UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesFEARS ARCHIVAL 1930 & ARCHIVAL 1930 SMALL SECONDS - ฉลอง 175 ปีด้วยเรือนวินเทจแท้ทั้งดีไซน์และกลไก

FEARS ARCHIVAL 1930 & ARCHIVAL 1930 SMALL SECONDS – ฉลอง 175 ปีด้วยเรือนวินเทจแท้ทั้งดีไซน์และกลไก

by: ‘TomyTom’

 

ครั้งนี้ขอนำทุกท่านมาทำความรู้จักกับ Fears (เฟียร์ส) แบรนด์นาฬิการายเก่าแก่อีกแบรนด์หนึ่งที่ปีนี้มีอายุครบ 175 ปีแล้ว แต่อาจไม่คุ้นหูคนไทยนัก อาจด้วยความที่ไม่ใช่นาฬิกาสวิส แต่มีต้นกำเนิดมาจากอังกฤษ ที่น่าสนใจก็คือ แม้ผ่านเวลามาเนิ่นนานถึง 175 ปีแล้ว การดำเนินกิจการของ Fears ก็ยังคงอยู่ภายใต้การบริหารของตระกูลครอบครัวผู้ให้กำเนิดแบรนด์ โดยผู้นำขององค์กร ณ ปัจจุบันเป็นทายาทรุ่นที่ 6 แล้ว นับจากนักประดิษฐ์นาฬิกานาม Edwin Fear (เอ็ดวิน เฟียร์) ผู้เป็นบรรพบุรุษเริ่มตั้งเวิร์กช็อปและร้านจำหน่ายนาฬิกา ‘Edwin Fear’ ขึ้นที่ เลขที่ 33-35 บนถนนเรดคลิฟฟ์ ในเมืองบริสโตล ประเทศอังกฤษ เมื่อ ค.ศ. 1846 ต่อมาใน ค.ศ. 1908 ลูกชายของเขาก็ได้จดทะเบียนบริษัท และเปลี่ยนชื่อมาเป็น ‘Fears Limited’ (เฟียร์ส ลิมิเต็ด) ส่วนเรือนเอกที่เราหยิบยกมานำเสนอในครั้งนี้ เกี่ยวพันกับการดำเนินงานในช่วง ค.ศ. 1930 อันเป็นรอยต่อระหว่างทายาทรุ่นที่ 2 และ 3 นั่นก็คือนาฬิกาสุภาพบุรุษตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามสมัยนิยมในสไตล์ ‘Art Déco’ (อาร์ต เดโค) เพราะ Fears นำนาฬิกาเรือนนั้นมาเป็นต้นแบบในการสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนเดิมที่สุด โดยเปิดตัวออกมาในฐานะนาฬิกาผลิตจำนวนจำกัดที่ประกอบด้วยมือในประเทศอังกฤษ 2 รุ่น คือ Archival 1930 (อาร์คิวัล 1930) และ Archival 1930 Small Seconds (อาร์คิวัล 1930 สมอล เซกันด์ส) เพื่อฉลองวาระ 175 ปีของ Fears

MITSUBISHI

 

ทั้ง Archival 1930 และ Archival 1930 Small Seconds ถือเป็น 2 รุ่นแรกของคอลเลกชั่นใหม่ที่ Fears ให้ชื่อว่า ‘Archival’ ซึ่งแปลเป็นไทยว่า ‘จดหมายเหตุ’ โดยคอลเลกชั่นนี้เป็นการนำเสนอนาฬิกาที่สร้างขึ้นตามแบบนาฬิกาในอดีตของตน หากแต่ต่างไปจากที่หลายต่อหลายแบรนด์ทำกันอยู่แล้วด้วยการเจาะจงบรรจุกลไกวินเทจซึ่งเป็นเครื่อง ‘New-Old-Stock’ (นิวโอลด์สต็อก) แท้ๆ ที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนเท่านั้น ซึ่งสำหรับ Archival 1930 Small Seconds จะใช้กลไกไขลาน ทับทิม 15 ชิ้น ความถี่การทำงาน 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง กักเก็บพลังงานได้ 38 ชั่วโมง Cal.ETA 717 / ZentRa ของสวิสจาก ค.ศ. 1935 อันเป็นคาลิเบรอเดียวกับที่ Fears เคยใช้กับนาฬิกาในยุคทศวรรษ 1930s ส่วน Archival 1930 ซึ่งมีเข็มบอกเวลาเพียง 2 เข็ม จะใช้กลไกไขลาน ทับทิม 17 ชิ้น ความถี่ 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง กักเก็บพลังงานได้ 40 ชั่วโมง Cal.ETA 2360 ของสวิสจาก ค.ศ. 1968 แต่ไม่ต้องห่วงว่ากลไกที่มีอายุกว่า 80 ปี และกว่า 50 ปี จะเสื่อมประสิทธิภาพ เพราะทาง Fears ได้ทำการปรับสภาพด้วยฝีมือของเวิร์กช็อปในอังกฤษมาเป็นที่เรียบร้อย และมีการเปลี่ยนมาใช้สปริงลานที่มีคุณภาพสูงขึ้นด้วย แต่หากจะให้คล้ายกับเรือนต้นฉบับจริงๆ ก็จะต้องเป็น Archival 1930 Small Seconds ที่มีเข็มวินาทีขนาดเล็ก ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ขณะที่ Archival 1930 ที่มีเพียงเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีนั้นจะให้ความรู้สึกที่ทันสมัยกว่า แต่การใช้เครื่องต่างคาลิเบรอกันเช่นนี้ก็ทำให้ตัวเรือนของรุ่นไร้เข็มวินาทีมีความหนาเพียง 8.54 มิลลิเมตร ซึ่งบางกว่าความหนา 9.28 มิลลิเมตร ของรุ่น Small Seconds อยู่เล็กน้อย

 

ตัวเรือนของทั้ง 2 รุ่น มีขนาด 22.0 x 40.0 มิลลิเมตร และมีระยะขาสายกว้าง 20.0 มิลลิเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับเรือนต้นฉบับแล้วจะใหญ่กว่ามากพอควร ทั้งนี้ก็เพื่อให้เหมาะกับการสวมใส่ในยุคปัจจุบัน โดยเป็นขนาดที่ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง หากแต่สัดส่วนและรูปทรงยังคงเดิมทุกประการ ซึ่งก็รวมถึงลักษณะการขัดเงาบนส่วนสัน และการปัดลายตามแนวยาวบนฝั่งด้านข้างตัวเรือน และดีไซน์ฝาหลังชนิดแผ่นทึบที่สร้างให้มีความโค้งรับข้อมือ แม้แต่เม็ดมะยมก็ใช้รูปทรงเดิม แต่มีขนาดใหญ่และหนาขึ้น และมีการสลักร่องลึกเป็นสัญลักษณ์ ‘Pipette’ (พิเพท) ของ Fears ไว้ด้วย รวมถึงดีไซน์บนพื้นหน้าปัดแบบ ‘Vintage Champagne’ (วินเทจ แชมเปญ) งานผลิตจากเยอรมนี ซึ่งเป็นการพ่นชั้นทรายเป็นสีแชมเปญลงบนแผ่นหน้าปัดเคลือบทอง 18K ขัดเงา โดยมีการเว้นแนวกรอบให้เห็นเป็นแนวเส้นทอง และตัดขอบด้วยการพิมพ์เส้นสีดำคั่นระหว่างสเกลนาทีแบบรางรถไฟพิมพ์ด้วยสีดำกับพื้นที่ส่วนกลาง ตลอดจนองค์ประกอบต่างๆ อย่างฟอนต์ชื่อแบรนด์และฟอนต์เลขอารบิกสไตล์ ‘Art Déco’ แนวผอมสูงของหลักชั่วโมงกับหลักวินาทีที่พิมพ์ด้วยสีดำเงา สเกลวินาทีแบบรางรถไฟทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพิมพ์ด้วยสีดำ ไปจนถึงเข็มสเตนเลสสตีลขัดเงาที่ผ่านการให้ความร้อนจนกลายเป็นสีน้ำเงิน แต่ปรับรูปทรงเล็กน้อยมาเป็นลักษณะหลอดขนาดเล็กที่เรียกว่า ‘Pipette’ หรือ ‘Fears-shaped’ (เฟียร์สเชพด์) อันเป็นอีกหนึ่งดีไซน์เฉพาะตัวของ Fears ที่ปรากฏอยู่ในนาฬิกาทุกคอลเลกชั่นในปัจจุบัน โดยเป็นผลงานการผลิตจากเยอรมนีเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงอีกประการหนึ่งก็คือ ข้อความบนหน้าปัดที่เรือนต้นฉบับเคยพิมพ์ว่าเป็น ‘Swiss Made’ (สวิส เมด) ได้ถูกเปลี่ยนมาเป็น ‘England’ (อิงแลนด์) เพื่อแสดงความเป็นอังกฤษ

 

นอกจากการยึดถือรูปแบบดั้งเดิมเป็นหลักในแทบทุกรายละเอียดบนตัวเรือนขัดเงาแล้ว ทาง Fears ยังซ่อนประสิทธิภาพของวัสดุสมัยใหม่เข้าไปอย่างแนบเนียน อาทิ ตัวเรือนสเตนเลสสตีลเกรด 316L ที่ผลิตในเยอรมนี กระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ทรงโค้งรับกับตัวเรือน (แต่ไม่โป่งตรงส่วนกลางเหมือนต้นฉบับ) ผลิตในฮ่องกง แต่นำมาเคลือบสารกันแสงสะท้อนชนิด ‘ARdur®’ (อาร์ดูร์) ของสวิส ซึ่งมีคุณสมบัติลดการเกิดแสงสะท้อนได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นอันดับต้นๆ ในปัจจุบันไว้ทั้ง 2 ฝั่ง ความสามารถในการกันน้ำได้เทียบเท่า 30 เมตร ตลอดจนสายหนังวัวสีแดงเลือดวัวตัดเย็บในสไตล์ ‘Art Déco’ ด้วยมือในเบลเยียม โดยใช้หนังจากโรงฟอกหนังเก่าแก่ในบริสโตล ‘Thomas Ware & Sons’ (โธมัส แวร์ แอนด์ ซันส์) แห่งเดียวกับที่ Fears ใช้ในทศวรรษ 1930s แต่ประกบฝั่งด้านในด้วยแผ่นอัลคันทาราสีน้ำเงิน อันเป็นสีประจำตัวของ Fears ผลิตในอิตาลี ซึ่งมีผิวนุ่มนวลและมอบความสบายยามสวมใส่ ส่วนตัวล็อกเป็นแบบหัวเข็มขัดสเตนเลสสตีลดีไซน์วินเทจที่มีการปัดลายด้านข้าง และขัดเงาด้านบนเช่นเดียวกับตัวเรือน พร้อมสลักร่องลึกเป็นโลโก้ ‘Fears’ แบบดั้งเดิม โดยมีให้เลือกทั้งขนาดสั้นสำหรับผู้หญิงและเส้นยาวสำหรับผู้ชาย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล่องบรรจุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวยาวบางที่ทำจากไม้แอ็ชอังกฤษทาสีน้ำเงินประจำตัวของ Fears ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากกล่องบรรจุนาฬิกาที่ Fears เคยใช้ในสมัยก่อน โดยบุภายในด้วยหนังกลับแท้สีครีม

 

จำนวนการผลิตของนาฬิกา 2 รุ่นนี้ถูกจำกัดไว้ที่ 175 เรือน เท่ากับอายุของ Fears ณ ค.ศ. 2021 นี้ โดยแบ่งเป็น Archival 1930 จำนวน 136 เรือน ตั้งราคาไว้ที่ 3,500 ปอนด์ หรือราว 162,000 บาท และ Archival 1930 Small Seconds อีก 39 เรือน ซึ่งตัวเลข 39 ก็เป็นความตั้งใจในการสื่อความหมายถึงช่วงเวลา 39 ปี ที่ Fears หยุดดำเนินกิจการไป นั่นก็คือ ค.ศ. 1976 ท่ามกลางยุควิกฤตการณ์ควอตซ์ที่ถาโถม จนกระทั่งทายาทของตระกูล Fear นาม Nicholas Bowman-Scargill (นิโคลาส โบว์แมน สการ์กิล) ซึ่งขณะนั้นเป็นช่างนาฬิกาฝึกหัดของ Rolex (โรเล็กซ์) ในกรุงลอนดอน เปิดตัวบริษัท Fears ขึ้นใหม่ พร้อมนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่เมื่อปลาย ค.ศ. 2016 โดยสำหรับ Archival 1930 Small Seconds นั้นกำหนดราคาไว้ที่ 3,950 ปอนด์ หรือราว 183,000 บาท

ความเก๋อีกประการหนึ่งก็คือ การบ่งบอกว่าเป็นเรือนลำดับที่เท่าใดใน 175 เรือนนั้น ดูได้จากเลขปีที่สลักเป็นร่องลึกอยู่กลางฝาหลัง ซึ่งทั้ง 175 เรือน จะไม่ซ้ำกัน โดย Small Seconds จะเริ่มตั้งแต่ปี 1977 ถึงปี 2015 อันเป็นช่วงปีที่บริษัทหยุดดำเนินกิจการไป ส่วนรุ่น 2 เข็ม จะเป็นช่วงปีของบริษัทในยุคแรกคือ 1846 ถึงปี 1976 และ 2016 ถึงปี 2021 อันเป็นช่วงปีนับตั้งแต่เริ่มกลับมาดำเนินการใหม่จนถึงปัจจุบัน โดยทาง Fears ได้เปิดให้สั่งจองกันแล้ว ส่วนการส่งมอบจะเริ่มขึ้นราวปลายเดือนตุลาคม 2021 นี้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up