UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCARL F. BUCHERER HERITAGE CHRONOMETER CELEBRATION 2024 - ซีรีย์ต่อเนื่องของเสน่ห์หรูจากยุค 60s

CARL F. BUCHERER HERITAGE CHRONOMETER CELEBRATION 2024 – ซีรีย์ต่อเนื่องของเสน่ห์หรูจากยุค 60s

by: ‘Mr.Big’

 

หลังจากที่ปีที่ผ่านมา Carl F. Bucherer (คาร์ล เอฟ บุคเคอเรอร์) ได้ฉลองวาระครบ 135 ปี ของแบรนด์ ด้วยการสร้างสรรค์ซีรีย์เรือนเวลาที่ย้อนรำลึกประวัติศาสตร์ของแบรนด์ สู่ช่วงแห่งความคลาสสิกในยุค 60s กับ Heritage Chronometer Celebration (เฮอริเทจ โครโนมิเตอร์ เซเลเบรชั่น) อันประกอบไปด้วยเรือนเวลา 4 รุ่น ใน 2 วัสดุ ได้แก่สเตนเลสสตีลและทองกุหลาบ 18K พร้อมสายถักสไตล์ ‘Milanaise’ (มิลานีส) มาถึงปีนี้ Carl F. Bucherer ก็ขอตอกย้ำความคลาสสิกดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยซีรีย์ต่อเนื่องที่ประกอบคู่มากับสายหนังลูกวัว ซึ่งเปลี่ยนลุควินเทจให้ดูสบายและดูหรูในแบบลำลองมากขึ้น

MITSUBISHI

 

สำหรับซีรีย์ต่อเนื่องของปีนี้ ยังคงมาพร้อมกลิ่นอายคลาสสิกแห่งทศวรรษ 1960s ที่สอดประสานเข้ากับรสนิยมอันหรูหราอย่างลงตัว โดยนำเสนอออกมาพร้อมกันถึง 4 เวอร์ชั่น แบ่งเป็น 2 วัสดุ ได้แก่สเตนเลสสตีล และทองกุหลาบ 18K ซึ่งทั้ง 2 วัสดุ มาในขนาดตัวเรือน 39.0 มิลลิเมตร และมีความหนาเพียง 8.45 มิลลิเมตร กับดีไซน์คลาสสิกขอบแคบที่กรุด้วยกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์แบบโค้งนูน ซึ่งเคลือบด้วยสารกันการสะท้อนเอาไว้ทั้ง 2 ฝั่ง ขณะที่ฝาหลังแบบทึบก็ยังถูกแกะสลักด้วยเทคนิคนูนต่ำเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูล ‘Bucherer’ แบบดั้งเดิม ส่วนการกันน้ำสามารถกระทำได้ที่ระดับ 30 เมตร

 

ผืนหน้าปัดที่กว้างขวางในรุ่นนี้ นำเสนอมาให้เลือกสรรกัน 3 สี ได้แก่สีเงินกัลวาไนซ์ หรือสีดำ สำหรับรุ่นตัวเรือนสเตนเลสสตีล และสีเงินกัลวาไนซ์ หรือสีน้ำตาลทำเอฟเฟ็กต์ไล่ระดับ สำหรับทางเลือกในรุ่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K ในพื้นผิวที่สะท้อนประกายเปล่งปลั่งจากงานปัดลายแบบ ‘Sunburst’ (ซันเบิร์สต์) ยกเว้นรุ่นหน้าปัดสีดำที่เป็นผิวด้านเคลือบแลคเกอร์ ดีไซน์ของหลักชั่วโมงและเข็ม ใช้รูปแบบเดียวกันกับรุ่นของปีที่แล้ว โดยมาในโทนสีเดียวกับตัวเรือนด้วยการเคลือบทองกุหลาบหรือเคลือบโรเดียม ชิ้นหลักชั่วโมงดีไซน์ตามรูปแบบในยุค 60s เป็นทรงแท่งที่ด้านทั้ง 4 ถูกปาดเป็นแนวเอียงบนฐานทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และปล่อยส่วนปลายให้ยื่นมาจากส่วนของที่เป็นแท่งปาดข้างเล็กน้อย ส่วนยอดของแท่งหลักชั่วโมงบากร่องกลางเว้าลึกลงไป พร้อมกับถมสีดำให้ดูคล้ายกับลักษณะของหลักชั่วโมงแบบสอดนิลที่เคยได้รับความนิยมในอดีต  เช่นเดียวกับเข็มชั่วโมงนาทีที่ดีไซน์มาในทรงแท่งบากร่องกลางพร้อมถมสีดำ แต่มีการเติมสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova®’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เป็นแถบช่วงกลาง เพื่อความสะดวกในการอ่านเวลา เข็มวินาทีดีไซน์ทรงศร โดยทำส่วนปลายเป็นสีแดง แสดงเวลาแบบ 3 เข็ม ควบคู่ไปกับการแสดงวันที่ด้วยตัวเลขอารบิกสีดำบนจานดิสก์สีขาว ภายในช่องหน้าต่างพร้อมกรอบที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา

 

เช่นเดียวกับการทำงานที่ยังคงใช้กลไกมาตรฐานสูงชุดเดิม นั่นคือกลไกออโตเมติก Cal.CFB 1965.1 ที่ทำงานอย่างเที่ยงตรงตามมาตรฐานโครโนมิเตอร์ รับรองโดยสถาบัน COSC กลไกชุดนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 26.2 มิลลิเมตร กับความหนาเพียง 3.6 มิลลิเมตร ติดตั้งทับทิมกันสึก 25 เม็ด และสามารถสำรองพลังงานได้นาน 42 ชั่วโมง ประกอบกับสายหนังลูกวัวลายนูนสีดำ สีน้ำตาลเข้ม หรือสีเทาอมน้ำตาล ‘Dove Grey’ (โดฟ เกรย์) ทั้ง 4 รุ่น เป็นงานผลิตแบบจำกัดจำนวน โดยแบ่งเป็นรุ่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลแบบละ 188 เรือน และรุ่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K อีกแบบละ 88 เรือน ส่วนราคาจำหน่ายยังไม่ได้เปิดเผยออกมาแต่อย่างใด ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย บริษัท ที.เอส.แอล. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โทร. 0 2611 7272

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up