UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCREDOR LOCOMOTIVE LIMITED EDITION - การเกิดใหม่ของลูกครึ่งสวิส-ญี่ปุ่น

CREDOR LOCOMOTIVE LIMITED EDITION – การเกิดใหม่ของลูกครึ่งสวิส-ญี่ปุ่น

by: ‘TomyTom’

 

เนื่องใน ค.ศ. 2024 นี้เป็นปีครบอายุ 50 ของ Credor (เครดอร์) หนึ่งในแบรนด์นาฬิการะดับสูงของ Seiko (ไซโก) แห่งประเทศญี่ปุ่น ทาง Seiko จึงทำการเฉลิมฉลองด้วยการผลิตนาฬิการุ่นพิเศษเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับวาระนี้ และหนึ่งในนาฬิกาเหล่านั้นก็คือ Locomotive (โลโคโมทีฟ) นาฬิการุ่นสำคัญในอดีต ซึ่งเรือนร่างภายนอกออกแบบโดย Gérald Genta (เฌรัลด์ ฌองตา) นักออกแบบนาฬิกาชื่อก้องโลกชาวสวิสผู้ล่วงลับ ซึ่งทางคณะทำงานของ Credor เลือกนำมาสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งโดยยึดถือดีไซน์ดั้งเดิมจากภาพสเกตช์ของ Genta อย่างเต็มที่ เห็นได้จากดีไซน์ของตัวเรือนกับสายที่เป็นแบบ ‘Integrated’ (อินทีเกรเตด) ประสานร่วมอย่างกลมกลืน โดยเป็นการสร้างขึ้นมาแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ที่จำกัดจำนวนไว้เพียง 300 เรือน

ภาพสเกตช์ดั้งเดิมของ Gérald Genta

MITSUBISHI

 

ความสัมพันธ์ของ Seiko และ Genta เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1970s แล้ว ซึ่งก็เป็นยุคเดียวกับที่นาฬิกาเลื่องชื่อที่ดำรงคงอยู่จนถึงปัจจุบันอย่าง Audemars Piguet Royal Oak (โอเดอมาร์ส ปิเกต์ รอยัล โอ๊ก) และ Patek Philippe Nautilus (ปาเต็ก ฟิลิปป์ นอติลุส) ถือกำเนิด เมื่อดูจากดีไซน์จึงไม่น่าแปลกใจที่แลดูมีความสัมพันธ์กัน โดยเป็นนาฬิกาสไตล์สปอร์ตหรู สาย ‘Integrated’ ที่ตัวเรือนและสายมีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และนาฬิกา Credor Locomotive ก็มีคุณลักษณะเช่นนั้นด้วย โดยชื่อ ‘Locomotive’ ก็เป็นชื่อที่ Genta ตั้งให้กับนาฬิการุ่นนี้ด้วยตนเอง โดยเปิดตัวครั้งแรกใน ค.ศ. 1979

Credor Seiko Locomotive รุ่นดั้งเดิมจากปี 1979

 

Credor Locomotive Limited Edition ปี 2024

 

ตัวเรือนที่ Genta ออกแบบขึ้นนั้น มีรูปทรงแปลกตาด้วยการเป็นทรงหกเหลี่ยมขอบมน และมีสกรูหัวหกเหลี่ยมชิ้นใหญ่ 6 ตัว ยึดอยู่ ณ มุมทั้ง 6 โดยหนนี้เป็นสกรูที่มีหน้าที่ยึดขอบตัวเรือนเข้ากับตัวเรือนจริงๆ ไม่ได้เป็นแค่การตกแต่งเหมือนรุ่นต้นฉบับ ส่วนเม็ดมะยมที่มีขนาดใหญ่และหนาโดยเซาะร่องส่วนปลายให้เป็นรูปหกเหลี่ยมเช่นเดียวกับหัวสกรูด้านหน้าก็วางตำแหน่งไว้ที่ใกล้กับ 4 นาฬิกา เช่นเดิม แต่ถูกปรับให้อยู่ต่ำลงมาอีกประมาณหนึ่งให้ตรงกับตำแหน่ง 4 นาฬิกา เพื่อให้คล้ายกับภาพสเกตช์ยิ่งขึ้น อันเป็นตำแหน่งที่ลงตัวมากสำหรับรูปทรงตัวเรือนเช่นนี้ การปัดลายซาตินแนวดิ่งที่ระนาบราบทั้งด้านหน้าและด้านข้าง สลับกับการขัดเงาที่ระนาบเอียงของตัวเรือนและสายก็ยังคงเหมือนเดิม รวมไปถึงข้อสายคู่ที่เป็นทรงหกเหลี่ยม ล้อกันไปกับรูปทรงของตัวเรือนด้วย

 

ตัวเรือนและสายที่จากเดิมเป็นสเตนเลสสตีลนั้น ในรุ่นกลับมาเกิดใหม่นี้ทาง Credor เลือกใช้ไทเทเนียมชนิดความหนาแน่นสูง ซึ่งเบากว่าตัวเรือนสเตนเลสสตีลถึง 30% และมีความทนทานต่อการขีดข่วนมากกว่า ขนาดตัวเรือนอยู่ที่ 38.8 มิลลิเมตร หนา 8.9 มิลลิเมตร กระจกหน้าปัดเป็นคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนที่ฝั่งด้านใน เม็ดมะยมเป็นแบบขันเกลียวเพื่อทำให้กันน้ำได้ถึงระดับ 10 บาร์ หรือเทียบเท่ากับ 100 เมตร รูปทรงของสายก็เป็นแบบกว้างด้านบนสอบด้านล่างเช่นเดิม ส่วนตัวล็อกเป็นแบบบานพับ 3 ทบ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด ฝาหลังเป็นแบบแผ่นทึบ ยึดด้วยสกรูหัวแบน 6 ตัว ณ มุมทั้ง 6 ของตัวเรือน โดยบนฝาหลังมีการสลักข้อความ ‘Limited Edition’ พร้อมหมายเลขลำดับประจำเรือน ‘No.XXX/300’ เอาไว้อย่างชัดเจนด้วย

 

หน้าปัดของนาฬิการุ่นนี้ใช้สีดำที่มีแรงบันดาลใจมาจากสีของหัวรถจักรไอน้ำ ร่วมด้วยการสลักลวดลายแบบเส้นประกายแสงอาทิตย์แผ่จากจุดศูนย์กลางที่ไม่ได้เป็นเส้นเรียบตรง ซึ่งด้วยเทคโนโลยีในการตกแต่งหน้าปัดของยุคปัจจุบันก็ทำให้ลายเส้นมีความประณีตละเอียดยิ่งกว่ารุ่นดั้งเดิมมาก ก่อให้เกิดประกายที่งดงามจากทุกมุมมอง โดยทางแบรนด์บอกว่ามีเส้นอยู่มากถึงราว 1,600 เส้น ด้วยกัน

 

ทั้งยังมีองค์ประกอบที่เหมือนกับภาพสเกตช์ที่ Genta วาดไว้ยิ่งกว่ารุ่นดั้งเดิม เห็นได้จากลายเส้นบนหน้าปัดดังที่กล่าวไป รูปร่างของหลักชั่วโมงที่เปลี่ยนจากแท่งสีเงินทรงเหลี่ยมคมมาเป็นแท่งสีเงินขอบมน และมีการเบิ้ลแท่งคู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ขณะที่เข็มชั่วโมงกับเข็มนาทียังเป็นทรงใบพายขอบมนเช่นเดิม และที่หลักชั่วโมงกับเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีก็ถูกเคลือบสารเรืองแสง ‘LumiBrite’ (ลูมิไบรท์) สีขาว เปล่งแสงสีเขียว ซึ่งแน่นอนว่าย่อมสว่างเจิดจ้ากว่าของรุ่นต้นฉบับ

 

ส่วนบนหน้าปัดจากรุ่นดั้งเดิมที่พิมพ์ชื่อ Credor และมีชื่อ Seiko ตัวอักษรเล็กกว่าอยู่ข้างใต้ ก็ปรับมาเป็นมีเฉพาะชื่อ Credor ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ Seiko ที่มีการแยกแบรนด์ระดับสูงกว่าออกมาจากแบรนด์ Seiko อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังเพิ่มกรอบเหลี่ยมขอบมนให้กับช่องหน้าต่างวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และมีคำว่า ‘Automatic’ (ออโตเมติก) พิมพ์อยู่เหนือตำแหน่ง 6 นาฬิกา ด้วย โดยข้อความและสเกลทั้งหมดถูกพิมพ์ด้วยสีขาวเช่นต้นฉบับ

 

จากรุ่นดั้งเดิมที่ใช้เครื่องควอตซ์ ซึ่งทำให้ตัวเรือนมีขนาดบางตามสัดส่วนที่ Genta ตั้งใจออกแบบไว้ ถูกเปลี่ยนมาเป็นกลไกจักรกล ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ ขึ้นลานด้วยมือได้ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 45 ชั่วโมง จำนวนทับทิม 26 เม็ด Cal.CR01 บอกเวลา 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่คาลิเบรอใหม่ที่ Seiko สร้างให้กับ Credor เป็นการเฉพาะ ด้วยขนาดตัวเครื่องที่ออกแบบให้บางเฉียบ เพื่อให้รักษาความบางของตัวเรือนตามเจตนารมณ์ของผู้ออกแบบเอาไว้ได้เช่นรุ่นดั้งเดิม

ราคาจำหน่ายของนาฬิกาผลิตจำนวนจำกัด 300 เรือน Credor Locomotive Limited Edition Ref.GCCR999 รุ่นนี้ ทางแบรนด์เรียกไว้ที่ 14,000 ยูโร หรือราว 557,000 บาท โดยจะเริ่มจำหน่ายในราวเดือนสิงหาคม 2024 ซึ่งหากใครอยากได้คงต้องรีบจองเป็นการด่วน

Gérald Genta

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up