UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCHANEL J12 X-RAY - คริสตัลใสตลอดทั้งเรือน

CHANEL J12 X-RAY – คริสตัลใสตลอดทั้งเรือน

by: ‘TomyTom’

 

เผลอแป๊ปเดียว ณ วันนี้ J12 (เจทเวลฟ์) นาฬิกาจากแบรนด์แฟชั่นหรู Chanel (ชาแนล) ที่ได้รับการยอมรับจากคนรักนาฬิกาก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถึง 20 ปีแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นาฬิกาตระกูลนี้ประสบความสำเร็จก็คือ การเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งนาฬิกาเซรามิกซึ่งน่าจะได้อานิสงส์มาจากดีไซน์ตัวเรือนและสายสไตล์สปอร์ตที่สวมใส่ได้ง่ายกับหลากหลายสถานการณ์ ทั้งยังสวยงามกลมกลืนตลอดเรือน เพราะทั้งตัวเรือนและสายถูกสร้างขึ้นจากเซรามิกผิวเงาวาวสีเดียวกัน นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังแสดงความจริงจังในการผลิตนาฬิกาด้วยการเข้าไปถือหุ้นอยู่ในโรงงานผลิตกลไก Kenissi (คีนิสซิ) ซึ่งตั้งอยู่ในนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งยังถือหุ้นอยู่ในแบรนด์นาฬิกาชั้นเลิศ F.P.Journe (แอฟ.เป.เฌิร์น) อีกด้วย

 

ปี 2020 นี้ Chanel เรียกแขกตั้งแต่ต้นปีด้วยการเปิดตัวนาฬิกา J12 เอดิชั่นใหม่ๆ ซึ่งรุ่นที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ J12 X-Ray (เจทเวลฟ์ เอ็กซ์เรย์) ที่สร้างความตื่นตาด้วยการใช้แซพไฟร์คริสตัลใสมาสร้างเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ของนาฬิกาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตั้งแต่ตัวเรือน สาย แผ่นหน้าปัด ไปจนถึงชิ้นแท่นเครื่องและสะพานจักรของกลไกแบบไขลาน ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง พลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง ในโครงสร้างรูปแบบ ‘Open-worked’ (โอเพนเวิร์กด์) Cal.3.1 สถาปัตยกรรมกลไกอันงดงามของ Chanel ที่ทำการปรับแต่งบนพื้นฐานของกลไก Cal.3 ซึ่งใช้อยู่ในรุ่น Calibre 3 (คาลิเบรอ ธรี) นาฬิกาสำหรับผู้หญิงที่เปิดตัวออกมาเมื่อปี 2018 ความเลอเลิศของกลไกลำดับที่ 3 ของ Chanel เครื่องนี้ก็คือ การเป็นกลไกที่ถูกออกแบบให้มีรูปแบบเป็นโครง ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) หรือ ‘Open-worked’ ตั้งแต่แรก ซึ่งทำให้มีลักษณะเป็นมินิมอลเป็นที่สุด ไร้พื้นที่สำหรับสิ่งที่ไม่จำเป็น และที่สำคัญก็คือเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของนักประดิษฐ์จักรกลเวลามากฝีมือนาม Romain Gauthier (โรแมง โกธิเยร์) แต่เมื่อนำมาใช้กับ J12 X-Ray องค์ประกอบบางประการจึงต้องถูกปรับแต่งให้เหมาะสม ซึ่งทำให้กลายมาเป็น Cal.3.1 สิ่งที่ถูกปรับเปลี่ยนก็คือ ชิ้นสะพานจักรที่เปลี่ยนรูปร่างลักษณะจากชิ้นโครงโปร่งที่มีวงแหวน 2 วงใหญ่-เล็กซ้อนกันมาเหลือเพียงวงเดียว และถอดชุดกลไกสำหรับแสดงวินาทีด้วยเข็มขนาดเล็กออกไป ผลลัพธ์ที่ได้คือ หากไม่ทราบว่าเป็นกลไกที่มีใช้กับรุ่นอื่นอยู่แล้วก็คงคิดว่านี่เป็นกลไกที่จงใจสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อใช้กับ J12 X-Ray รุ่นนี้โดยเฉพาะ

หากจะเน้นแต่เพียงความโปร่งใสของวัสดุ Chanel ก็คงเกรงว่าจะเรียบง่ายจนเกินไป เพชรทรงเหลี่ยม ‘BAGUETTE-CUT’ (บาแกตต์คัท) จึงถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ ทั้งการติดตั้งแท่งเพชร 12 เม็ดบนแผ่นหน้าปัดแซพไฟร์เพื่อทำหน้าที่เป็นหลักชั่วโมง และการประดับเรียงรายอย่างอลังการบนขอบตัวเรือนทองขาว 18K ของตัวเรือนขนาด 38.0 มิลลิเมตร หนา 10.7 มิลลิเมตร ที่สามารถกันน้ำได้ 30 เมตร และเมื่อความเป็นสุดยอดทั้งวัสดุและกลไกมาอยู่รวมกันเช่นนี้ แน่นอนว่าราคาค่าตัวของ J12 X-Ray Ref.H6249 รุ่นนี้จะต้องไม่ธรรมดา อีกทั้งความยากในการผลิตก็ทำให้ Chanel ต้องกำหนดจำนวนการสร้างไว้น้อยนิดแค่เพียง 12 เรือน อันเป็นตัวเลขต้องตรงตามชื่อรุ่น และ 626,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 21 ล้านบาท ก็คือจำนวนเงินที่ต้องใช้แลกกับนาฬิกาสุดพิเศษรุ่นนี้ แต่กำหนดการวางจำหน่ายนั้นทาง Chanel ยังไม่ได้ประกาศออกมา

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up