UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPocket OneCONQUEST OF THE SEA พิชิตคาบสมุทร      

CONQUEST OF THE SEA พิชิตคาบสมุทร      

ท้องทะเลอันยิ่งใหญ่กว้างไกลมีพื้นที่รวมกันมากกว่าผืนดินทั้งโลก คงไม่แปลกนักที่มนุษย์เราในอดีตได้แต่เฝ้ามองผืนน้ำ และได้แต่ครุ่นคิดเพียงว่าจะทำอย่างไรเพื่อพิชิตและค้นหาสิ่งต่างๆ ในดินแดนอันไกลโพ้น…

ในการเดินเรือยุคแรกนั้น ต้องเรียกว่าอาศัยโชคชะตาและการสังเกตการขึ้น-ลงของทะเล และกระแสน้ำที่ไหลวน รวมถึงทิศทางลมเพื่อบังคับใบเรือให้แล่นไป โดยไม่สามารถคาดคะเนได้อย่างแน่ชัดนักว่าจะถึงที่หมายเมื่อใด กล่าวได้ว่าต้องใช้แรงใจล้วนๆ ในการเดินเรือ ต่อมาเริ่มมีการทำแผนที่ ศึกษาทิศทางลมและคลื่นมากขึ้น พร้อมกับบันทึกทางดาราศาสตร์ เพื่อใช้ในการนำทางที่ถูกต้องแก่การเดินเรือมากขึ้น โดยใช้การสังเกตดวงดาวร่วมกับนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงสูงเพื่อหาพิกัดที่อยู่และกำหนดทิศทางในการเดินเรือได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ภาพเรือ ‘HMS Challenger’ วาดโดย William Frederick Mitchell

 

นาฬิกาสำหรับการเดินเรือ หรือ ‘Marine Chronometer’ (มารีน โครโนมิเตอร์) นั้นอาจจะดูคล้ายนาฬิกาขนาดใหญ่ แต่แท้จริงแล้วซ่อนความพิเศษอยู่หลายจุด เช่น ความทนแดด ทนฝน ทนไอทะเล กลไกต้องทำงานได้เที่ยงตรงแม่นยำกว่านาฬิกาทั่วไป เพื่อให้สามารถนำมาใช้คำนวณตำแหน่ง-พิกัดของเรือได้ถูกต้อง และกลไกต้องเชื่อถือได้โดยไม่ต้องการการซ่อมบำรุงใดๆ ในรอบหลายปี โดยมากจะถูกเก็บอยู่ในกล่องไม้ที่กรุด้วยกระจก บางเรือนอาจจะถูกยึดด้วยแกนหลายแกนเพื่อให้นาฬิการักษาระดับระนาบกับผิวโลกได้ตลอดเวลาไม่ว่าคลื่นลมจะแรงเท่าใด นาฬิกาเดินเรือปกติทั่วไปมักถูกติดตั้งไว้บนสะพานเดินเรือหรือดาดฟ้าเรือ แต่สามารถถอดนาฬิกาออกมาหมุนขึ้นลานได้ และจะต้องมีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำเพื่อดูแลตลอดเวลาไม่ให้นาฬิกาหยุดเดิน ซึ่งอาจหมายถึงการพลาดเป้าหมายในการเดินทาง หรือร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียทั้งเรือและชีวิตทั้งหมด

Vacheron & Constantin Marine Chronometer’ หรือ ‘Deck Chronomenter

ในเมื่อนาฬิกามีความสำคัญกับการเดินเรือเช่นนี้ ประเทศที่เป็นผู้นำด้านการเดินทะเลและการทหารอย่าง  สหราชอาณาจักร ก็มีความจำเป็นต้องเลือกเฟ้นนาฬิกาเพื่อใช้สำหรับการเดินเรืออย่างเข้มงวด โดยข้อกำหนดต่างๆ สำหรับนาฬิกาเดินเรือนั้น ถูกกำหนดโดย ‘United Kingdom Hydrographic Office’ (ยูไนเต็ด คิงดอม ไฮโดรกราฟิก ออฟฟิศ) หรือ UKHO หน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักรที่ก่อตั้งเมื่อปี 1795 ที่มีจุดมุ่งหมายในการสืบค้นและจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ของมหาสมุทรทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นกระแสน้ำ ทิศทางการไหลเวียน การแปรผันคลื่นลม ความสูงคลื่น ร่องน้ำ แนวชายฝั่ง ภูมิอากาศในแต่ละช่วงเวลา เพื่อประโยชน์แก่เรือสินค้าและกองทัพเรือ ในการแล่นไปในคาบสมุทรต่างๆ ทั่วโลก โดยได้กำหนดมาตรฐานการเดินเรือและมาตรฐานส่วนเกี่ยวข้องไว้ อย่างครอบคลุมเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ รวมถึงดำรงไว้ซึ่งสมุทรานุภาพของกองทัพเรืออย่างเข้มแข็ง

 

เมื่อแรกเริ่มในปี 1795 นั้น กษัตริย์จอร์จที่ 3 (King George III) มีพระราชประสงค์ให้จัดตั้งหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านสมุทรศาสตร์ขึ้นเพื่อประโยชน์แก่กองเรือแห่งสหราชอาณาจักรทั้งปวง โดยได้พระราชทาน แต่งตั้งให้ Alexander Dalrymple (อเล็กซานเดอร์ ดาลริมเพิล) อดีตผู้การเรือ และนักสมุทรศาสตร์ผู้มีความเชี่ยวชาญคนแรกของสหราชอาณาจักรเป็นผู้ก่อตั้งหน่วยงาน เพราะตัว Dalrymple นั้นเดินทางท่องมหาสมุทรเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ อย่างมากมายหลายพื้นที่ อาทิ มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ และแถบทวีปออสเตรเลีย โดยได้เก็บข้อมูลสมุทรศาสตร์อันสำคัญให้แก่กองทัพเรือ รวมถึงจัดทำแผนที่ และด้วยความเชี่ยวชาญอย่างยอดเยี่ยม ทำให้ได้รับคัดเลือกเข้าสู่ ‘Royal Society of London’ (โรยัล โซไซตี ออฟ ลอนดอน) หรือ ‘ราชสมาคมแห่งลอนดอน’ อันเป็นราชสมาคมแห่งนักปราชญ์ด้านวิทยาศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร และเกียรติประวัติเช่นนี้เอง ทำให้ Dalrymple ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระเจ้าจอร์จที่ 3 ในการเป็นผู้นำในสถานบัน UKHO เป็นคนแรก และ UKHO ได้เป็นผู้เริ่มการบุกเบิกการเดินทางสู่โลกใหม่ในหลายภารกิจอันโด่งดัง อาทิ ‘Challenger Expedition’ (ชาลเลนเจอร์ เอ็กซ์พีดิชั่น) ที่นำโดยเรือ ‘HMS Challenger’ (เอชเอ็มเอส ชาลเลนเจอร์) กับการเดินทาง  ไปในคาบสมุทรต่างๆ ทั่วโลก รวมแล้วกว่า 130,000 กิโลเมตร เพื่อค้นหา บุกเบิก และเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ โดยมีนักวิทยาศาสตร์และนักเดินเรือมากความสามารถร่วมเดินทาง

 

Alexander Dalrymple, 1737-1808

 

ตลอดระยะเวลา UKHO ได้สร้างมาตรฐานและให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อนักเดินเรือและกองทัพมาอย่างยาวนาน จนมาถึงยุคปี 1940s ซึ่งเป็นห้วงแห่งความคุกรุ่นของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ UKHO ยังมีความต้องการนาฬิกาสำหรับการเดินเรือเป็นอย่างมากเพราะถือเป็นช่วงเวลาสงคราม และต้องการนาฬิกาที่สามารถอ้างอิงได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องการการดูแลรักษาใดๆ มากนัก โดย Vacheron Constantin (วาเชอรอง คอนสแตนติน) หรือ Vacheron & Constantin (วาเชอรอง แอนด์ คอนสแตนติน) ชื่อในขณะนั้น ได้ผลิตนาฬิการูปแบบ ‘Deck Chronomenter’ (เดค โครโนมิเตอร์) ให้แก่ UKHO ในตัวเรือนเงินแท้ขนาด 60.0 มิลลิเมตร พร้อมหลักชั่วโมงแบบอารบิก ตัดด้วยเข็มชี้ ‘Blued-steel’ (บลูด์สตีล) ที่อ่านค่าได้เด่นชัด พร้อมขีดแสดงนาทีรอบหน้าปัด ทำงานด้วยกลไกไขลาน Cal.166 ที่ผลิตด้วยทองเหลือง ใช้ทับทิมกันการสึกหรอ 21 เม็ด ผลิตสปริงสายใยแบบ ‘Breguet’ (เบรเกต์) จาก ‘Blued-steel’ โดยความพิเศษของกลไกที่ Vacheron & Constantin เลือกใช้นี้เป็นการใช้ ‘Balance Wheel’ (บาลานซ์ วีล) หรือจักรกลอกแบบ ‘Guillaume’ (กิโญม) ที่คิดค้นโดย Charles Édouard Guillaume (ชาร์ลส์ เอดูอาร์ กิโญม) นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี 1920 เขาเป็นผู้คิดค้นโลหะผสมนิเกิลอัลลอยที่เรียกว่า ‘Invar’ (อินวาร์) โลหะชนิดพิเศษที่โครงสร้างทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และถูกนำมาใช้ในสปริงของกลไกนาฬิกา เพื่อให้กลไกสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำแม้สภาพอุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงเป็นที่มาของการใช้จักรกลอกแบบ ‘Guillaume’ และได้ถูกใช้ในกลไกนาฬิกาแบบโครโนมิเตอร์เพื่อให้กลไกสามารถทำงานได้ทุกสภาวะการใช้งาน และตัว Guillaume เองก็ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานมาตรฐานชั่งตวงวัดนานาชาติอีกด้วย ทำให้กลไกของเขาได้รับความนิยมสำหรับกลไกนาฬิกาที่ต้องการความแม่นยำสูง

นาฬิกาพกตัวเรือนเงินแท้จาก Vacheron & Constantin ในรูปแบบนาฬิกาพก และเมื่อประกอบลงในกล่องไม้เรียบร้อยแล้ว

 

นาฬิกา ‘Marine Chronometer’ หรือ ‘Deck Chronomenter’ ของ Vacheron & Constantin เรือนนี้มาพร้อมกล่องไม้จาก Dennison (เดนนิสัน) ที่ป้องกันนาฬิกาจากความชื้นและไอทะเล  ต่างๆ ติดตั้งโดยวางเรือนนาฬิกาพกลงในเบ้าทองเหลืองพร้อมกรอบทองเหลืองที่ยึดไว้ในกล่องไม้ โดยผลงานเรือนนี้ทำราคาในการประมูลของสถาบัน ‘Antiquoroum’ (แอนติควอรุม) ที่นครเจนีวาเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา ในราคา 6,250 ฟรังก์สวิส

 

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up