UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesFLOW IN RED GOLD - เวอร์ชั่นใหม่ของเรือนเวลาแอโรไดนามิก

FLOW IN RED GOLD – เวอร์ชั่นใหม่ของเรือนเวลาแอโรไดนามิก

by: ‘TomyTom’

 

HM9 Flow (เอชเอ็มไนน์ โฟลว) เป็นคอลเลกชั่นล่าสุดในกลุ่มนาฬิกาดีไซน์ล้ำ Horological Machine (ออโรโลจิคัล แมชีน) ที่ MB&F (เอ็มบีแอนด์เอฟ) สร้างขึ้นมาโดยเปิดตัวเวอร์ชั่นแรกในปี 2018 ด้วยตัวเรือนไทเทเนียมใน 2 เอดิชั่น คือ ‘Air’ (แอร์) และ ‘Road’ (โรด) ผลิตจำนวนจำกัดเอดิชั่นละ 33 เรือน แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ HM9 Flow นั้นมาจากการผสมผสานรูปทรงของเครื่องยนต์ไอพ่นเข้ากับรูปทรงสไตล์เพรียวลมล้ำสมัยของเครื่องบินและรถยนต์ในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งก็คือยุคทศวรรษที่ 1940s และ 1950s อันเป็นช่วงเวลาที่การสร้างยานพาหนะมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางด้านอากาศพลศาสตร์ ตัวอย่างที่ MB&F ยกให้เป็นแรงบันดาลใจก็คือสุดยอดวิศวกรรมยานพาหนะในยุค 1940s อย่างรถยนต์ Mercedes-Benz W196 Streamliner (เมอร์เซดีส-เบนซ์ ดับเบิลยู 196 สตรีมไลเนอร์) Buick Streamliner (บิวอิค สตรีมไลเนอร์) และเครื่องบิน De Havilland Venom (เดอ ฮาวิลแลนด์ วีนอม) ดีไซน์ในภาพรวมถูกนำเสนอด้วยรูปทรงตัวเรือนแบบ 3 มิติสุดซับซ้อน จัดวางหน้าปัดเข็มอนาล็อกเป็นแนวตั้งอยู่ทางด้านล่างในอารมณ์เดียวกับรุ่น HM4 โดยความแตกต่างของเอดิชั่น ‘Air’ และ ‘Road’ ถูกแยกอย่างชัดเจนด้วยรายละเอียดบนหน้าปัดว่าเป็นลักษณะของนาฬิกาสไตล์นักบิน หรือรูปแบบของมาตรวัดบนหน้าปัดรถยนต์ในยุคก่อน

 

ล่วงเลยจากเวอร์ชั่นแรกมา 1 ปีเต็ม บัดนี้เวอร์ชั่นที่ 2 ของ HM9 Flow ก็เผยโฉมออกมาแล้ว โดยคราวนี้ใช้ตัวเรือนเป็นวัสดุทองชาด 18K ซึ่งก็ยังคงมี 2 เอดิชั่น คือ ‘Air’ กับ ‘Road’ เหมือนเวอร์ชั่นแรก บรรจุด้วยเครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) พลังงานสำรอง 45 ชั่วโมง ขึ้นลานด้วยมือ ที่ออกแบบสร้างขึ้นมาใช้กับ HM9 Flow โดยเฉพาะ ทั้งยังมิใช่เครื่องพื้นๆ ทั่วไป แต่ถูกสร้างให้มีชุดจักรกลอกทำงานที่ความถี่ 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง ถึง 2 ชุด วางตัวและทำงานแยกจากกันโดยอิสระ สามารถมองเห็นได้ผ่านกระจกแซพไฟร์คริสตัลทรงโดม 2 ชิ้น คั่นด้วยกระจกแซพไฟร์คริสตัลทรงโค้งอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งเมื่อมองทะลุเข้าไปจะเห็นชุดกลไกที่ทำหน้าที่เฉลี่ยอัตราการเคลื่อนไหวของจักรกลอกทั้ง 2 ชุด เพื่อให้เข็มชั่วโมงและนาทีบนหน้าปัดแสดงเวลาได้อย่างเที่ยงตรง

HM9 Flow RG ‘Road’

 

ตัวเรือนของ HM9 Flow เวอร์ชั่นตัวเรือนทองชาด 18K ยังคงมีขนาดเท่ากับเวอร์ชั่นไทเทเนียม คือ 57.0 x 47.0 x 23.0 มิลลิเมตร กรุกระจกแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนถึง 5 ชิ้น โดยจะจับคู่มากับสายหนังวัวสีน้ำตาลเข้ม ล็อกด้วยบานพับไทเทเนียมสลับทองชาด 18K ความแตกต่างของเอดิชั่น ‘Air’ กับ ‘Road’ ของเวอร์ชั่นนี้ นอกจากดีไซน์หน้าปัดที่ต่างกันแล้ว การตกแต่งกลไกก็ต่างกัน โดยเอดิชั่น ‘Air’ จะตกแต่งแท่นเครื่องด้วยเทคนิค NAC ส่วน ‘Road’ จะเคลือบโรเดียมบนแท่นเครื่องและเคลือบทองบนจักรกลอก สำหรับจำนวนการผลิตของเวอร์ชั่นทองชาด 18K นี้ ทาง MB&F กำหนดไว้เพียงเอดิชั่นละ 18 เรือน จำหน่ายที่ราคา 188,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 5.75 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษีขาย)

HM9 Flow RG ‘Air’

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up