UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCITIZEN KUROSHIO '64 - รำลึกเทคโนโลยีกันน้ำแรกของญี่ปุ่น

CITIZEN KUROSHIO ’64 – รำลึกเทคโนโลยีกันน้ำแรกของญี่ปุ่น

by: ‘Mr.Big’

 

Citizen (ซิติเซน) หยิบยกประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ในอดีตมาบอกเล่าสู่กันในยุคปัจจุบัน ผ่านเรือนเวลาที่สร้างสรรค์ตามรูปแบบนาฬิกาจากอดีต นั่นคือ Kuroshio ’64 (คุโรชิโอะ ซิกตีโฟร์) นาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากคอลเลกชั่น Parawater (พาราวอเตอร์) ซึ่งเป็นผลงานสำคัญที่มีชื่อเสียงของ Citizen ในฐานะนาฬิกากันน้ำรุ่นแรกๆ ของแบรนด์ที่เผยโฉมในปี 1959 แม้จะเป็นเรื่องปกติที่คาดกันว่านาฬิกาจะสามารถกันน้ำได้ แต่การคาดการณ์นี้คงไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 แน่นอนว่าในขณะที่นาฬิกากันน้ำถูกประดิษฐ์และจดสิทธิบัตรใน ค.ศ. 1920 โดยช่างนาฬิกาชาวสวิส แต่นาฬิกาเหล่านั้นก็มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำมาใช้งานจริงได้ ดังนั้น Citizen พร้อมด้วยบริษัทนาฬิกาอื่นๆ ในญี่ปุ่น จึงร่วมกันทำการวิจัยเกี่ยวกับการผลิตนาฬิกากันน้ำที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมขึ้น และเนื่องจาก Citizen ได้ดำเนินการวิจัยไปก่อนหน้าบริษัทนาฬิกาอื่นๆ แล้ว จึงสามารถสร้างสรรค์นาฬิกากันน้ำของตัวเองได้เป็นผลสำเร็จในปี 1959 ซึ่งนั่นก็คือ Parawater ผลจากการพัฒนาของ Citizen ที่ทำให้เป็นนาฬิกาข้อมือที่กันน้ำและกันฝุ่นเรือนแรกที่สร้างสรรค์โดยผู้ผลิตนาฬิกาชาวญี่ปุ่น

นาฬิกา Citizen Parawater รุ่นดั้งเดิมจากปี 1959

 

ชื่อของ Parawater ตั้งขึ้นโดยนำคำที่มีความหมาย 2 คำมารวมกัน นั่นคือ ‘Para’ ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่มีความหมายเดียวกันกับคำว่า ‘Protection’ (โปรเทกชั่น) หรือ ‘การปกป้อง’ และ ‘Water’ ที่แปลว่า ‘น้ำ’ จึงแปลความหมายแบบตรงตัวได้ว่าคอลเลกชั่นนาฬิกาที่มีประสิทธิภาพในการกันน้ำ เคล็ดลับในการกันน้ำของนาฬิการุ่นนี้ อยู่ที่การใช้วงแหวน ‘O Ring’ (โอ ริง)  ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่ทำจากยางสังเคราะห์ชนิดพิเศษที่มีความยืดหยุ่นสูง ติดตั้งอยู่ภายในตัวเรือนและเม็ดมะยม เพื่อให้เกิดการปิดผนึกตัวเรือนอย่างสมบูรณ์ สามารถป้องกันน้ำและฝุ่นไม่ให้เข้าไปภายในตัวเรือนอย่างได้ผล

รูปแบบทุ่นลอยที่ใช้ในการทดสอบนาฬิกา Citizen Parawater ในปี 1964

 

และเพื่อเป็นการทดสอบสมรรถนะการกันน้ำของ Parawater ทาง Citizen จึงขอความร่วมมือไปยังกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น และ ‘Tokyo Ocean University’ (โตเกียว โอเชียน ยูนิเวอร์ซิตี) ในการเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสำรวจมหาสมุทรแปซิฟิกในปี 1964 โดยครั้งนั้นได้มีการนำนาฬิกา Parawater จำนวน 47 เรือน ผูกติดไปกับทุ่นลอยและปล่อยลงทะเลบริเวณคุโรชิโอะ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน ซึ่งเมื่อกู้ทุ่นขึ้นมาก็พบว่านาฬิกาทั้ง 47 เรือนที่ปล่อยลอยทะเลไปกับทุ่นยังคงทำงานได้ตามปกติ เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เรือนเวลารุ่นนี้จึงได้รับการตั้งชื่อว่า Kuroshio ’64 ตามชื่อของทะเลและปีที่ทำการทดสอบนาฬิกา

 

Kuroshio ’64 เปิดตัวมาในดีไซน์สุดคลาสสิก โดยยึดตามรูปแบบนาฬิกา Parawater ที่เป็นนาฬิกากันน้ำรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมเทคโนโลยีที่อัพเกรดให้เท่าทันยุคสมัย ในตัวเรือนที่สร้างสรรค์จากสเตนเลสสตีลขนาด 41.0 มิลลิเมตร หนา 12.6 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 50 เมตร เม็ดมะยมถูกปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อการตั้งเวลาที่สะดวกกว่าเดิม กระจกหน้าปัดทรงโดมสไตล์วินเทจ พื้นหน้าปัดนำเสนอออกมาให้เลือกถึง 5 สีสัน ได้แก่สีน้ำเงิน สีเขียว สีขาว สีเงิน และสีดำ พื้นผิวสลักลวดลายเป็นรัศมีแผ่จากจุดศูนย์กลาง ส่วนรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเข็มชี้หรือมาร์คเกอร์ยังคงใช้รูปแบบที่คล้ายคลึงกับรุ่น Parawater ดั้งเดิม แสดงฟังก์ชันบอกเวลาแบบ 3 เข็ม และมีช่องหน้าต่างแสดงวันที่ติดตั้ง ณ 3 นาฬิกา

 

ด้านการทำงานเป็นกลไกแบบ ‘In-house’ ออโตเมติก Cal.8310 พร้อมติดตั้งระบบแฮ็กเข็มวินาที ติดตั้งทับทิมกันสึก 21 เม็ด อัตราความถี่ 21,600 ครั้ง/วินาที สามารถสำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง เลือกประกอบได้ทั้งสายหนังหรือสายสเตนเลสสตีล พร้อมกล่องบรรจุสีเหลืองสดใส พิมพ์ข้อความเกี่ยวกับการทดสอบนาฬิกาจากภารกิจ Kuroshio ’64 สำหรับซีรีย์ดังกล่าวเป็นการผลิตในรูปแบบ ‘Asia Limited’ (เอเชีย ลิมิเต็ด) หรือวางจำหน่ายเฉพาะบางประเทศในทวีปเอเชีย โดยจะมีวางจำหน่ายในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป และเฉพาะรุ่นหน้าปัดสีน้ำเงินจะเป็นการผลิตในรูปแบบจำกัดเพียง 1,959 เรือนเท่านั้น ในราคา 4,200 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือราวๆ 17,500 บาท ส่วนรุ่นอื่นๆ ราคาอยู่ที่ 3,500 ถึง 3,900 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 14,600 ถึง 16,300 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up