UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBVLGARI BVLGARI CITIES SPECIAL EDITIONS 2020 - 9 เมือง 9 เอดิชั่น

BVLGARI BVLGARI CITIES SPECIAL EDITIONS 2020 – 9 เมือง 9 เอดิชั่น

by: ‘TomyTom’

 

2020 เป็นปีที่นาฬิกาที่เป็นตัวตนดั้งเดิมของ Bvlgari (บุลการี) แท้ๆ อย่างตระกูล Bvlgari Bvlgari ที่ถือกำเนิดในช่วงกลางทศวรรษ 1970s ถูกจับมาอยู่กลางสปอตไลต์อีกครั้งในแบบเอดิชั่นพิเศษ ‘Cities Special Edition’ (ซิตีส์ สเปเชียล เอดิชั่น) ซึ่งสื่อถึงความผูกพันแต่เก่าก่อนของแบรนด์อิตาเลียนนี้กับ 9 เมืองของโลกซึ่ง Bvlgari ให้ความสำคัญ และแน่นอนว่ามีบูติก Bvlgari ตั้งอยู่ด้วย อันได้แก่ โรม โตเกียว ดูไบ ปารีส ลอนดอน อิบิซา มิลาน เม็กซิโกซิตี้ และนิวยอร์ก

 

แรกเริ่มเดิมทีนั้น นาฬิกา Bvlgari Bvlgari ถูกสร้างขึ้นในแบบจำนวนจำกัดเมื่อปี 1975 เพื่อเป็นของขวัญชิ้นพิเศษให้กับลูกค้าคนสำคัญ 100 ราย งานดีไซน์ยึดความเรียบง่ายเป็นหลัก ด้วยตัวเรือนทองรูปทรงกระบอกที่มีขอบตัวเรือนวงหนาเป็นพื้นที่ให้สลักอักษรชื่อแบรนด์ที่ฝั่งบนและชื่อเมือง ‘Roma’ (โรมา) ที่ฝั่งล่าง แสดงเวลาแบบตัวเลขดิจิตอลบนหน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่บริเวณส่วนกลางของตัวเรือน จากนั้นทางแบรนด์ก็ต่อยอดด้วยการนำรูปแบบของรุ่นต้นฉบับมาสร้างเป็นคอลเลกชั่นปกติ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1977 แต่คราวนี้มาในแบบนาฬิกาเข็มอนาล็อกทรงบาตองเรียวบาง 2 เข็ม ชี้แสดงไปยังหลักชั่วโมงทรงบาตองร่วมกับเลขอารบิกเพรียวบาง และมีการขยับเว้นช่องไฟของอักษรสลักแต่ละตัวบนขอบตัวเรือนให้ห่างออกจากกัน และด้วยคอลเลกชั่นนี้เองที่ทำให้นาฬิกาจาก Bvlgari แจ้งเกิดในโลกเวลาได้สำเร็จ

 

Bvlgari Bvlgari Cities Special Edition 2020 นำเวอร์ชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลผิวด้านเคลือบดำด้วยเทคนิค DLC (ดีแอลซี) ของนาฬิกา Bvlgari Bvlgari เจเนอเรชั่นล่าสุดที่เปิดตัวออกจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2018 มาเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือข้อความสลักบนขอบตัวเรือนที่เป็นการเบิ้ลชื่อแบรนด์ 2 ครั้งทั้งด้านบนและด้านล่าง ก็ถูกเปลี่ยนชุดด้านล่างเป็นชื่อเมืองต่างๆ ที่คราวนี้ชื่อเมือง ‘Roma’ เป็นเพียง 1 เอดิชั่น โดยมีอีก 8 เมืองที่ถูกสลักลงบนขอบตัวเรือนอีก 8 เอดิชั่น ได้แก่ ‘Tokyo’ (โตเกียว) ‘Dubai’ (ดูไบ) ‘Paris’ (ปารีส) ‘London’ (ลอนดอน) ‘Ibiza’ (อิบิซา) ‘Milano’ (มิลาโน) ‘Mexico City’ (เม็กซิโก ซิตี) และ ‘New York’ (นิวยอร์ก) รวมทั้งหมดเป็น 9 เมือง 9 เอดิชั่น

 

รายละเอียดอื่นๆ ของเอดิชั่นนี้ไม่ได้ต่างไปจากเวอร์ชั่นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนขนาด 41.0 มิลลิเมตร ที่กันน้ำได้ 50 เมตร กระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัล ฝาหลังกรุด้วยแซพไฟร์คริสตัล เม็ดมะยมทองกุหลาบ 18K พร้อมชิ้นเซรามิกสีดำเงา เข็มชี้และหลักชั่วโมงสีทองกุหลาบ ตัดกับพื้นหน้าปัดผิวหยาบเคลือบแลคเกอร์สีดำที่เจาะช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.BVL191 ทับทิมกันสึก 26 ชิ้น ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง แสดงเวลาแบบ 3 เข็มพร้อมฟังก์ชันวันที่ โดยให้สายมา 2 เส้น คือสายหนังวัวสีน้ำตาล และสายยางปั๊มลายถักสีดำโดยเป็นสายที่ติดตั้งสลักล็กเพื่อให้เจ้าของสามารถสลับเปลี่ยนใช้งานได้อย่างง่ายดาย ทั้งหมดนี้บรรจุมาในแพ็คเกจสุดเท่แบบกระเป๋าหนังสีดำ และมอบสิ่งพิเศษเพิ่มเติมให้อีกนิดด้วยการมอบชุดภาพศิลป์ 12 ภาพ ซึ่งเป็นผลงานที่รังสรรค์โดย 9 ศิลปินที่รับเชิญมาถ่ายทอดมุมมองที่มีต่อเมืองแต่ละเมืองและแบรนด์ Bvlgari ซึ่งผู้ซื้อนาฬิกาจะได้รับภาพตรงตามเมืองที่สลักอยู่บนนาฬิกาแต่ละเอดิชั่น

 

Bvlgari Bvlgari Cities Special Edition 2020 ทั้ง 9 เอดิชั่นถูกตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่เรือนละ 4,250 ยูโร หรือราว 157,000 บาท ซึ่งแพงกว่าเวอร์ชั่นตัวเรือน DLC ดำแบบปกติ 100 ยูโรหรือราว 3,700 บาท โดยแต่ละเอดิชั่นจะมีจำหน่ายเฉพาะที่บูติก Bvlgari ณ เมืองที่สลักไว้บนวงขอบตัวเรือนเท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up