UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBLANCPAIN FIFTY FATHOMS BATHYSCAPHE IN SEDNA GOLD - น้ำเงินงามล้ำลึกบนเรือนทองเซดนา

BLANCPAIN FIFTY FATHOMS BATHYSCAPHE IN SEDNA GOLD – น้ำเงินงามล้ำลึกบนเรือนทองเซดนา

by: ‘TomyTom’

 

เมื่อตัวเรือนทอง ‘Sedna’ (เซดนา) 18K และสเกลทอง ‘Ceragold’ (เซราโกลด์) บนแผ่นวงแหวนขอบตัวเรือนเซรามิกพัฒนาขึ้นโดยแบรนด์ในเครือ ‘Swatch Group’ (สวอทช์ กรุ๊ป) ได้แก่ Omega (โอเมก้า) ทาง Blancpain (บลองแปง) ซึ่งเป็นแบรนด์ร่วมเครือจึงนำทอง 18K สูตรพิเศษ ‘Sedna’ ซึ่งเป็นส่วนผสมของทองคำ ทองแดง และพัลลาเดียมอัลลอย และให้สีทองชาดที่สุกปลั่งคงทนยาวนาน และกรรมวิธีฝังเนื้อทองลงบนเนื้อเซรามิกที่เรียกว่า ‘Ceragold’ มาใช้กับนาฬิกาของตนด้วย ล่าสุดนำเสนอผ่าน Fifty Fathoms Bathyscaphe (ฟิฟตี ฟาธอมส์ บาธีสเคป) อันเป็นทายาทนาฬิกาดำน้ำระดับตำนานของโลก จับคู่มากับหน้าปัดสีน้ำเงินดุจสีใต้ท้องทะเลลึกเช่นเดียวกับสีของวงแหวนเซรามิกซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ 2 ของ Fifty Fathom Bathyscaphe ที่ใช้ตัวเรือนทอง ‘Sedna’ และสเกล ‘Ceragold’ หลังจากที่ออกเวอร์ชั่นหน้าปัดและวงแหวนเซรามิกสีดำมาก่อนแล้ว

 

ความยิ่งใหญ่ของ Fifty Fathoms ตั้งต้นมาจากปี 1953 ที่ทาง Blancpain ผลิตนาฬิกาดำน้ำระดับมืออาชีพขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก โดยให้ชื่อว่า Fifty Fathoms และต่อมาอีกไม่กี่ปีให้หลังรุ่น Bathyscaphe ก็ถูกผลิตขึ้นมาเป็นทางเลือกในตระกูล Fifty Fathoms ด้วยขนาดตัวเรือนที่จงใจสร้างให้เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าการเป็นนาฬิกาดำน้ำดีไซน์จริงจังอย่างรุ่นปกติ Blancpain ยุคปัจจุบันได้รื้อฟื้นตำนานของ Fifty Fathoms Bathyscaphe ให้กลับมาโลดแล่นในโลกเวลาอีกครั้งเมื่อปี 2013 โดยเปิดตัวเพื่อร่วมฉลองวาระปีที่ 60 ของ Fifty Fathoms ก่อนจะนำเสนอเวอร์ชั่นและฟังก์ชันต่างๆ ออกมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน และ Fifty Fathoms Bathyscape ตัวเรือนทอง ‘Sedna’ 18K คู่กับขอบตัวเรือนเซรามิกสีน้ำเงินพร้อมสเกล ‘Ceragold’ และหน้าปัดสีน้ำเงินปัดลาย ‘Sunburst’ (ซันเบิร์สต์) ก็คือผลงานชิ้นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวออกมาในปีนี้

 

หลักชั่วโมง เข็มชี้ และกรอบหน้าปัดสีทองชาด ถูกนำมาใช้เพื่อให้สอดคล้องกับสีของตัวเรือน และแน่นอนว่าต้องมีการแต้มสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ไว้บนทุกหลักชั่วโมง เข็มชี้ และตำแหน่ง 12 นาฬิกา บนขอบตัวเรือน ตามมาตรฐานนาฬิกาดำน้ำ ขณะที่ส่วนปลายของเข็มวินาทีถูกเคลือบด้วยสีแดงเพื่อเพิ่มสีสัน และที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็นรูปทรงของเข็มชั่วโมงและนาทีที่มีส่วนกลางเป็นสี่เหลี่ยมผืนยาว ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับรุ่น Bathyscaphe ในยุคทศวรรษ 1950s โดยตัวเรือนทอง ‘Sedna’ 18K ขนาด 43.0 มิลลิเมตร หนา 13.4 มิลลิเมตร ปัดลายซาติน กันน้ำได้ 300 เมตร จับคู่มากับสาย 2 ชนิด คือสายผ้าใบสีน้ำเงิน Ref.5000-36S40-O52A และสายผ้าแบบ ‘NATO’ (นาโต) สีน้ำเงิน Ref.5000 36S40 NAOA ให้เลือกเป็นเจ้าของกันตามชอบใจ โดยไม่ว่าจะเลือกสายชนิดใด ทาง Blancpain ก็ตั้งราคาไว้เท่ากันคือ 822,300 บาท

กลไกที่ใช้ขับเคลื่อนยังคงเป็นชนิดขึ้นลานอัตโนมัติ จำนวนทับทิม 35 ชิ้น ชิ้นส่วน 227 ชิ้น ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง แสดงเวลาแบบ 3 เข็มพร้อมฟังก์ชันวันที่ Cal.1315 ซึ่งเป็นงานการพัฒนาและผลิตแบบ ‘In-house’ โดย Blancpain เอง คุณสมบัติเด่นของคาลิเบรอนี้ก็คือมีตลับลานต่ออนุกรมกันถึง 3 ชุด ทำให้มอบกำลังสำรองได้นานถึง 5 วัน (120 ชั่วโมง) ทั้งยังมีความเที่ยงตรงและความทนทานเป็นเลิศจากการใช้สายใยจักรกลอก ‘Silicon’ (ซิลิกอน) บวกกับงานตกแต่งอย่างพิถีพิถันบนชิ้นส่วนกลไกและความงามเลิศของแผ่นโรเตอร์ทอง ‘Sedna’ 18K ที่เป็นการผสานรูปแบบผิวทราย ‘Sandblasted’ (แซนด์บลาสต์ด)  ร่วมกับงานปัดลายซาติน โดยเปิดโอกาสให้ชื่นชมความงามได้ทางฝาหลังกรุแผ่นคริสตัลแซพไฟร์

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up