UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCITIZEN ECO-DRIVE RIIIVER - นวัตกรรมไฮบริดสมาร์ทวอทช์

CITIZEN ECO-DRIVE RIIIVER – นวัตกรรมไฮบริดสมาร์ทวอทช์

by: ‘TomyTom’

 

เมื่อเดือนมีนาคม ผู้ผลิตนาฬิการายใหญ่แห่งเกาะญี่ปุ่น Citizen (ซิติเซน) ได้ประกาศว่านาฬิกาล้ำเทคโนโลยีคอลเลกชั่นใหม่ที่ให้ชื่อว่า Eco-Drive Riiiver (อีโคไดรฟ์ ริเวอร์) จะพร้อมวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ ซึ่งก็คือราวเดือนกันยายน บัดนี้วันนั้นได้ใกล้เข้ามาแล้ว รายละเอียดของนาฬิการุ่นนี้จึงถูกเปิดเผยออกมามากขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้เริ่มศึกษาและเตรียมเป็นเจ้าของกัน และต่อไปนี้ก็คือข้อมูล ณ ปัจจุบันของนาฬิกาไฮบริดหน้าตาดีรุ่นนี้เท่าที่ Citizen บอกกล่าวให้ทราบกัน

 

 

จุดเด่นหลักของ Eco-Drive Riiiver ก็คือการเป็นนาฬิกาที่เจ้าของสามารถปรับแต่งฟังก์ชันการใช้งานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตนเองได้อย่างหลากหลาย และการสร้างให้ทำงานบน ‘Riiiver’ (ริเวอร์) ซึ่งเป็นบริการแพลทฟอร์ม ‘IoT’ หรือ ‘Internet of Things’ (อินเตอร์เนต ออฟ ธิงส์) ชนิดเปิดกว้าง (Open-source) อันทำให้สามารถเชื่อมโยงนาฬิกาเข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และบริการต่างๆ ได้อย่างหลากหลายด้วยเครือข่ายอินเตอร์เนต นำมาซึ่งขอบเขตการใช้งานที่กว้างไกลกว่าสมาร์ทวอทช์ใดๆ ที่เคยมีมา ยกตัวอย่างเช่น สามารถเรียกแท็กซี่ให้มายังตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันได้อย่างง่ายดายแค่เพียงกดปุ่มบนตัวนาฬิกา การให้เข็มของนาฬิกาชี้ทางเพื่อนำคุณไปสู่ร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุดได้ หรือการสั่งเปลี่ยนเพลงในเพลย์ลิสต์บนอุปกรณ์อื่นได้ เป็นต้น โดยจุดมุ่งหมายของการสร้างนาฬิการุ่นนี้ขึ้นมาก็คือ เครื่องบอกเวลาที่ขยายประโยชน์การใช้งานออกไปอย่างกว้างขวางด้วยการเชื่อมโยงผู้คน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และบริการต่างๆ เข้าหากัน

 

 

การทำงานของนาฬิกาใช้ซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ ‘iiidea’ (ไอเดีย) อันเป็นระบบสั่งการที่ทำให้สามารถโต้ตอบและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และบริการต่างๆ ได้จากการกำหนดโดยตัวผู้ใช้เอง โดยแบ่งหมวดหมู่การใช้งานได้ออกเป็น 3 ประเภทคือ การเรียก เช่น การกดปุ่มเพื่อเรียกแท็กซี่ การบริการ เช่น การสั่งให้ค้นหาร้านกาแฟใกล้ๆ หรือหาเพลง และการกระทำ เช่น การสั่งเปลี่ยนเพลงในเพลย์ลิสต์บนอุปกรณ์อื่นที่เชื่อมต่ออยู่ หรือการสั่งให้นาฬิกาชี้แสดงเวลาของโซนเวลาที่ต้องการ ด้วยความเป็นซอฟต์แวร์แบบ’Open-source’ (โอเพินซอร์ส) จึงทำให้มีการพัฒนาและมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องซึ่งจะทำให้ขอบเขตการใช้งานของนาฬิกาถูกขยายออกไปได้เรื่อย ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การใช้งานบนแอพพลิเคชั่นที่ถูกจำกัดไว้เหมือนอย่างสมาร์ทวอทช์อื่นๆ แล้วก็ยังสามารถเชื่อมการทำงานกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้โดยตรงผ่านสัญญาณบลูทูธด้วย จากคุณสมบัติเหล่านี้ หากจะเรียก Citizen Eco-Drive Riiiver ว่าเป็น ‘Smarterwatch’ (สมาร์เทอร์วอทช์) ก็คงจะไม่เกินเลย

 

เครื่อง Cal.W150 ความเที่ยงตรงระดับ +/-15 วินาที/เดือน ที่ใช้กับนาฬิกาคอลเลกชั่นนี้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ‘Eco-Drive’ อันเป็นระบบสร้างพลังงานขับเคลื่อนด้วยแสงของ Citizen โดยรับแสงด้วยแผงซิลิคอนที่อยู่ภายใต้แผ่นหน้าปัดโปร่งแสง ซึ่งเมื่อประจุพลังงานจนเต็มแล้วจะสามารถทำงานได้ต่อเนื่องนานถึง 7 เดือน หรือหากเปิดใช้งานฟังก์ชันประหยัดพลังงานก็จะสามารถใช้ได้นานถึง 1.5 ปีเลยทีเดียว

 

 

นอกจากคุณลักษณะยอดเยี่ยมทางเทคนิคแล้ว Citizen ยังตั้งใจออกแบบนาฬิกาให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามด้วยการผสานดีไซน์แบบคลาสสิกแฝงความย้อนยุค เข้ากับสีสันสะดุดตาของเข็มทั้ง 3 กับสีของพื้นใต้หน้าปัดโดยมีการเจาะช่องหน้าต่างสำหรับแสดงวันที่ไว้ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาด้วยตัวเลขสีขาวบนจานสีดำ สีสันของคอลเลกชั่นแรกที่เผยให้เห็นกัน 4 เวอร์ชั่นนั้น เป็นลักษณะของการนำแม่สีมาไว้ด้วยกัน ร่วมกับสีขาวของสเกลกับเข็มวินาทีและสีดำของวงขอบหน้าปัด โดยผสานเข้ากับรูปทรงแบบเรขาคณิตบนเข็มทั้ง 3 ซึ่งนอกจากจะสร้างอารมณ์สนุกแล้ว ยังแฝงความล้ำยุค และอีกลูกเล่นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การออกแบบให้เข็มสั้นกับเข็มยาวมีขนาดเท่ากันเป๊ะ แต่ต่างกันที่ความยาวของแถบสีดำบนเข็ม ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้อ่านค่าที่ปลายศรเข็มชี้บ่งไปยังสเกลบริเวณขอบหน้าปัดได้อย่างชัดเจนที่สุด ตัวเรือนของนาฬิกาคอลเลกชั่นนี้สร้างขึ้นในแบบนาฬิกาแท้ๆ ที่ไม่ใช่แก็ดเจ็ต โดยเป็นวัสดุสเตนเลสสตีลขนาด 43.2 มิลลิเมตร หนา 12.6 มิลลิเมตร อันเป็นขนาดที่ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ผนึกกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน และยังสามารถกันน้ำได้ถึง 100 เมตรอีกด้วย จับคู่มากับสายสไตล์ย้อนยุคซึ่งเป็นสายสเตนเลสสตีลถัก โดยความแตกต่างของแต่ละเวอร์ชั่นก็คือสีของตัวเรือนกับสาย และคู่สีบนหน้าปัด

Eco-Drive Riiiver (จากซ้าย) แบบตัวเรือนและสายเคลือบดำ พื้นใต้หน้าปัดสีดำ เข็มสีแดง ฟ้า เหลือง มาตรสีเหลือง ปุ่มสีทอง, แบบตัวเรือนและสายเคลือบดำ พื้นใต้หน้าปัดสีเขียว เข็มสีเหลือง ฟ้า เขียว มาตรสีเขียว ปุ่มสีเขียว, แบบพื้นใต้หน้าปัดสีน้ำเงิน เข็มสีเขียว น้ำเงิน ฟ้า มาตรสีฟ้า ปุ่มสีน้ำเงิน, แบบพื้นใต้หน้าปัดสีดำ เข็มสีเหลือง เขียว แดง มาตรสีแดง ปุ่มสีแดง

 

ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของนาฬิกาคอลเลกชั่นนี้ยังไม่มีการแจ้งออกมาอย่างชัดเจน แต่ที่คาดหมายไว้นั้นเริ่มต้นอยู่ที่ราว 450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14,500 บาท (ยังไม่รวมภาษีขาย) กำหนดการวางจำหน่ายยังคงอยู่ในราวเดือนกันยายน 2019 อย่างที่ประกาศไว้แต่แรก ซึ่งก็ต้องรอดูกันว่าราคาจำหน่ายจริงๆ จะอยู่ที่เท่าไร

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up