UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMean TimeFREE SPRUNG BALANCE

FREE SPRUNG BALANCE

04 story2

Q : ระบบ ‘Free Sprung Balance’ มีจุดเด่นอย่างไร?

A : ชิ้นส่วนกลไกของนาฬิกาที่มีผลต่อความเที่ยงตรงของนั้นมีจักรกลอกและสายใยจักรกลอกเป็นพระเอกที่มีผลทำให้อัตราการเดินช้าหรือเร็ว เมื่อช่างประดิษฐ์นาฬิกาประกอบจักรกลอกพร้อมสายใยลงในกลไกเรียบร้อยแล้ว นาฬิกาอาจจะเดินช้าหรือเร็วคลาดเคลื่อนไปบ้าง เช่น ปกติถ้าประกอบตามมาตรฐานแล้วเดินคลาดเคลื่อนประมาณ +/- 20 วินาที/วัน หลังจากที่สอบเทียบแล้ว ช่างจะปรับตัว ‘Regulator’ (เรกูเลเตอร์) ไปทาง + หรือทาง – เพื่อลดหรือเพิ่มความยาวของสายใยซึ่งมีผลโดยตรงต่ออัตราการเดินช้าลงหรือเร็วขึ้น เพื่อให้ได้อัตราการเดินที่เที่ยงตรงตามมาตรฐาน หลังจากปรับ ‘Regulator’ แล้วก็ถือเป็นอันเสร็จพิธี แต่ ‘Regulator’ นั้นหากมีแรงกระแทกแรงๆ มากระทำที่กลไก ก็อาจทำให้ ‘Regulator’ เลื่อนไปจากตำแหน่งที่เคยปรับตั้งไว้ ซึ่งมีผลโดยตรงทำให้นาฬิกาเดินคลาดเคลื่อนไปจากมาตรฐาน

ต่อมาก็มีการป้องกันการเคลื่อนตัวของ ‘Regulator’ ด้วยตัวควบคุม ‘Regulator’ เช่น ‘Swan Neck Regulator’ (สวอน เน็ก เรกูเลเตอร์) ของ Panerai (พาเนอราย) อาทิ PAM 111 หรือ Omega (โอเมก้า) รุ่น ‘หอดูดาว’ ในยุค 1950s ลักษณะของตัวควบคุม ‘Regulator’ เป็นโลหะสปริงโค้งแบบตัวยูคว่ำลง มีขาด้านหนึ่งยึดติดกับสะพานจักรและอีกด้านโค้งลงมาดันกับตัว ‘Regulator’ เพื่อควบคุมและประคองไม่ให้ตัว ‘Regulator’ คลาดเคลื่อนไป แต่ถึงแม้จะมี ‘Swan Neck Regulator’ มาช่วยควบคุมแล้วก็ตาม หากมีแรงสะเทือนมากๆ ก็ยังทำให้ ‘Regulator’ คลาดเคลื่อนได้อยู่ดี นาฬิการะดับสูงต่างๆ จึงใช้ระบบ ‘Free Sprung Balance’ นั่นคือยึดชุดแกนจักรกลอกกับสายใยที่ปรับตั้งกับตัวสะพานจักรแล้วโดยไม่ใช้ ‘Regulator’ หรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นอิสระ ทำให้ไม่มีการปรับความยาวของสายใยจึงสามารถลดปัจจัยและชิ้นส่วนที่สามารถทำให้การเดินคลาดเคลื่อนได้

ผลก็คืออัตราการเดินจะเสถียรและคงที่จากความยาวของสายใยโดยตรง กลไกที่ใช้ระบบนี้คือ ‘Gyromax’ (ไจโรแม็กซ์) ของ Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) แต่ระบบนี้ยังสามารถเกิดความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้จากการผลิตตัวจักรกลอกและสายใย ช่างนาฬิกาจึงต้องปรับตั้งด้วยการถ่วงตุ้มน้ำหนักที่จักรกลอก หรือคำนวณความยาวของสายใย ซึ่งการปรับตั้งเช่นนี้ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญและฝีมือเชิงช่างอย่างมาก ทำให้มีข้อเสียคือมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นนั่นเอง แต่หลังจากปรับตั้งให้เดินได้อย่างเที่ยงตรงแล้ว ระบบนี้จะมีความเสถียรในระดับสูง

จะเห็นว่าทั้ง 2 ระบบมีข้อดีและข้อด้อยด้วยกันทั้งนั้น จึงอยากขอให้วิเคราะห์ความต้องการของตัวเองให้สอดคล้องกับงบประมาณและลักษณะการใช้งานของนาฬิกา แล้วจะได้คำตอบสุดท้ายด้วยตัวเองว่าจะเลือกระบบไหน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up