UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCHOPARD ALPINE EAGLE 41 XP FROZEN SUMMIT - สปอร์ตหรูหราแบบเย็นตา

CHOPARD ALPINE EAGLE 41 XP FROZEN SUMMIT – สปอร์ตหรูหราแบบเย็นตา

by: ‘Mr.Big’

 

ในวันที่ประเทศไทยอากาศร้อนดังนรกชังหรือสวรรค์แกล้งเช่นนี้ ขอแนะนำเรือนเวลาจาก Chopard (โชพาร์) ที่จะทำให้หลายคนรู้สึกเย็นตา แต่อาจจะไม่เย็นใจ เมื่อนำคอลเลกชั่นสปอร์ตสมรรถนะสูงที่กำลังขึ้นเทรนด์ความนิยมของแบรนด์อย่าง Alpine Eagle (อัลไพน์ อีเกิล) มาผสานรวมความเป็นเลิศด้านงานจีเวลรีแบบจัดเต็ม ด้วยการนำเพชรเม็ดใสมาเจียระไนเป็นทรงเหลี่ยม แล้วเรียงร้อยให้เจิดจรัสอย่างเต็มที่ ทั้งบนตัวเรือน หน้าปัด และสาย ส่งผ่านความรู้สึกที่หรูหราเย็นสบายจากภาพลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงผลึกน้ำแข็ง ขอต้อนรับความหรูหราในลุคเย็นตากับ Alpine Eagle 41 XP Frozen Summit (อัลไพน์ อีเกิล ฟอร์ตีวัน เอ็กซ์พี โฟรเซน ซัมมิท)

MITSUBISHI

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Alpine Eagle นำเพชรมาประดับแบบ ‘Full-set’ ในคอลเลกชั่นของตน แต่ครั้งนี้สร้างรูปแบบความหรูหราที่แตกต่างออกไป ด้วยการนำเพชรที่เจียระไนทรงเหลี่ยมแบบ ‘Baguette-cut’ (บาแก็ตต์คัท) หลายร้อยเม็ดโดยฝีมือของช่างอัญมณีภายในโรงงาน มาประดับให้เปล่งประกายเฉิดฉายลงบนความล้ำค่าของทองขาว 18K ขัดเงา ซึ่งเป็น ‘Ethical Gold’ (เอธิคัล โกลด์) หรือเป็นทองที่ได้มาจากแหล่งเหมืองที่คำนึงถึงจริยธรรมในการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของคนงานและสิ่งแวดล้อม โดยนำมาสร้างสรรค์ทั้งตัวเรือน หน้าปัด สาย รวมถึงเม็ดมะยม ภายใต้ดีไซน์ที่เป็นแบบฉบับของ Alpine Eagle

 

การประดับเพชรทรง ‘Baguette-cut’ ลงทั่วทั้งเรือน ต้องใช้เทคนิคและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือที่เหนือไปกว่าการฝังเพชรเม็ดกลมตามปกติ เพราะช่างฝีมือจะต้องทำการเจียระไนเพชรให้ได้ขนาดตามเบ้าฝังที่รองรับอยู่บนเรือนนาฬิกา ซึ่งแต่ละส่วนจะมีขนาดที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องอาศัยความแม่นยำในการเจียระไน เพื่อให้ได้ขนาดเพชรที่พอดีกับเบ้าและมีผิวหน้าที่เรียบพอดีเสมอกัน โดยจะผิดพลาดไม่ได้แม้แต่เสี้ยวมิลลิเมตร ทั้งหมดถูกนำมาประดับฝังด้วยมือทีละเม็ดลงบนขอบตัวเรือน ขอบข้างตัวเรือน หน้าปัด สาย ตัวล็อก ตลอดจนโดยรอบเม็ดมะยมขนาด 7.0 มิลลิเมตร สะท้อนประกายงามให้ความรู้สึกเย็นสบายตา ภายใต้ความพอดีของขนาดตัวเรือน 41.0 มิลลิเมตร หนา 9.65 มิลลิเมตร และกันน้ำได้ 30 เมตร พร้อมการบอกเวลาแบบ 2 เข็ม ด้วยเข็มทรงแท่งชุบโรเดียม ซึ่งเคลือบเอาไว้ด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova®’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เกรด ‘X1’ (เอ็กซ์วัน) บนหน้าปัดประดับเพชร ‘Baguette-cut’ เป็นแนวประกายรัศมีแบบ ‘Full Pavé’ (ฟูล พาเว) อันไร้ซึ่งหลักชั่วโมงและการตกแต่งใดๆ โดยพิมพ์ชื่อแบรนด์ Chopard เอาไว้ด้านในของกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ที่เคลือบด้วยสารกันการสะท้อน เพื่อเปิดโอกาสให้เพชรได้สะท้อนประกายแสงอย่างเต็มที่

 

นอกเหนือจากความหรูล้ำค่าจากงานประดับเพชรเหลี่ยมทั้งเรือน ด้านการทำงานก็ยอดเยี่ยม เพราะบรรจุไว้ด้วยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.LUC 96.41-L แบบ ‘Ultra Thin’ (อัลตรา ธิน) ที่มีความหนาเพียง 3.30 มิลลิเมตร กับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 27.4 มิลลิเมตร มีจำนวนชิ้นส่วน 176 ชิ้น ทับทิม 29 เม็ด โดยใช้การหมุนแกว่งของ ‘Micro-rotor’ (ไมโครโรเตอร์) ที่ผลิตจากทอง 22K ในการสร้างพลังงาน และมีความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง โดยสามารถกักเก็บพลังงานสำรองได้ถึง 65 ชั่วโมง แท่นเครื่องและสะพานจักรขัดแต่งลาย ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) อย่างประณีต พร้อมประทับตรา ‘Poinçon de Genève’ (ปวงซง เดอ เฌอแนฟ) เพื่อรับรองการผลิตอันยอดเยี่ยมทั้งทางด้านเทคนิคและงานฝีมือภายใต้มาตรฐานชั้นเลิศแห่งนครเจนีวา ซึ่งของดีขนาดนี้หากไม่นำมาโชว์ก็คงจะเสียเปล่า จึงกรุฝาหลังด้วยคริสตัลแซพไฟร์ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสความงามประณีตของจักรกลอย่างเต็มที่ โดยผลงานที่ต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์กว่า 800 ชั่วโมงต่อเรือน รุ่นนี้ผลิตขึ้นมาให้เชยชมกันแค่ 8 เรือนเท่านั้น โดยสามารถสอบถามราคาได้จากทางแบรนด์โดยตรง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up