UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesEDOX SPORTSMAN CHRONOGRAPHE AUTOMATIC - กำเนิดใหม่แห่งเรือนมอเตอร์สปอร์ตระดับไอคอน

EDOX SPORTSMAN CHRONOGRAPHE AUTOMATIC – กำเนิดใหม่แห่งเรือนมอเตอร์สปอร์ตระดับไอคอน

by: ‘TomyTom’

 

Edox (เอด็อกซ์) นำลักษณะของนาฬิกาสไตล์มอเตอร์สปอร์ตแสนคลาสสิกที่ตนเคยผลิตออกจำหน่ายในปี 1972 กลับมาออกแบบสร้างขึ้นใหม่ในปีนี้ โดยยังคงรูปแบบที่มีแรงบันดาลใจมาจาก Sportsman Chronographe (สปอร์ตสแมน โครโนกราฟ) นาฬิกาที่ Edox ออกแบบสำหรับนักแข่งรถในยุคทศวรรษ 1970s เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ขอเชิญพบกับ Sportsman Chronographe Automatic (สปอร์ตสแมน โครโนกราฟ ออโตเมติก) นาฬิกา ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ผลิตจำนวนจำกัด 600 เรือน ที่ถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาสำหรับการฉลองวาระครบอายุ 140 ปี ของแบรนด์ด้วย จากดีไซน์ที่ทำซ้ำตามหนึ่งในนาฬิการะดับไอคอนแห่งประวัติศาสตร์ของ Edox

Edox Sportsman Chronographe รุ่นต้นฉบับจากยุค 1970s

Edox Sportsman Chronographe รุ่นต้นฉบับจากยุค 1970s (เรือนกลาง) ขนาบ 2 ฝั่งด้วยรุ่นรีเมค ปี 2024

MITSUBISHI

 

การออกแบบสไตล์เรโทรอย่างไม่ปราณี คือภารกิจที่ Edox กระทำกับนาฬิการุ่นนี้ เห็นได้ชัดตั้งแต่ดีไซน์ของตัวเรือนสเตนเลสสตีล ปัดลายประกายแสงจากจุดศูนย์กลางที่ฝั่งด้านบนสลับกับขัดเงาที่แนวด้านข้าง เม็ดมะยมขนาดใหญ่หนา ปุ่มกดทรงกระบอกขัดเงา องค์ประกอบบนหน้าปัดในดีไซน์แบบหลายสีที่มีวงหน้าปัดเล็ก 2 ตำแหน่ง ที่ 3 กับ 9 นาฬิกา เป็นกรอบทรง ‘Tonneau’ (ตอนโน) พื้นสีขาว ร่วมด้วยแนววงกลมและสเกลแบบเส้นประกายจากศูนย์กลาง สลับกับพื้นหน้าปัดหลักสีเข้ม ติดตั้งหลักชั่วโมงทรงเหลี่ยมกว้างบากร่องกลางเคลือบโรเดียม ล้อมทั้งหมดด้วยขอบหน้าปัดสีขาวพิมพ์สเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) เข็มกลางทั้ง 3 เป็นทรงเหลี่ยม และเข็มขนาดเล็กเล่มเรียว

 

หากนอกเหนือจากดีไซน์แล้ว Edox ยังเสริมความร่วมสมัยตามมาตรฐานนาฬิกายุคปัจจุบันเข้าไปอย่างแนบเนียน เริ่มตั้งแต่ขนาดตัวเรือนที่ 41.0 มิลลิเมตร หนา 16.8 มิลลิเมตร ผนึกแซพไฟร์คริสตัลทรงโดม กันน้ำได้ถึงระดับ 300 เมตร จากการใช้โอริงคู่ที่เม็ดมะยมและปุ่มกด เม็ดมะยมแบบขันเกลียว เคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวไว้กลางร่องของชิ้นหลักชั่วโมง จุดกลมในแนวสเกลวินาที ร่องขีดกลางของเข็มกลางทั้ง 3 ทั้งยังตกแต่งแนววงกลมในวงหน้าปัดจับเวลา 30 นาที ด้วยการแบ่งระยะเป็นแถบสีฟ้า น้ำเงิน แดง เพื่อสื่อถึงสีประจำสถาบันของ ‘BMW M Motorsport’ (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม มอเตอร์สปอร์ต) แผนกตกแต่งของ BMW ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Edox ในปัจจุบัน ส่วนเข็มจะใช้เป็น 2 สี คือเข็มบอกเวลาสีเงินที่เคลือบด้วยโรเดียม และเข็มจับเวลาเคลือบสีแดงสด ขณะที่ข้อความและตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ถูกพิมพ์ด้วยฟอนต์ที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับที่สุด

 

Edox สร้างนาฬิการุ่นนี้ออกมา 2 เวอร์ชั่น ต่างกันที่สีของหน้าปัดหลัก คือสีเทา ‘Vintage Grey’ (วินเทจ เกรย์) ร่วมกับสเกล ‘Tachymeter’ พิมพ์สีดำ และสีน้ำเงิน ‘Racing Blue’ (เรซิง บลู) ร่วมกับสเกล ‘Tachymeter’ พิมพ์สีน้ำเงิน ทั้งคู่ปัดผิวแบบลาย ‘Sunburst’ (ซันเบิร์สต์) ให้เกิดมิติประกาย และสอดคล้องต่อเนื่องกับแนวปัดลายบนฝั่งด้านหน้าของตัวเรือน ส่วนสายนาฬิกานั้นให้มา 2 เส้น ทั้งสายสเตนเลสสตีลแบบ ‘Mesh’ (เมช) ที่ถักทออย่างละเอียดน่าสวมใส่ พร้อมตัวล็อกแบบบานพับ ปลดล็อกด้วยปุ่มกดคู่ และสายสีน้ำตาลแดงที่เป็นหนังวัวผิวเรียบ เจาะรูกลมเพื่อระบายอากาศจากข้อมือ อันเป็นรูปแบบสายที่นิยมใช้กับนาฬิกาสไตล์มอเตอร์สปอร์ตในยุค 70s เพื่อเจ้าของจะได้สลับเปลี่ยนใช้งานได้ตามชอบใจ

 

กลไกที่เป็นขุมพลังให้กับนาฬิการุ่นนี้เป็นเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติ ฟังก์ชันโครโนกราฟระบบแคม จับเวลาได้ 30 นาที Cal.08 ซึ่งที่จริงแล้วเป็น Cal.SW510 BH b ของ ‘Sellita’ (เซลลิตา) ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ขนาด 30.0 มิลลิเมตร จำนวนทับทิม 27 เม็ด ซึ่งในสเปกของ ‘Sellita’ ระบุว่าสำรองพลังงานได้ราว 62 ชั่วโมง โดยโรเตอร์ผิวขัดลายประกายโค้งที่ใช้กับคาลิเบรอนี้จะมีการสลักตราสัญลักษณ์ฉลอง 140 ปี ของ Edox พร้อมระบุปี ‘1884-2024’ เอาไว้ให้แลเห็นได้จากฝาหลังกรุกระจกใส

 

Edox Sportsman Chronographe Automatic Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัด 2 เวอร์ชั่น สีหน้าปัดละ 600 เรือน พร้อมสลักเลขประจำเรือนบนวงฝาหลัง ถูกกำหนดราคาไว้ที่ 3,490 ฟรังก์สวิส หรือราว 142,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีขาย

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up