ได้มาก ล่าสุดได้ปล่อยรุ่น Chronograph A ‘Surfboard’ (โครโนกราฟ เอ ‘เซิร์ฟบอร์ด’) ซึ่งเป็นการนำนาฬิกาโครโนกราฟกลไกไขลานรุ่น Deep Sea Chronograph ‘Surfboard’ (ดีพ ซี โครโนกราฟ ‘เซิร์ฟบอร์ด’) ที่เคยผลิตขึ้นเมื่อปี 1970-1971 ของตนมาเป็นแรงบันดาลใจ โดยตีความใหม่ให้มีความร่วมสมัยเหมาะกับยุคปัจจุบัน เปิดตัวมาพร้อมกัน 4 แบบ แบ่งเป็นแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) กลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ผลิตจำนวนจำกัด 350 เรือน 1 แบบ และแบบเครื่องควอตซ์อีก 3 แบบ

รุ่น Limited Edition กลไกอัตโนมัติ

 

ความโดดเด่นจนเป็นที่จดจำอันนำมาซึ่งชื่อเรียกขานนาฬิกาที่มีรูปแบบลักษณะเช่นนี้ว่า ‘Surfboard’ ตั้งแต่ครั้งอดีตก็คือ ลักษณะวงรีที่พาดขวางหน้าปัด คลุมพื้นที่วงหน้าปัดย่อย ณ ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา โดยใช้สีที่ตัดกับพื้นหน้าปัดหลัก ซึ่งผู้คนต่างมองว่ามีลักษณะเหมือนกับ ‘Surfboard’ หรือกระดานโต้คลื่นนั่นเอง สำหรับนาฬิกา Chronograph A ‘Surfboard’ ทั้ง 4 แบบที่ออกมาใหม่ในปี 2020 นั้น แต่ละแบบจะมาในสีสันที่ต่างกันทั้งหมด แต่มีลักษณะร่วมกันคือ ดีไซน์อารมณ์วินเทจคล้ายกับรุ่นต้นฉบับ ทั้งรูปทรงตัวเรือนสเตนเลสสตีล ปุ่มกดทรงกระบอกปั๊ม เม็ดมะยมขนาดใหญ่ ขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้พร้อมสเกล 60 นาที ที่บริเวณจาก 0-20 นาทีใช้พื้นสีต่างไปจากส่วนที่เหลือ ดีไซน์รายละเอียดบนหน้าปัดทั้งชิ้นหลักชั่วโมงทรงเหลี่ยมคมสีเงิน สเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) และเข็มชี้ ขณะที่รายละเอียดทางเทคนิคนั้นถูกเสริมด้วยคุณลักษณะชั้นดีของนาฬิกายุคปัจจุบัน เช่น กระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลทรงโดม เม็ดมะยมชนิดเกลียว และคุณสมบัติการกันน้ำถึงระดับ 200 เมตร

รุ่นควอตซ์โครโนกราฟ

 

ความแตกต่างของรุ่นเครื่องควอตซ์กับเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติที่เห็นได้อย่างชัดเจน (นอกจากขนาดตัวเรือนที่รุ่นเครื่องควอตซ์จะใหญ่กว่ารุ่นกลไกอัตโนมัติ) ก็คือ วงจับเวลา ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกาของรุ่นกลไกอัตโนมัติจะจับเวลาได้สูงสุด 30 นาที จากการขับเคลื่อนของเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติโครโนกราฟสัญชาติสวิส Cal.SW510 BH b พลังงานสำรอง 48 ชั่วโมงของ Sellita (เซลลิตา) ซึ่งปรับแต่งมาจากพื้นฐานของ Cal.SW500-1 ขณะที่ของรุ่นควอตซ์โครโนกราฟจะจับเวลาได้ถึง 60 นาที จากการขับเคลื่อนของเครื่องควอตซ์ Cal.6S21-00A ของ Miyota (มิโยตะ) ซึ่งเป็นโรงงานที่สังกัดอยู่ในเครือ Citizen (ซิติเซน) เช่นเดียวกับ Bulova

รุ่น ‘Limited Edition’ กลไกอัตโนมัติ มาพร้อมกล่องบรรจุดีไซน์พิเศษ

 

Bulova Chronograph A ‘Surfboard’ รุ่นกลไกอัตโนมัติ Ref.98A251 ใช้ตัวเรือนขนาด 38.5 มิลลิเมตร หนา 16.7 มิลลิเมตร ที่มีขอบตัวเรือนคู่สีแดง-น้ำเงิน หน้าปัดสีขาวนวลร่วมกับวงเซิร์ฟบอร์ดสีน้ำเงิน เข็มวินาทีจับเวลาและปลายเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีเป็นสีส้ม ติดตั้งมากับสายสเตนเลสสตีลดีไซน์วินเทจ ผลิตจำนวนจำกัด 350 เรือน ตั้งราคาจำหน่ายไว้ 2,950 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 97,000 บาท โดยจะมาพร้อมกับกล่องดีไซน์สวยที่ออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ ขณะที่รุ่นควอตซ์ซึ่งไม่ได้จำกัดจำนวนการผลิตนั้นตั้งราคาไว้ที่ 695 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพียงราว 23,000 บาทเท่านั้น ตัวเรือนของรุ่นควอตซ์โครโนกราฟมาในขนาด 40.5 มิลลิเมตร หนา 14.5 มิลลิเมตร สวมใส่คู่กับสายซิลิโคนลายสวยพร้อมตัวล็อกบานพับชนิดปีกผีเสื้อ มีให้เลือก 3 แบบ คือ Ref.98A253 ซึ่งมากับพื้นวงขอบตัวเรือนคู่สีแดง-น้ำเงิน หน้าปัดสีน้ำเงิน ร่วมกับวงเซิร์ฟบอร์ดสีขาว เข็มวินาทีจับเวลา เข็มนาทีจับเวลา เข็มวินาที และปลายเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีเป็นสีแดง สายสีน้ำเงิน, Ref.98A252 ซึ่งมากับขอบตัวเรือนสีแดง-ดำ หน้าปัดสีขาวนวลร่วมกับวงเซิร์ฟบอร์ดสีดำ เข็มวินาทีจับเวลากับปลายเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีเป็นสีส้ม สายสีดำ และ Ref.98A254 พร้อมขอบตัวเรือนสีส้ม-น้ำเงิน หน้าปัดสีขาวนวล วงเซิร์ฟบอร์ดสีน้ำเงิน เข็มวินาทีจับเวลาและปลายเข็มชั่วโมง-นาทีสีส้ม สายสีส้ม ขณะนี้รุ่นควอตซ์มีจำหน่ายแล้ว ส่วนรุ่นกลไกอัตโนมัตินั้นเปิดให้สั่งจองแล้วโดยจะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนเมษายน 2020 เป็นต้นไป

3 เวอร์ชั่นของรุ่นควอตซ์โครโนกราฟ

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up