UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCLASSIC FUSION CHRONOGRAPH SPECIAL EDITION CAPRI - เสน่ห์สีฟ้าจากคาปรี

CLASSIC FUSION CHRONOGRAPH SPECIAL EDITION CAPRI – เสน่ห์สีฟ้าจากคาปรี

by: ‘Mr.Big’

 

ดูเหมือนว่า Hublot (อูโบลท์) จะหลงใหลในบรรยากาศแบบฤดูร้อนของคาปรี เกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของอ่าวเนเปิลส์ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศอิตาลี ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติอันแสนสวยงามและบรรยากาศสุดโรแมนติก จนได้ชื่อว่าเป็น ‘เกาะที่สวยงามที่สุดในโลก’ ซึ่งในปีที่แล้ว Hublot ได้เผยโฉมนาฬิการุ่นพิเศษ Classic Fusion Aerofusion Chronograph Capri (คลาสสิก ฟิวชัน แอโรฟิวชัน โครโนกราฟ คาปรี) ออกมา เพื่อสดุดีความงามของหมู่เกาะ บรรยากาศแห่งท้องฟ้า และน้ำทะเลอันประดุจดั่งภาพฝัน ซึ่งภาพเหล่านั้นยังคงติดตราตรึงใจจนต้องทำรุ่นที่ 2 ออกมาในปีนี้ นั่นคือ Classic Fusion Chronograph Special Edition Capri (คลาสสิก ฟิวชัน โครโนกราฟ สเปเชียล เอดิชั่น คาปรี)

Hublot Classic Fusion Aerofusion Chronograph Capri, year 2018.

 

นาฬิการุ่นพิเศษนี้ถูกผลิตออกมาในช่วงฤดูร้อน เข้ากับบรรยากาศที่เป็นไฮซีซั่นของเกาะคาปรี และยังถือเป็นการฉลองครบรอบ 2 ปี ของบูติก Hublot สาขาย่านถนน ‘Via Vittorio Emanuele’ (เวีย วิตโตริโอ เอมานูเอเล) ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งสำคัญใจกลางเกาะคาปรี โดยเผยโฉมในตัวเรือนเซรามิกสีฟ้าพาสเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันตามธรรมชาติของท้องฟ้าและน้ำทะเล ในขนาด 45.0 มิลลิเมตร หนา 13.05 มิลลิเมตร และกันน้ำได้ 50 เมตร

 

 

ในส่วนของพื้นหน้าปัดได้รับการเติมเต็มสีสันแห่งท้องทะเลในฤดูร้อนให้มากขึ้น ด้วยการเลือกใช้พื้นหน้าปัดสีฟ้านุ่มตาโทนเดียวกับตัวเรือน รับกันดีกับเข็มชี้และมาร์คเกอร์บอกเวลาเคลือบโรเดียมสีเงิน ตัดกันอย่างอ่อนโยนด้วยวงหน้าปัดย่อยสีขาวที่ตกแต่งด้วยรายละเอียดสีฟ้า นำเสนอการแสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง โดยเข็มวินาทีถูกแยกมาจัดแสดงบนหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 3 นาฬิกา ส่วนวงหน้าปัดย่อยที่ 9 นาฬิกาทำหน้าที่แสดงค่าจับเวลาในหน่วยนาที ร่วมกับการแสดงค่าจับเวลาเป็นวินาทีของเข็มวินาทีหลัก

 

สำหรับในรุ่นนี้ Hublot เลือกติดตั้งกลไกออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.HUB1143 ที่พัฒนาขึ้นจากเครื่องฐาน Cal.ETA 2892-A2 ซึ่งติดตั้งโมดูลจับเวลาของ ‘Dubois-Dépraz’ (ดูบัวส์-เดปราซ์) ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนจำนวน 280 ชิ้น ทับทิม 59เม็ด เดินด้วยอัตราความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานนาน 42 ชั่วโมง ฝาหลังผนึกด้วยคริสตัลแซพไฟร์ที่ปิดทับด้วยภาพถ่ายโขดหิน ‘Faraglioni’ (ฟารากลิโอนี) ที่มีรูปร่างเหมือนยอดภูเขาที่โผล่พ้นน้ำ แลนด์มาร์คสำคัญของเกาะคาปรีบนน้ำทะเลสีน้ำเงินคราม ประกอบกับสายยางสีขาวปั๊มลายทาง ขอบฝาหลังสลักข้อความ ‘Capri Edition’ (คาปรี เอดิชั่น) ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 30 เรือน ตั้งราคาไว้ที่ 13,900 ยูโร (ประมาณ 530,000 บาท) โดยคอลเลกชั่นพิเศษนี้จะจัดจำหน่ายเฉพาะในบูติก Hublot บนเกาะคาปรีเท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up