UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBVLGARI OCTO FINISSIMO TADAO ANDO EDITION - ดีไซน์โดยสถาปนิกระดับโลก

BVLGARI OCTO FINISSIMO TADAO ANDO EDITION – ดีไซน์โดยสถาปนิกระดับโลก

by: ‘TomyTom’

 

ความเพรียวบางที่มาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยวในแบบสมัยใหม่ คือดีไซน์อันโดดเด่นของ Octo Finissimo Automatic (อ็อกโต ฟินิสสิโม ออโตเมติก) จาก Bvlgari (บุลการี) ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดครั้งแรกในปี 2017 เวลาล่วงมาถึงปลายปี 2019 ทาง Bvlgari ก็ฉายสปอตไลต์ไปยังนาฬิการุ่นนี้อีกครั้งด้วยการปล่อยเอดิชั่นสุดพิเศษที่ใช้หน้าปัดซึ่งได้สถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อกระฉ่อน Tadao Ando (ทาดาโอะ อันโด) วัย 78 ปี เจ้าของรางวัล ‘Pritzker Architecture Prize Laureate’ (พริตซ์เกอร์ อาคิเทคเจอร์ ไพรซ์ ลอรีเอท) ประจำปี 1995 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบเพื่อเป็นเกียรติแก่ยอดสถาปนิกของโลก เจ้าของผลงานอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลโนเบลสำหรับสถาปนิก มาเป็นผู้ออกแบบให้ โดย Ando เลือกรูปแบบวังวนซ้อนกันด้วยสัดส่วนรัศมีที่น่าพิศวง แผ่ออกไปจนจรดขอบหน้าปัด โดยมีจุดศูนย์กลางเริ่มจากตำแหน่งของเข็มวินาทีขนาดเล็ก ณ บริเวณ 7-8 นาฬิกา ที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งมาดึงดูดสายตา

 

Bvlgari ให้ชื่อนาฬิการุ่นนี้ว่า Octo Finissimo Tadao Ando Edition (อ็อกโต ฟินิสสิโม ทาดาโอะ เอดิชั่น) เพื่อเป็นเกียรติแก่ Ando สถาปนิกผู้ยึดแนวทางมินิมัลและรูปแบบที่เต็มไปด้วยเส้นสายแนวเรขาคณิตเป็นลายเซ็นในการออกแบบ ซึ่งผู้ที่อยู่ในวงการสถาปัตยกรรมและผู้ที่หลงใหลเกี่ยวกับการออกแบบอาคารจะต้องรู้จักผลงานของเขาเป็นแน่แท้ โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะอาคารอันโดดเด่นหลายหลังในสหรัฐอเมริกาก็เป็นผลงานการออกแบบของ Ando ด้วย

 

เส้นวงกลมซ้อนกันเป็นวังวนบนพื้นหน้าปัดโทนสีเทาที่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งกลมกลืนกับตัวเรือนและสายไทเทเนียมนี้รังสรรค์ขึ้นโดยการพิมพ์แลคเกอร์สีดำอย่างคมชัด ช่างเป็นความเรียบง่ายที่สอดคล้องกับดีไซน์ที่เต็มไปด้วยการตัดกันของแนวโค้งกับเส้นตรง อันเป็นลักษณะประจำตัวของ Octo Finissimo ซึ่งมีพื้นฐานมาจากดีไซน์ตัวเรือน ‘Octo’ ทรงแปดเหลี่ยมของนักออกแบบนาฬิกาชื่อก้องโลก Gérald Genta (เฌรัลด์ ฌองตา) ผู้ล่วงลับได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งยังสะท้อนลายเซ็นแห่งแนวทางการออกแบบของ Tadao Ando ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเพื่อให้ดำรงตนในแนวทางมินิมัลอย่างแท้จริง บนพื้นหน้าปัดจึงมีเพียงเข็มแสดงเวลาทั้ง 3 เท่านั้น ปราศจากข้อความใดๆ แม้แต่ตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ แต่ชื่อและข้อความต่างๆ จะไปปรากฎบนแผ่นแซพไฟร์คริสตัลที่กรุอยู่กับฝาหลังแทนโดยการพิมพ์ด้วยสีดำ ไล่เรียงจากชื่อแบรนด์ ‘Bvlgari’ ที่ด้านบน ลงมาเป็นลายเซ็นของ Tadao Ando และข้อความ ‘Tadao Ando – Limited Edition’ (ทาดาโอะ อันโด – ลิมิเต็ด เอดิชั่น) เพื่อบ่งบอกความพิเศษเป็นการปิดท้าย

 

ลักษณะและคุณสมบัติทางเทคนิคของเอดิชั่นนี้ยังคงไม่มีอะไรต่างไปจากรุ่นมาตรฐานเวอร์ชั่นไทเทเนียมผิวทรายของ Octo Finissimo Automatic นั่นก็คือตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 40.0 มิลลิเมตร ที่มีความหนาเพียงแค่ 5.15 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในนาฬิกากลไกจักรกลขึ้นลานอัตโนมัติที่บางที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ซึ่งเกิดขึ้นได้จาก Cal.BVL 138 กลไกจักรกล ‘In-house’ (อินเฮาส์) ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง แสดงเวลาเป็นชั่วโมงกับนาทีด้วยเข็มกลาง และแสดงวินาทีด้วยเข็มขนาดเล็กเหนือแผ่นหน้าปัดไทเทเนียม ด้วยพลังงานที่ได้จากการขึ้นลานอัตโนมัติโดยโรเตอร์แพลทินัมขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเครื่องที่ตั้งใจออกแบบสร้างให้บางที่สุด เพียงแค่ 2.23 มิลลิเมตร หากแต่สามารถมอบพลังงานสำรองได้ยาวนานถึง 60 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทั้งยังงดงามจากการตกแต่งชิ้นส่วนกลไกด้วยมือ และสายไทเทเนียมผิวทรายที่มีความหนาเพียงแค่ 2.5 มิลลิเมตร ล็อกด้วยตัวล็อกบานพับสเตนเลสสตีล รวมไปถึงเม็ดมะยมไทเทเนียมประดับชิ้นเซรามิกสีดำ

 

Bvlgari Octo Finissimo Tadao Ando Edition เป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ ด้วยจำนวนที่จำกัดไว้แค่ 200 เรือน และจะมีจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 เป็นต้นมาด้วยราคา 1,800,000 เยน หรือเทียบเป็นเงินไทยราว 540,000 บาท ชาวไทยผู้ใดที่ชื่นชอบผลงานของ Tadao Ando คงต้องรีบบินไปจับจองกันก่อนที่จะถูกจำหน่ายไปจนหมดเสียก่อน

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up