UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCHRISTOPHE CLARET POKER - เกาจิ้งรีเทิร์น

CHRISTOPHE CLARET POKER – เกาจิ้งรีเทิร์น

by: ‘Mr.Big’

 

ปี 2014 แบรนด์ Christophe Claret (คริสตอฟ กลาเรต์) ได้สร้างคาสิโนส่วนตัวบนข้อมือด้วยการเผยโฉม Poker (โป๊กเกอร์) เรือนเวลาที่ให้ผู้สวมใส่และเพื่อนๆ สามารถเปิดโต๊ะเล่นโป๊กเกอร์ตามกติกาแบบ ‘Texas Hold’em’ (เท็กซัส โฮลเด็ม) กันได้บนข้อมือ ผ่านการควบคุมของชุดจักรกลได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้ต่อยอดจักรกลดังกล่าวให้สามารถเล่นเกมพนันได้หลากหลายประเภทยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ‘Black Jack’ (แบล็ก แจ๊ค) หรือ ‘Baccara’ (บัคคารา) กลายเป็นเรือนเวลาไตรภาคีแห่งคาสิโนที่กล่าวขานมาจนปัจจุบัน กระทั่งในปีนี้ก็ได้นำนาฬิกา Poker กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้งในรูปแบบที่สดใสด้วยสีสันกว่าเคย

Christophe Claret Poker รุ่นปี 2014

Christophe Claret Poker รุ่นปี 2020

 

สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมของ Poker รุ่นใหม่นี้คือสีสันของหน้าปัดที่เปรียบได้กับโต๊ะกำมะหยี่สำหรับเล่นไพ่ในคาสิโน ซึ่งสร้างสรรค์ในสีน้ำเงินสดใส แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าที่ปรากฏบนพื้นหน้าปัดสีเทา-ดำ โดยเพิ่มรายละเอียดที่สมจริงให้ดูเหมือนโต๊ะพนันในคาสิโนยิ่งขึ้นด้วยส่วนประกอบถึง 85 ชิ้น ซึ่งหลักๆ จะเป็นการตกแต่งด้วยชิพสำหรับเล่นพนันหลากสีสัน ตกแต่งด้วยโลโก้ Christophe Claret ทั้งแบบเหรียญและแท่งเหลี่ยมวางขนาบอยู่กับช่องหน้าต่างชัตเตอร์ทั้ง 3 ตำแหน่งในแบบ 3 มิติ ซึ่งแทนตำแหน่งของผู้เล่นทั้ง 3 โดยภายในสามารถเผยคู่ไพ่ในมือของผู้เล่นแต่ละคนได้ด้วยกลไกสับไพ่ที่คิดค้นขึ้นเป็นพิเศษ โดยหน้าไพ่ทั้ง 52 ใบ จะปรากฏในแต่ละช่องหน้าต่างแต่ละตำแหน่งถึง 32,768 รูปแบบ หรือรวม 98,304 รูปแบบ

 

โต๊ะพนันบนข้อมือเรือนนี้สามารถรองรับผู้เล่นได้ 3 ขา ซึ่งตามกฎของการเล่นแบบ ‘Texas Hold’em’ ผู้เล่นแต่ละคนจะได้ไพ่ 2 ใบในตอนเริ่มต้น โดยเมื่อกดปุ่มตำแหน่ง 9 นาฬิกา จักรกลภายในจะเริ่มสับไพ่ให้ผู้เล่นแต่ละตำแหน่งภายใต้ช่องหน้าต่างที่ถูกปิดด้วยแถบม่านบานเกล็ดซึ่งวางองศาเอียงให้ผู้เล่นสามารถเห็นไพ่ของตัวเองได้จากมุมมองของแต่ละตำแหน่งเท่านั้น ส่วนไพ่กลางหรือ ‘Community Card’ (คอมมูนิตี การ์ด) จะถูกติดตั้งอยู่ภายในช่องหน้าต่างที่วางเรียงขนานกัน ณ ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา โดยจะเปิด 3 ใบแรกที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาด้วยปุ่ม ‘Flops’ (ฟล็อบส์) ซึ่งติดตั้งอยู่ที่ 10 นาฬิกา เพื่อทำการเดิมพันและหาไพ่ใบที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง จากนั้นจะเป็นการเปิดไพ่ใบสุดท้ายจาก ‘Community Card’ ในช่องหน้าต่างด้านขวาด้วยปุ่ม ‘River’ (ริเวอร์) ท่ี่ตำแหน่ง 8 นาฬิกา นอกจากนั้นยังติดตั้งกลไกตีระฆังเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้กับการเล่น ‘Texas Hold’em’ เอาไว้ด้วย โดยจะมีเสียงตีระฆังกังวานออกมาทุกครั้งเมื่อมีการกดปุ่ม ‘Flops’ และ ‘River’ เมื่อสิ้นสุดเกมเดิมพัน และสุดท้ายคือการแสดงเวลาในรูปแบบ 2 เข็ม เพื่อลดรายละเอียดที่จะเป็นการรบกวนการเล่น ‘Texas Hold’em’

 

กลไกการทำงานยังคงใช้ชุดเดิม คือกลไกออโตเมติก Cal.PCK05 ซึ่งทำงานด้วยอัตราความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ติดตั้งตลับลานคู่ ทำให้สามารถสำรองพลังงานได้ถึง 72 ชั่วโมง ขึ้นลานด้วยโรเตอร์ที่ออกแบบมาเป็นจานรูเล็ต ซึ่งติดตั้งอย่างโดดเด่นอยู่ใต้แผ่นคริสตัลแซพไฟร์ที่ผนึกเป็นฝาหลัง ทั้งหมดนี้บรรจุอยู่ในตัวเรือนไทเทเนียมสีเข้มจากการเคลือบด้วยเทคนิค  PVD ขนาด 45.0 มิลลิเมตร กันน้ำ 30 เมตร ประกอบกับสายหนังจระเข้เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีน้ำเงิน จำกัดจำนวนการผลิตไว้แค่ 12 เรือน ส่วนราคาคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 199,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,570,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up