UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCHRONOFIGHTER GRAND VINTAGE ‘I SHOT THE SHERIFF’ - เพื่อเพลงดังจาก 2 ศิลปิน

CHRONOFIGHTER GRAND VINTAGE ‘I SHOT THE SHERIFF’ – เพื่อเพลงดังจาก 2 ศิลปิน

by: ‘Mr.Big’

 

“I shot the sheriff, but I did not shoot the deputy

I shot the sheriff, but I did not shoot the deputy”

 

นั่นคือส่วนหนึ่งในเนื้อเพลงขึ้นต้นของ ‘I Shot the Sheriff’ เพลงดังอมตะของ Bob Marley (บ็อบ มาร์เลย์) ราชาเร็กเก้ชาวจาไมก้าผู้ล่วงลับ ที่แต่งเนื้อเพลงให้มีความหมายเสียดสี ตีความถึงการต่อสู้กับความอยุติธรรมที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐและระบบราชการที่เอารัดเอาเปรียบ และอีกนัยหนึ่งก็สะท้อนการต่อต้านการทำแท้งและการคุมกำเนิด โดยที่ทั้ง 2 เรื่องล้วนมาจากประสบการณ์จริงที่เขาเคยพบเจอ เมื่อนำมาใส่ท่วงทำนองดนตรีเร็กเก้ก็กลายเป็นดนตรีที่สนุก ความหมายดี และโด่งดังอย่างมากในหมู่ผู้ชื่นชอบเพลงแนวเร็กเก้สกา แต่ไม่สามารถเปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุหลักของรัฐได้ จน Eric Clapton (อีริค แคลปตัน) ต้องขอนำเพลงดังกล่าวไปบันทึกเสียงใหม่ในปี 1974 และได้รับความนิยมแพร่หลายจนบางคนนึกว่าเป็นผลงานของเขา

 

และอาจเป็นเพราะความชื่นชอบส่วนตัวของ Graham (แกรห์ม) แบรนด์นาฬิกาชั้นแนวหน้าเชื้อชาติอังกฤษ จึงได้สร้างสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษที่ถือเป็นการสดุดีแก่บทเพลงเร็กเก้เพื่อชีวิต และ 2 ศิลปินผู้ถ่ายทอดบทเพลงดังกล่าวออกมาสู่โลก และนี่คือ Chronofighter Grand Vintage ‘I Shot the Sheriff’ (โครโนไฟเตอร์ แกรนด์ วินเทจ ‘ไอ ช็อต เดอะ เชอริฟ’) ซึ่งเผยโฉมในรูปแบบมันๆ ฉีกกฎเกณฑ์การออกแบบตามสไตล์ของ Graham ที่ในช่วงหลังมักมีดีไซน์ที่คาดไม่ถึงมาให้เห็นเสมอ โดยสร้างสรรค์ในตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่มีขนาดใหญ่โดดเด่นถึง 47.0 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร ผสานเอกลักษณ์ปุ่มกดจับเวลาแบบก้านกระเดื่องพร้อมปุ่มรีเซตตามแบบฉบับ Chronofighter ไว้ที่ฝั่งซ้ายอย่างลงตัว กระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ซึ่งสลักด้วยเลเซอร์เป็นชื่อเพลง ‘I Shot the Sheriff’ สีขาวด้วยฟอนต์แนวสตรีทอาร์ตสไตล์มันๆ พร้อมตราดวงดาวนายอำเภอสีส้มจากการเคลือบด้วยทอง 4N ที่มีรอยกระสุนเจาะ สื่อความหมายของชื่อเพลงได้เป็นอย่างดี พร้อมหมายเลขเรือนที่ด้านล่าง โดยเป็นรูปแบบการวางประโยคแบบที่ไม่สนใจว่าจะรบกวนการดูเวลาบนหน้าปัดแม้แต่น้อย

 

พื้นหน้าปัดรังสรรค์ด้วยสีเทา-ดำ ปัดด้านแนวขวาง ตกแต่งด้วยตัวเลขอารบิกสไตล์คลาสสิก บอกเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง โดยแยกการแสดงค่าวินาทีด้วยเข็ม 2 ปลายแบบเข็มทิศที่ติดตั้งอยู่ในหน้าปัดย่อยที่ 3 นาฬิกา ส่วนเข็มวินาทีบนแกนหลักทำหน้าที่จับเวลาร่วมกับการแสดงค่าจับเวลา 30 นาที ผ่านหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 6 นาฬิกา เจาะช่องหน้าต่างแสดงวันที่พร้อมเลนส์ขยายไว้ ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา เข็มชี้และตัวเลขเคลือบด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา)

 

ควบคุมการทำงานด้วยกลไกออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.G1747 ซึ่งพัฒนามาจาก Cal.ETA 7750 ผลิตโดย ‘La Joux Perret’ (ลา ฌูซ์ แปร์เรต์) โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกลไก 30.0 มิลลิเมตร เสริมด้วยเทคโนโลยีซับแรงกระแทก ‘Incabloc’ (อินคาบล็อก) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ‘Chronofiable®’ (โครโนฟิเอเบิล) ซึ่งเป็นการรับรองประสิทธิภาพด้านการรองรับแรงกระแทกได้เป็นเยี่ยม ติดตั้งทับทิมกันสึก 25 เม็ด อัตราความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สามารถสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง ประกอบกับสายยางปั๊มลายสาน กำหนดการผลิตแบบเอ็กซ์คลูซีพไว้ที่ 25 เรือน ส่วนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 7,450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 246,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up