UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCZAPEK ANTARCTIQUE GREEN METEOR - หน้าอุกกาบาตเขียวสุดโดดเด่น

CZAPEK ANTARCTIQUE GREEN METEOR – หน้าอุกกาบาตเขียวสุดโดดเด่น

by: ‘Mr.Big’

 

และแล้วก็ถึงเวลาที่ Czapek (ซาเป็ก) จะเผยโฉมสมาชิกใหม่ประจำปี 2024 จากคอลเลกชั่นขายดีของแบรนด์อย่าง Antarctique (แอนตาร์กตีค) ซึ่งครั้งนี้ก็ยังคงส่งผ่านความประทับใจในดีไซน์สปอร์ตหรูที่เป็นเอกลักษณ์ กับหน้าปัดที่ทำจากหินอุกกาบาต ที่ไม่ใช่อุกกาบาตที่หลายคนคุ้นตาทั่วไป แต่เป็นอุกกาบาตสีเขียวที่มาพร้อมลวดลายอันยูนีค ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นโดยธรรมชาติจากการเผาไหม้และเสียดสีกับชั้นบรรยากาศ ขอเชิญพบกับ Antarctique Green Meteor (แอนตาร์กตีค กรีน เมทีออร์)

MITSUBISHI

 

รุ่นนี้ยังคงสะท้อนดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเรือนที่ผลิตขึ้นจากสเตนเลสสตีล ขนาด 40.5 มิลลิเมตร หนา 10.6 มิลลิเมตร พร้อมผิวปัดลายด้านในลักษณะที่เป็นเส้นแผ่กระจายจากจุดศูนย์กลาง ขณะที่การกันน้ำยังคงทำได้ที่ 120 เมตร และติดตั้งกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ทรงกล่อง เคลือบด้วยสารกันแสงสะท้อน และประกอบเข้ากับสายสเตนเลสสตีลแบบ ‘Integrated’ (อินทีเกรเตด) ที่เชื่อมส่วนของสายและขาสายในดีไซน์สุดแนบเนียนประหนึ่งเนื้อเดียวกัน  พร้อมงานฟินิชิงพื้นผิวแบบปัดด้านสลับขัดมัน ดูตัดกันอย่างชัดเจน

 

หน้าปัดหินอุกกาบาตที่ปรากฏอยู่ในเรือนเวลารุ่นนี้เป็นอุกกาบาต ‘Gibeon’ (กิเบียน) ซึ่งเป็นอุกกาบาตจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ จัดอยู่ในประเภทอุกกาบาตเหล็ก มีส่วนผสมหลักเป็นโลหะและนิกเกิลในสีเขียวอันแสนโดดเด่น พร้อมด้วยลวดลายริ้วขัดไขว้กันไปมา ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘Widmanstätten’ (วิดมานสตาทเทิน) อันเกิดจากการทำปฏิกิริยาความร้อนจากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศในระหว่างที่พุ่งตกลงมา จนได้ลวดลายที่แปลกตาและไม่ซ้ำกัน มีความสวยงามที่แตกต่างกันไป ส่วนการตกแต่งรายละเอียดต่างๆ ก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยติดตั้งหลักชั่วโมงทรงหัวกระสุนทั้ง 12 ตำแหน่ง เพื่อแสดงเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมแต้มสารเรืองแสงสีขาวเอาไว้เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการดูเวลาแม้ในที่มืด โดยมีชื่อแบรนด์ Czapek สีขาว พิมพ์ไว้บนพื้นหินอุกกาบาต

 

เบื้องหลังแผ่นหน้าปัดอุกกาบาตสีเขียว ยังคงบรรจุไว้ด้วยความยอดเยี่ยมของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.SXH5 ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกลไก 30.0 มิลลิเมตร หนา 4.2 มิลลิเมตร งดงามด้วยการจัดเรียงกลไกแบบ 3 มิติ บนแท่นเครื่องผิวทรายเคลือบด้วยสีดำ โดดเด่นด้วยชุดเกียร์ที่ถูกยึดไว้โดยโครงสะพานจักร 7 ชุด ซึ่งเป็นเลย์เอาท์ที่ได้แรงบันดาลใจจากกลไกของนาฬิกาพกสมัยโบราณ ใช้ชิ้นส่วนในการประกอบทั้งหมด 193 ชิ้น ทับทิมกันสึก 28 เม็ด มีความถี่ในการทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง ขึ้นลานผ่าน ‘Micro-rotor’ (ไมโครโรเตอร์) ที่ผลิตจากแพลทินัมรีไซเคิล 100% และมีการออกแบบเป็นพิเศษให้มีความหนาแตกต่างจากโรเตอร์ขึ้นลานทั่วไป พร้อมสลักข้อความด้วยเทคนิคการยิงเลเซอร์ ทั้งหมดนี้สามารถชื่นชมได้ผ่านฝาหลังที่กรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์ ผลิตมาให้ครอบครองกันแค่ 100 เรือนเท่านั้น ในราคาซึ่งตั้งไว้ที่ 25,000 ฟรังก์สวิส หรือตกอยู่ที่ราวๆ 1.02 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up