UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCODE 11.59 by AUDEMARS PIGUET - คอลเลกชั่นใหม่มาแรง

CODE 11.59 by AUDEMARS PIGUET – คอลเลกชั่นใหม่มาแรง

by: ‘W Team’

 

ท่ามกลางกระแสนิยมที่แบรนด์ชั้นนำมากมายเสาะหารุ่นดังในอดีตของตนกลับมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานนาฬิการุ่นใหม่ๆ ในแบบ ‘Re-edition’ (รีเอดิชั่น) หรือผลงานสไตล์ย้อนยุค จนทำให้รับทรัพย์กันเป็นกอบเป็นกำ แต่ยอดแบรนด์แถวหน้าอย่าง Audemars Piguet (โอเดอมาร์ส ปิเกต์) กลับเลือกที่จะทำให้โลกตื่นเต้นระคนแปลกใจด้วยการให้กำเนิดตระกูลนาฬิกาใหม่ในแนวสปอร์ตกึ่งเดรส อันเป็นรูปแบบที่ทางแบรนด์ยังไม่เคยทำมาก่อน ทั้งยังหาญกล้าตั้งชื่ออย่างแหวกแนว ซึ่งอาจไม่ง่ายต่อการจดจำและติดปากเท่าใดนักว่า CODE 11.59 by Audemars Piguet (โค้ด อีเลฟเวนพอยท์ฟิฟตีไนน์ บาย โอเดอมาร์ส ปิเกต์) โดย ‘11.59’ หมายถึงรหัสพันธุกรรม และสื่อว่าเป็นนาทีสุดท้ายก่อนเข้าสู่วันใหม่ ส่วนคำนำหน้า ‘CODE’ นั้น เป็นอักษรย่อของคำ 4 คำที่นิยามให้เป็นตัวตนของนาฬิกาตระกูลนี้ อันได้แก่ Challenge (ชาลเลนจ์) ที่แปลว่า ‘ท้าทาย’ ‘Own’ (โอว์น) คือ ‘ครอบครอง’ ตามด้วย ‘Dare’ (แดร์) ‘กล้าหาญ’ ก่อนจะปิดท้ายด้วย ‘Evolve’ (อีโวล์ฟ) ซึ่งก็คือ ‘มีวิวัฒนาการ’

 

*** Challenge: ท้าทายขีดจำกัดของงานฝีมือ

ความท้าทายในการสร้างสรรค์ CODE 11.59 by Audemars Piguet เริ่มตั้งแต่การออกแบบที่วางแนวทางให้เป็นแนวร่วมสมัย และแสดงถึงตัวตนของ Audemars Piguet ให้รู้ได้ทันที ก่อนจะเห็นชื่อแบรนด์บนหน้าปัด ตัวเรือนทรงกลมจึงถูกผสมผสานเข้ากับดีไซน์อันซับซ้อนของเหลี่ยมสันแปดเหลี่ยมที่เป็นตัวเรือนชั้นกลาง เพื่อเสริมอารมณ์สปอร์ตให้แสดงออกมาอย่างชัดเจน

 

เมื่อมองด้านข้างจะเห็นขาตัวเรือนที่ออกแบบเป็นโครงโปร่ง ต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกับขอบตัวเรือน โดยตัวเรือนมีขนาดที่เหมาะสมสำหรับหลายขนาดข้อมือ และสวมใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง นั่นคือขนาด 41.0 มิลลิเมตร ส่วนรูปแบบการขัดแต่งตัวเรือนเป็นการผสมผสานกันทั้งการปัดผิวลายซาติน การขัดลบเหลี่ยม และการขัดเงา โดยจุดเด่นอยู่ที่กระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ที่มีความโค้งอันซับซ้อน โดยด้านนอกจะเป็นสันโค้งในแนวดิ่ง 6-12 นาฬิกา ก่อนจะเกลาเป็นเหลี่ยมเอียงบริเวณขอบ ขณะที่ด้านในจะเป็นแบบโดม ประกบทับขอบตัวเรือนชั้นในที่ยกระดับล้อมพื้นหน้าปัดเอาไว้เพื่อสร้างมิติ โดยเคลือบแล็คเกอร์เงาโทนสีเดียวกับพื้นหน้าปัด

 

*** Own: ครอบครองมรดกเก่าแก่

สถานะทางประวัติศาสตร์ ณ ปัจจุบันของ Audemars Piguet คือโรงงานผลิตนาฬิกาชั้นสูงที่อยู่ในครอบครองของทายาทแห่งตระกูลผู้ก่อตั้งที่เก่าแก่ที่สุด องค์ความรู้ เทคนิค และประเพณีจึงถูกสืบสานจากรุ่นสู่รุ่นมาจนปัจจุบัน

 

งานตกแต่งและขัดแต่งกลไกระดับสูงอันเป็นมรดกงานฝีมือที่ Audemars Piguet สั่งสมมานานถูกกระทำอย่างพิถีพิถันบนทุกชิ้นส่วนของกลไกที่ใช้กับ CODE 11.59 by Audemars Piguet โดยนำเทคนิคหลายรูปแบบมาผสมผสานกัน ทั้ง ‘Traits Tirés’ (เทรตส์ ทิเรส์) ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) ‘Circular Graining’ (เซอร์คิวลาร์ เกรนิง) และ ‘Circular Satin’ (เซอร์คิวลาร์ ซาติน) การขัดเหลี่ยมดุจขอบเพชร การเกลาให้เป็นเหลี่ยมเอียง และการสลักแล้วเคลือบร่องสลักด้วยสีทอง

 

*** Dare: กล้ายืนหยัดตามความเชื่อขององค์กร

ธรรมเนียมที่ 2 ผู้ก่อตั้ง Jules Louis Audemars (ฌูลส์ หลุยส์ โอเดอมาร์ส) และ Edward Auguste Piguet (เอ็ดเวิร์ด ออกุสต์ ปิเกต์) วางไว้ท่ามกลางกระแสการพัฒนาอุตสาหกรรมในยุคแรกๆ ก็คือ การไม่สนใจที่จะผลิตสินค้าจำนวนมากในราคาไม่สูงเพื่อป้อนตลาดขนาดใหญ่ หากแต่กล้าที่จะเน้นสร้างสรรค์นาฬิกาที่มีความซับซ้อนให้กับชนชั้นสูงที่มีรสนิยมและฐานะที่พร้อมจะจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งนาฬิกาชั้นเลิศ ธรรมเนียมนี้ถูกยึดถือปฏิบัติต่อเนื่องกันมาโดยไม่หวั่นไหวไปตามสภาพสังคมของแต่ละยุคสมัย แม้ช่วงวิกฤตควอตซ์ในยุคทศวรรษที่ 1970s ซึ่งขณะนั้น Audemars Piguet ต่อต้านกระแสควอตซ์ด้วยการพัฒนานาฬิกากลไกอัตโนมัติฟังก์ชันปฏิทินตลอดชีพ (Perpetual Calendar) ที่มีตัวเรือนบางที่สุดในโลก โดยเปิดตัวใน ค.ศ. 1978 และธำรงไว้ซึ่งการผลิตกลไกจักรกลตามประเพณีดั้งเดิม ยืนหยัดมาจนกระทั่งถึงยุคที่นาฬิกาจักรกลกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

 

*** Evolve: วิวัฒนาการไม่เคยหยุด

ธรรมเนียมปฏิบัติอีกประการหนึ่งของ Audemars Piguet ก็คือ การปฏิรูปตนเองอยู่เสมอแต่ไม่สูญเสียตัวตนดั้งเดิมไป ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย มีการปรับรูปแบบนาฬิกาให้เหมาะสมอยู่เสมอ ทั้งด้านการออกแบบและกลไกทำงาน โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในแต่ละช่วงเวลามาผสานเข้ากับวิถีดั้งเดิม ทั้งยังคิดค้นและพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

 

6 DIFFERENT COMPLICATIONS

Audemars Piguet เปิดตัว CODE 11.59 by Audemars Piguet อย่างอลังการงานสร้างพร้อมกันถึง 6 รูปแบบจากการทำงานของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ชั้นเลิศของแบรนด์ ได้แก่ รุ่น Selfwinding (เซลฟ์ไวน์ดิง) Ref.15210 กลไกอัตโนมัติชุดใหม่ที่มีพลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง แสดงเวลาแบบ 3 เข็มพร้อมการแสดงวันที่ ตามด้วยรุ่น Selfwinding Chronograph (เซลฟ์ไวน์ดิง โครโนกราฟ) Ref.26393 กับพื้นหน้าปัดแล็คเกอร์ และกลไกอัตโนมัติชุดล่าสุด พร้อมพลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง แสดงเวลา วันที่ และฟังก์ชันจับเวลา รุ่นที่ 3 คือ Perpetual Calendar (เพอร์เพทชวล กาเลนดาร์) Ref.26394 กับพื้นหน้าปัดหินอเวนจูรีนทั้งแผ่น ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติที่มีพลังงานสำรอง 40 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันปฏิทินตลอดชีพ

 

ตามด้วยความซับซ้อนของ Selfwinding Flying Tourbillon (เซลฟ์ไวน์ดิง ฟลายอิง ทูร์บิญอง) Ref.26396 ที่งดงามด้วยพื้นหน้าปัดลงยาอีนาเมล ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ พลังงานสำรอง 65 ชั่วโมง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Audemars Piguet ใช้จักรกล ‘Flying Tourbillon’ ร่วมกับระบบขึ้นลานอัตโนมัติที่ใช้โรเตอร์ชนิดติดตั้งอยู่กึ่งกลาง ต่อด้วยรุ่นที่ 5 กับความงามของ Tourbillon Openworked (ทูร์บิญอง โอเพนเวิร์กด์) Ref.26600 นาฬิกาไร้หน้าปัด กลไกไขลาน พร้อมพลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง ที่ฉลุสะพานจักรในแบบ ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) อย่างงดงามด้วยฝีมือการสร้างงาน และความเที่ยงตรงสูงจากการควบคุมเวลาด้วยจักรกลทูร์บิญอง ปิดท้ายด้วยความซับซ้อนที่สุดของ Minute Repeater Supersonnerie (มินิท รีพีทเตอร์ ซูเปอร์ซงเนอรี) Ref.26395 กับพื้นหน้าปัดลงยาอีนาเมล ทำงานด้วยกลไกไขลานที่มีพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง พร้อมระบบตีขานเวลา

 

ผลงานรุ่น Selfwinding, Selfwinding Chronograph และ Selfwinding Flying Tourbillon มาพร้อมทางเลือกตัวเรือนทองชมพู 18K หรือทองขาว 18K โดยจับคู่กับพื้นหน้าปัดและสายหนังจระเข้สีน้ำเงินหรือดำ พิเศษด้วยรุ่น Selfwinding ตัวเรือนทองชมพู 18K ที่มีพื้นหน้าปัดสีขาวพร้อมสายหนังจระเข้สีน้ำตาลไหม้เพิ่มมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่งดงามของหญิงสาว ในขณะที่ Perpetual Calendar และ Tourbillon Openworked มีเพียงเวอร์ชั่นทองชมพู 18K และ Minute Repeater Supersonnerie ที่มีเพียงรุ่นทองขาว 18K เท่านั้น

 

Audemars Piguet วางแผนว่าจะผลิต CODE 11.59 by Audemars Piguet ทุกรุ่นทุกแบบรวมกันในปีแรกนี้เพียงแค่ 2,000 เรือนเท่านั้น ซึ่งจากกระแสตอบรับนับตั้งแต่เปิดตัวมาจนบัดนี้ก็ต้องถือว่ามีสัญญาณการตอบรับที่ดีจากโลกเวลา และทางแบรนด์ก็พร้อมจะทุ่มสรรพกำลังผลักดันนาฬิกาตระกูลนี้เต็มแรง ซึ่งตอนนี้คนรักนาฬิกาก็รอคอยที่จะเห็นเวอร์ชั่นใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวตามมาในปีหน้ากันแล้ว

Sompol Mingkhuan
Sompol Mingkhuan
บรรณาธิการบริหาร นิตยสารนาฬิกา Watch World-Wide ผู้คร่ำหวอดในวงการนาฬิกามายาวนานกว่า 20 ปี จนได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up