UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCITIZEN 50th ANNIVERSARY OF TITANIUM TECHNOLOGY - 50 ปีแห่งเทคโนโลยีไทเทเนียม

CITIZEN 50th ANNIVERSARY OF TITANIUM TECHNOLOGY – 50 ปีแห่งเทคโนโลยีไทเทเนียม

by: ‘Mr.Big’

 

ในช่วงเริ่มแรกของยุค 70s อุตสาหกรรมนาฬิกาเริ่มมีการใช้วัสดุที่คิดค้นขึ้นมาใหม่อย่างไทเทเนียมในการผลิตตัวเรือนและสาย ซึ่งในประเทศญี่ปุ่น Citizen (ซิติเซน) และ Seiko (ไซโก) ทั้ง 2 ถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สร้างสรรค์นาฬิกาที่ใช้ไทเทเนียมเข้าสู่ตลาดเป็นแบรนด์แรกๆ ซึ่งในปี 1970 นั้น Citizen ได้เผยโฉม X-8 Chronometer (เอ็กซ์เอจธ์ โครโนมิเตอร์) ซึ่งเป็นนาฬิกาที่สร้างสรรค์จากไทเทเนียมที่มีความบริสุทธิ์ 99.6% และในปี 2020 นี้ถือเป็นวาระแห่งการครบครึ่งศตวรรษที่ Citizen เผยโฉมนาฬิกาไทเทเนียมออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ซึ่งได้เผยโฉมเรือนเวลารุ่นพิเศษ Satellite Wave GPS F950 Titanium 50th Anniversary of Titanium Technology Limited Edition (แซเทิลไลต์ เวฟ จีพีเอส เอฟ 950 ไทเทเนียม เดอะ ฟิฟตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี ออฟ ไทเทเนียม เทคโนโลยี ลิมิเต็ด เอดิชั่น) มาเป็นตัวแทนแห่งเกียรติประวัติที่น่าจดจำ

 

นาฬิกาเรือนพิเศษนี้เผยโฉมในรุ่นรหัส CC4025-82E โดยนำพื้นฐานการออกแบบตัวเรือนและสายมาจาก Eco-Drive Satellite Wave F100 (อีโคไดรฟ์ แซเทิลไลต์ เวฟ 100) จากปี 2014 ผสานเข้ากับงานดีไซน์หน้าปัดและฟังก์ชันที่นำรูปแบบมาจาก Eco-Drive Satellite Wave F900 (อีโคไดรฟ์ แซเทิลไลต์ เวฟ เอฟ 900) ของปี 2015 เกิดเป็นเรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยรูปแบบทันสมัยล้ำยุค ตัวเรือนและสายผลิตจาก ‘Super Titanium’ (ซูเปอร์ ไทเทเนียม) ซึ่งเป็นไทเทเนียมที่พัฒนาขึ้นโดยทีมวิจัยของ Citizen ในปี 2000 โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่เพิ่มความแข็งแกร่งจนเหนือกว่าสเตนเลสสตีลทั่วไปถึง 5 เท่า แถมยังมีความเงางามเพิ่มมากขึ้นอีกระดับ เสริมด้วยเทคโนโลยีเคลือบพื้นผิวแบบพิเศษของ Citizen ที่เรียกว่า ‘Duratect DLC’ (ดูราเทคต์ ดีแอลซี) สีดำ สลับกับสีทองเฉดพิเศษอย่าง ‘Sakura Pink®’ (ซากุระ พิงค์) ซึ่งเป็นสีคอนทราสต์ที่เข้าคู่กันได้อย่างสวยงามลงตัว

 

ในส่วนของขนาดตัวเรือนถูกดีไซน์มาให้มีขนาดใหญ่เต็มข้อมือที่ 47.5 มิลลิเมตร หนา 14.71 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร ปกป้องหน้าปัดด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน พื้นหน้าปัดใช้สีดำ ตัดด้วยขอบวงแหวนสเกลเวลาสีทอง แสดงเวลาปกติแบบ 2 เข็ม ซึ่งสามารถปรับเวลาในแต่ละท้องถิ่นให้เที่ยงตรงได้โดยอัตโนมัติด้วยการรับสัญญาณ GPS จากดาวเทียม และยังครบครันด้วยฟังก์ชันเสริมที่เป็นประโยนช์อื่นๆ อาทิ จับเวลาด้วยระบบ ‘Flyback’ (ฟลายแบ็ก) นับเวลาถอยหลัง ‘World Time’ (เวิลด์  ไทม์) ตั้งปลุกแสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่าง 4-5 นาฬิกา และแสดงค่าพลังงานคงเหลืออีกด้วย

 

ขับเคลื่อนการทำงานด้วย Cal.F950 ซึ่งเป็นชุดการทำงานที่ทันสมัยที่สุดของ ‘Eco-Drive’ ณ เวลานี้ สามารถสร้างพลังงานได้จากการรับแสงทุกชนิด โดยสามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 5 ปีเมื่ออยู่ใน ‘Power Save Mode’ (เพาเวอร์ เซฟ โหมด) ประกอบกับสาย ‘Super Titanium’ เคลือบสีดำด้วยเทคโนโลยี ‘Duratect DLC’ เช่นเดียวกับตัวเรือน จำกัดจำนวนการผลิตไว้ที่ 550 เรือน และตั้งราคาจำหน่ายอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 165,000 บาท และกำหนดวางจำหน่ายเดือนธันวาคม

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up